เด็กหนุ่มวัย 26 อยู่ระหว่างเรียนรู้งานเพื่อรับช่วงธุรกิจหลายพันล้านของตระกูลคูหาเปรมกิจ พูดไม่เก่ง แต่พ่อเห็นแววจะเป็น"อเล็กซานเดอร์ บอทท์ส
หนังสือ "อเล็กซานเดอร์ บอทท์ส..นักการค้าผู้สามารถมาแต่กำเนิด" ของ William Hazlett Upson สร้างแรงบันดาลใจให้..โอฬาร คูหาเปรมกิจ กลายเป็นพ่อค้าทองคำที่ประสบความสำเร็จ สร้างอาณาจักรธุรกิจค้าทองคำมูลค่าหลายพันล้านบาท ในนามบริษัท เกรทเทสท์ โกลด์ แอนด์ รีไฟเนอรี่ จำกัด
ก่อนจะแตกแขนงสู่ธุรกิจค้าหลักทรัพย์ ในนาม บมจ.โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ และ บล.โกลเบล็ก
ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ทายาทคนที่สามของตระกูลคูหาเปรมกิจ นอกจากบทบาทที่ปรึกษาการลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์ให้กับ บล.โกลเบล็ก แล้ว หนุ่ม "อัพ" ยังมีหน้าที่สำคัญดูแล “พอร์ตลงทุน” ครอบครัวคูหาเปรมกิจ โดยมีงาน
พาร์ทไทม์เตรียมตัวเป็น "ดีเวลลอปเปอร์" ลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับพี่ชาย
“ผมอาจจะยังพูดไม่เก่งเท่าไรครับ เพราะยังไม่ชินกับการออกสื่อ” ลูกรักเสี่ยโอฬาร ทายาทเจ้าของ บมจ.โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ รีบออกตัวกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek
เด็กหนุ่มวัย 26 ปี เปิดเผยแบ็คกราวนด์ของตัวเอง จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา และปริญญาโทการเงินเอกการลงทุนตราสารอนุพันธ์ (Derivative) จากมหาวิทยาลัยวอร์ริก ประเทศอังกฤษ เมื่อเรียนจบแล้วกลับมาประเทศไทยได้ไปฝึกงานที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งต่อด้วยธุรกิจค้าทองคำของครอบครัว ก่อนเริ่มงานประจำเต็มตัวที่ บล.โกลเบล็ก ตั้งแต่ต้นปี 2552 ที่ผ่านมานี่เอง
ตำแหน่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนตลาดอนุพันธ์ คอยให้คำแนะนำกับทีมงานบล.โกลเบล็ก ให้บริการธุรกิจโกลด์ฟิวเจอร์ รวมถึงดูแลธุรกิจเทรดทองคำซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของ บมจ.โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์
หนุ่ม “อัพ” อธิบายธุรกิจใหม่ของตระกูลว่า คุณพ่อ (โอฬาร คูหาเปรมกิจ) ทำธุรกิจและมีเครือข่ายในวงการค้าทองคำมายาวนาน เมื่อตลาดหลักทรัพย์เปิดให้โบรกเกอร์ทำธุรกิจซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Future) จึงต้องเปิดธุรกิจซื้อขายทองควบคู่กันเพื่อเป็น One Stop Service ให้กับลูกค้า
โดยลูกค้าของบล.โกลเบล็กที่ซื้อขายทองใน “กระดาษ” (เทรดผ่านโกลด์ฟิวเจอร์) สามารถแปลงสัญญามาถือในรูปทองคำแท่งได้ทันที นอกจากนี้ยังให้บริการซื้อขายทองทั่วไปเหมือนร้านทองปกติ โดยใช้แบรนด์ของตัวเองคือยี่ห้อ “โกลเบล็ก” หลักๆ จะนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์และแอฟริกาใต้
ธนพิศาล กล่าวว่า ธุรกิจโกลด์ฟิวเจอร์ บล.โกลเบล็กอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบเพราะมีความชำนาญอยู่แล้ว แถมยังพร้อมด้วยเครือข่ายในวงการค้าทองของคุณพ่อ (โอฬาร) เป็นแต้มต่อที่สำคัญ
“เป้าหมายของเราในปีนี้ มาร์เก็ตแชร์ของธุรกิจโกลด์ฟิวเจอร์จะอยู่ที่ 10% ซึ่งน่าจะเป็นอันดับหนึ่งในตลาด”
เจ้าตัวเปิดเผยถึงสาเหตุที่ขอรับตำแหน่งเพียงที่ปรึกษา เพราะต้องให้น้ำหนักกับโปรเจคใหม่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นการลงทุนส่วนตัวระหว่างพี่น้อง 3 คน (ภูมิพงษ์-ณนคร-ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ)
“เราคุยกันระหว่างพี่น้องว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสดีที่จะลงทุน ตอนนี้พี่คนกลาง(ณนคร)กำลังศึกษาปริญญาโทใบที่สองด้านการบริหารจัดการโรงแรมที่มหาวิทยาลัยมหิดลหลักสูตรอินเตอร์เพื่อมารับผิดชอบโปรเจคนี้โดยเฉพาะ”
สำหรับส่วนตัวมีความสนใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วตั้งแต่สมัยเรียนที่อเมริกา โดยมีความเชื่อว่า ทุกๆ 10 ปี โลกจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นหนึ่งครั้ง และช่วงวิกฤติเป็นโอกาสที่จะเข้าไป “ซื้อ” ธุรกิจดีๆ ในราคาถูก
“ถ้าเราเริ่มต้นช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี พอสร้างเสร็จวงจรมันก็จะกลับมาเป็นขาขึ้นพอดี เราสนใจทั้งโรงแรม คอนโดมิเนียม ออฟฟิศให้เช่า รวมถึงศูนย์การค้า โดยจะจับกลุ่มลูกค้าระดับบนหรือต่างชาติเป็นหลักเพราะกลุ่มนี้ยังมีดีมานด์ในตลาดอยู่มาก”
ธนพิศาล ยังบอกอีกว่า วิธีการที่จะเริ่มต้นธุรกิจมีหลายช่องทาง ตั้งแต่การเทคโอเวอร์ของเก่า ซื้อต่อ หรือว่าสร้างขึ้นมาใหม่เลย เวลานี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด คาดว่าจะเริ่มเห็นโครงการเป็นรูปเป็นร่างได้ภายในครึ่งปีหลัง ส่วนเรื่อง เงินทุนเจ้าตัวขออุบไว้ก่อน..."เรื่องเงินไม่ต้องห่วงครับมีแน่นอน แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้"
เมื่อถามถึง “พอร์ตลงทุน” ส่วนตัว สมัยเรียนอยู่ที่สหรัฐได้มีการเปิดพอร์ตเล่นหุ้นไว้เหมือนกัน ส่วนพอร์ตปัจจุบันมีไม่เยอะเท่าไร มีทั้งลงทุนอสังหาริมทรัพย์และลงทุนหุ้นพื้นฐานดีระยะยาว (ช่วงที่ผ่านมาซื้อหุ้น GBX เก็บไว้ด้วย) โดยเวลานี้ยังรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลพอร์ตลงทุนของ “ครอบครัว” ร่วมกับพี่ชายอีกสองคนแต่ตนเองมีบทบาทมากที่สุด
สำหรับพอร์ตลงทุนของครอบครัวมีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยซื้อที่อยู่อาศัยเก็บไว้เก็งกำไรและปล่อยให้เช่า 10% ตราสารหนี้ 20% ลงทุนหุ้นระยะยาว 20% ซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ในเซฟ 20% ที่เหลือ 30% เป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูง เช่น เงินสด โดยเงินส่วนนี้จะเก็บไว้ใช้ลงทุนระยะสั้นในตราสารอนุพันธ์ด้วย
“หลักการลงทุนของผมก็มาตามตำราคือต้องกระจายความเสี่ยงลงในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ และเมื่อขาดทุนจากการลงทุนต้องลืมมันไปเลย ต้องคิดเสมอว่าตลาดยังไม่ปิด โอกาสที่จะได้กำไรกลับคืนมายังมีอยู่เสมอ”
ธนพิศาล ให้คำแนะนำการลงทุนช่วงเวลานี้ว่า นักลงทุนไม่ควรถือตราสารอะไรก็ตามไว้เกินกว่า 2 สัปดาห์ เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความผันผวนสูง ส่วนทิศทางราคาทองในระยะยาวน่าจะขึ้นไปสูงเกินระดับ 1,000 เหรียญต่อออนซ์ได้ ถ้าใครพอมีเงินเย็นน่าจะแบ่งเงินสัก 20% ของพอร์ตลงทุนซื้อทองคำแท่งเก็บไว้รอขายทำกำไรในอีก 2-3 ปีได้ ส่วนระยะสั้นการเทรดผ่านโกลดฟิวเจอร์ น่าจะเป็นคำตอบที่ดี
สำหรับอนาคตของ บล.โกลเบล็ก เจ้าตัวเปิดเผยว่า เป้าหมายสูงสุดอยากให้ธุรกิจของครอบครัวมีความเข้มแข็งและให้บริการครบวงจรทั้งซื้อขายหุ้น กองทุนส่วนบุคคล ลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงลงทุนในทองคำ เพื่อเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงในอนาคต
“เมื่อถึงปี 2555 ซึ่งจะเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่น บล.โกลเบล็ก น่าจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นกว่าวันนี้ และจะเป็นโบรกเกอร์ไทยที่สามารถอยู่รอดได้และมีศักยภาพไม่แพ้โบรกเกอร์ต่างชาติ”
ด้านเป้าหมายส่วนตัว ธนพิศาล เผยว่า ในอนาคตตนเองและพี่ชายน่าจะเข้ามาเป็นหนึ่งใน "บอร์ดบริหาร" ของบริษัทอย่างเต็มตัว โดยอาจจะเริ่มจากเป็นผู้บริหารระดับรองก่อน เมื่อมีอายุการทำงานที่เหมาะสมถึงตอนนั้นก็จะต้องสืบทอดธุรกิจจากคุณพ่อที่ต้อง "เกษียณ" ตัวเองออกไป
"คุณพ่อ สอนว่าจะทำอะไรขอให้รู้สิ่งนั้นให้มากที่สุด ท่านยังบอกเสมอว่าได้เริ่มสร้างธุรกิจขึ้นมาจากศูนย์ ถ้าจะสืบทอดต่อธุรกิจของครอบครัวก็ต้องแน่ชัดแล้วว่ามีความพร้อมแน่นอนแล้ว ที่สำคัญต้องมีความขยันในแบบของลูกคนจีนด้วย"
ส่วนอนาคตการถือหุ้น GBX และ บล.โกลเบล็ก ของตระกูล “คูหาเปรมกิจ” ทายาทคนสุดท้อง เปิดเผยว่า ไม่ได้ปิดกั้นบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาร่วมหุ้น เพราะหลังจากนี้กระแสการเทคโอเวอร์จะเป็นเรื่องปกติ ซึ่งใครที่จะมาร่วมหอลงโรงกับ บล.โกลเบล็ก จะต้องมาแล้ว “วิน-วิน” ด้วยกันทั้งคู่
“ถึงเวลานี้เราบอกได้เลยว่าครอบครัวคูหาเปรมกิจยังต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบล.โกลเบล็กต่อไปและยังไม่มีการเจรจากับใครทั้งสิ้น”
เสี่ยโอฬาร ค้นพบ "อเล็กซานเดอร์ บอทท์ส" นักการค้าผู้สามารถ มาสานต่อธุรกิจของครอบครัวแล้ว...

ความคิดเห็นที่ 2
สุเทพ , 29 มิถุนายน 2553 23:16
แนวความคิดของคุณธนพิศาล ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นระบบในเรื่องการลงทุนของธุรกิจนี้ อย่างหาใครเปรียบไม่ได้ในอนาคตครับ
ความคิดเห็นที่ 1
รวมเหล่า , 20 เมษายน 2552 19:29
น่าจะไปกรีดตา 2 ชั้นซักนิด ปิ๊งเลย 555