กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : Guru Forum

วันที่ 7 สิงหาคม 2552 01:00

จุดต่ำสุดน่าจะผ่านไปแล้ว

ในช่วง 2-3 วันนี้เราจะได้รับข่าวดีว่า ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจไทยในหลายด้านได้ปรับตัวดีขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นตัวชี้ภาวะการผลิต การบริโภค การส่งออก และความเชื่อมั่น ซึ่งน่าจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ผมคิดว่าน่าจะมีผลมาจากมาตรการแก้ไขปัญหาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเริ่มที่จะเห็นผลชัดเจน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของเอเชียเริ่มที่จะกลับมาสู่เส้นทางของการเติบโตได้อีกครั้ง

การหดตัวของเศรษฐกิจไทยในครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าจะสั้นกว่าที่คาดหมายไว้ และอาจจะฟื้นเร็วกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว เหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งมาจากนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ตั้งแต่การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ การใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี มาตรการผ่อนคลายทางภาษี มาตรการเร่งปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อทดแทนการหดตัวของสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ รวมไปถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่สอง (1.43 ล้านล้านบาท) ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เรายังนิ่งนอนใจไม่ได้เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่บางประการ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวหรือใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่าที่คาดไว้ ทั้งราคาน้ำมันที่อาจสูงขึ้นมาก หรือความเป็นไปได้ที่อาจเกิดปัญหาการขาดทุนและสภาพคล่องของสถาบันการเงินในประเทศที่พัฒนาแล้วอีกครั้ง และค่าเงินบาทที่อาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและบริการไทยลดลง ซึ่งทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยวไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดการณ์ไว้ 

เมื่อมองมุมเศรษฐกิจโลกนั้น หนีไม่พ้นที่จะต้องจับตามองเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดในเศรษฐกิจโลก ข่าวดีก็คือ สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ เริ่มดีขึ้น โดยราคาบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบสามปี แสดงให้เห็นว่าราคาบ้านเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยดัชนีชี้วัดราคาบ้านในพื้นที่ 20 เมือง ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เดือนก่อนหน้านั้นตกลงไป 0.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการตกติดต่อกันถึง 16 เดือน นอกจากราคาแล้ว เริ่มที่จะเห็นยอดการขายบ้านที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขโดยรวมดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 34 เดือน จากตัวเลขทั้งหมดที่เกี่ยวกับราคาที่อยู่อาศัยของสหรัฐ ชี้ให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานของสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งอัตรานี้นับว่าสูงสุดในรอบ 26 ปี ซึ่งคาดว่าอัตราการว่างงานน่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในอนาคตอันใกล้ ถ้าจะให้เศรษฐกิจสหรัฐ ฟื้นจริงๆ นอกจากตลาดบ้านที่อยู่อาศัยที่จะต้องฟื้นตัวแล้ว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะต้องกลับมาอย่างมั่นคงด้วย สำหรับในฝั่งยุโรปนั้น ราคาบ้านที่อยู่อาศัยของสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม โดยเพิ่มขึ้นถึง 1.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มที่จะฟื้นตัวแล้ว

เมื่อหันกลับมามองที่เมืองไทย ถึงแม้สัญญาณเศรษฐกิจไทยเริ่มจะดี แต่จากการพูดคุยกับนักธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ส่งออก พบว่า แทบทุกคนกลัวค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นมามากแล้ว จนทำให้เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับประเทศอื่นไปพอสมควร ซึ่งพวกเขาต้องการให้รัฐเป็นที่พึ่ง ก็ต้องถามว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นที่พึ่งให้พวกเขาได้หรือไม่ ก็ต้องรอดูกันต่อไป

Tags : ภาวะเศรษฐกิจไทย

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement