กองทุนหุ้นโชว์ผลงานในรอบ 10 ปี สุดยอด ไม่มีกองหุ้นไหนแพ้ดัชนี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 140.49% ทิ้งห่างดัชนีหุ้นไทยเป็นเท่าตัว
จากการสำรวจข้อมูลผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นทั้งหมด 57 กองทุน ณ วันที่ 30 พ.ย. 2552 ย้อนหลัง 10 ปี พบว่า กองทุนหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 140.49% หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ย 14.05% ต่อปี สูงกว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในระยะเวลาเดียวกันที่ให้ผลตอบแทน 63.24% หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ย 6.32% ต่อปี
"กองทุนหุ้นทั้งหมด 57 กองทุน คิดเป็นสัดส่วน 100% ของกองทุนหุ้นทั้งหมดที่มีผลการดำเนินงานชนะดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาเดียวกัน โดยสามารถเอาชนะดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ตั้งแต่ 16.82 - 172.75% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจในระยะยาวทีเดียว"
โดยกองทุนหุ้นที่มีผลงานดีที่สุดนั้นให้ผลตอบแทนสูงถึง 235.99% หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ย 23.60% ต่อปี ในขณะที่กองทุนที่มีผลงานแย่ที่สุดนั้นก็ยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 80.06% หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ย 8.01% ต่อปี หรือมีผลการดำเนินงานแตกต่างกันอยู่ประมาณ 155.93%
สำหรับกองทุนหุ้นที่มีผลงานดีที่สุด 5 อันดับแรกนั้น มีผลการดำเนินงานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสูงกว่า 190.00% ทุกกองทุน นำมาโดยอันดับ1 “กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐาน (B-INFRA)” ของบลจ.บัวหลวง ด้วยผลตอบแทน 235.99% อันดับ2 “กองทุนเปิดอเบอร์ดีนโกรทฟันด์ (ABG)” ของบลจ.อเบอร์ดีน ให้ผลตอบแทน 234.26% อันดับ3 “กองทุนเปิดอยุธยาทวีปันผล (AYFSCAP)” ของบลจ.อยุธยา ให้ผลตอบแทน 210.31%
อันดับ4 “กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทยอิควิตี้ฟันด์ (INGTEF)” ของบลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ให้ผลตอบแทน 199.21% และอันดับ5 “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP)” ของบลจ.บัวหลวง ด้วยผลตอบแทน 198.21%
นอกจากนี้ ยังพบว่าช่วงเวลาการลงทุนยิ่งยาวขึ้น กองทุนหุ้นส่วนใหญ่จะสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวได้สูงกว่าดัชนีหุ้นไทยด้วย โดยย้อนหลัง 5 ปี กองทุนหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 32.74% ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยบวก 4.92% ย้อนหลัง 3 ปี กองทุนหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10.61% ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยติดลบ 6.76%

ความคิดเห็นที่ 6
arsene , 4 ธันวาคม 2552 14:17
คุณค.ห. ที่ 1 น่าจะมั่วนะครับ สไตล์การลงทุนไม่เหมือนกัน อย่างผมเน้นปัจจัย พื้นฐานไม่ซื้อและขายบ่อย ผมตอบแทนก็ดี ถึงขั้นเกษียณได้ง่ายๆ
ผมว่าจะทำอะไรต้องศึกษาครับ และคงไม่มีวงการไหน ที่สะอาดหมดจดครับ
== กางลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงที่สุดคือการละเลยมัน ==
ความคิดเห็นที่ 5
pita , 4 ธันวาคม 2552 13:36
ปีที่ผ่านมามีคนใหม่ๆ เข้ามาเล่นหุ้นเยอะ เห็นว่านักศึกษาก็มาเปิดบัญชีเยอะเหมือนกัน น่าเป็นห่วงอยู่ เรียนหนังสืออยู่ดีๆ จะเสียสมาธิปล่าวๆ เข้าใจผู้บริหารทางตลาดหลักทรัพย์อยู่ว่าอยากส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักการออมและการลงทุน แต่ตราบใดที่ตลาดบ้านเรามันยังเป็นได้แค่ตลาดเก็งกำไร ยากมากที่จะทำให้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตอย่างแท้จริง เด็กที่ไหนมันจะตามเกมทัน ถ้าจะให้ดีท่านเลิกโครงการประเภท click2win หรือไม่ก็พวกโครงการอะไรของนักเรียน นักศึกษาก่อน แล้วเอาเวลามาพัฒนาคุณภาพของตลาดก่อนจะดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 4
นอย , 4 ธันวาคม 2552 09:52
ถ้าดู1ปีก็คงใช่ แต่ถ้าดู10ปีก็ไม่ใช่ อย่าหลอกให้ชาวบ้านเข้าซื้อหุ้นโดยไม่มีการหาข้อมูล อย่าหากินกับความโลภของคน
ความคิดเห็นที่ 3
tito , 4 ธันวาคม 2552 09:13
คนที่จะทำอะไรต้องศึกษาสิ่งที่จะทำให้แตกฉาน จึงจะประสบความสำเร็จ หากคิดจะเล่นหุ้นโดยไม่มีความรู้ อ่านงบไม่เป็น ไม่รู้พื้นฐานของธุรกิจ ไม่รู้พฤติกรรมผู้บริหาร ในสถานการณ์โลกดิจิตอล เท่ากับปิดตาเดินข้ามถนนบนทางด่วน การปั่นหุ้นมีจริงแต่ก็อยู่ในกลุ่มของเขาเพื่อดักแมงเม่า เหมือนกับการแห่พระ ไม่มีส่วนไหนที่จะเกี่ยวข้องกับคลัง แต่อยู่ที่ กลต.ที่กล้าจะลงโทษพวกนี้หรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 2
Nok , 4 ธันวาคม 2552 08:48
คนฉลาดต้องเล่นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี แต่การปั่นหุ้น ไม่เกี่ยวกับ รมต.คลัง มั่วหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 1
มรรค๘ , 4 ธันวาคม 2552 07:02
เวลานี้หุ้นแทบจะทุกตัวถูกปั่นขึ้นปั่นลงเป็นว่าเล่น ยิ่งหุ้นตัวเล็ก ดูเหมือนชัดเจนดี หุ้นเน่าหลายตัว ยังนำมาปั่นกันจนน่าเกลียด เพราะพวกเขารู้ว่า นักเล่นชอบการเก็งกำไรเหมือนเล่นหวย มีคนนินทาว่า รมต.คลังรู้เห็นเป็นใจ แต่ก็เอาเถอะ คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อคนฉลาด ใครทำตัวโง่ๆ้ำซ้ำซาก ก็ช่วยไม่ได้แล้วครับ