กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : เศรษฐกิจต่างประเทศ

วันที่ 8 สิงหาคม 2553 07:17

ซีอีโอเอชพีหลุดเก้าอี้ ปลอมแปลงเอกสาร

ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี)

ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ซานฟรานซิสโก - ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ปลดซีอีโอข้อหาปลอมเอกสารปกปิดสัมพันธ์อดีตผู้รับเหมาสาว

บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) ปลดนายมาร์ก เฮิร์ด ออกจากตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ด้วยข้อหาปลอมแปลงเอกสาร เพื่อปกปิดความสัมพันธ์กับอดีตผู้รับเหมาสาว เอชพี ระบุว่า ทราบเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้มาหลายสัปดาห์แล้ว เมื่อหญิงสาวคนนี้ซึ่งทำงานด้านการตลาดให้บริษัท ส่งจดหมายกล่าวหานายเฮิร์ด วัย 53 ปี ว่า รังควานทางเพศ

การตรวจสอบพบว่านายเฮิร์ดปลอมแปลงรายงานค่าใช้จ่ายและเอกสารทางการเงินอื่นๆ เพื่อปกปิดความสัมพันธ์ เอชพีระบุว่าแม้การกระทำครั้งนี้ไม่เข้าข่ายการรังควานทางเพศตามนโยบายของบริษัท แต่ถือเป็นการละเมิดมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจ

"รูปแบบอย่างเป็นระบบของการยื่นรายงานการเงินปลอม เพื่อปกปิดความสัมพันธ์ ทำให้บอร์ดมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่นายเฮิร์ดจะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพต่อไปได้ ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการตัดสินใจของบริษัท คือ ความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ และคุณธรรม" นายไมเคิล โฮลส์ตัน ที่ปรึกษาของเอชพีแถลง พร้อมเสริมว่า รายงานการเงินที่ไม่ถูกต้องนั้น เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนายเฮิร์ดเท่านั้น

ทั้งนี้ เอชพีได้ดึงที่ปรึกษาคนนอกเข้าตรวจสอบข้อกล่าวหาว่านายเฮิร์ดละเมิดนโยบายรังควานทางเพศของบริษัท

ทางด้านนายเฮิร์ด ซึ่งแต่งงานแล้วและมีลูก 2 คน ยอมรับว่ามีบางครั้งที่เขาไม่ได้ทำตัวตามมาตรฐานและหลักการของความไว้วางใจ ความเคารพ และคุณธรรม กระนั้น นายเฮิร์ดจะได้ค่าตอบแทน 12.2 ล้านดอลลาร์ และหุ้นของเอชพีเกือบ 350,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16 ล้านดอลลาร์

ส่วนทนายความชื่อดังที่ทำหน้าที่ว่าความให้หญิงสาวปริศนา เผยว่าลูกความของเธอกับนายเฮิร์ดไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกัน

แหล่งข่าวเผยว่าผู้หญิงคนนี้เคยจัดอีเวนท์สำหรับซีอีโอหลายครั้งช่วงปี 2550-2552 สำหรับค่าใช้จ่ายที่เป็นปัญหานั้นมีจำนวน 1,000-20,000 ดอลลาร์ต่อครั้ง โดยเป็นค่าเดินทาง ที่พัก และอาหาร โดยส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารหลังอีเวนท์ต่างๆ ซึ่งนายเฮิร์ดยืนยันว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องทางธุรกิจ ซึ่งหลังถูกปลดแล้ว นายเฮิร์ดถูกขอให้จ่ายเงินเหล่านี้คืน

นางเคธี เลสจัก หัวหน้าคณะผู้บริหารเงินของเอชพี เข้ารับหน้าที่ซีอีโอชั่วคราวแทนนายเฮิร์ด

ราคาหุ้นเอชพี ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและพรินเตอร์รายใหญ่ที่สุด ร่วงลง 9.7% จากข่าวนี้ไปอยู่ที่ 41.85 ดอลลาร์ หลังจากราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วงที่เฮิร์ดเข้าบริหารบริษัท และทำให้เอชพีกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลกในแง่รายได้

นักลงทุนตกใจกับข่าวการลาออกอย่างกะทันหันของนายเฮิร์ด ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนเพราะใช้แนวทางลดต้นทุนมาตลอด อย่างไรก็ตาม คาดว่าการลาออกของนายเฮิร์ด จะไม่ส่งผลเสียต่อเอชพี หากมีการเลือกผู้บริหารฝีมือดีขึ้นทำหน้าที่แทนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

Tags : ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอชพี มาร์ก เฮิร์ด

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 2

    Cancer Foods

    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศอันตราย บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง

    (1.) แฮมเบอร์เกอร์ จัดเป็นอาหารประเภทที่ "มีความเสี่ยงสูง" เพราะเวลาที่สูญเสียไปในระหว่างรอกระบวนการนำ "เนื้อ" มาใช้ปรุงทำให้มี "แบคทีเรีย" เกิดขึ้นได้สูง ทำให้จำเป็นต้องมีการใช้ "สารเคมีสีแดง" มาช่วยกำจัดเนื้อที่กำลังจะเน่าเสีย ทำให้เนื้อแดงเปลี่ยนเป็นเขียว นอกจากนี้แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่ "สารปรุงรส"(MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ โดย "MSG" เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ผู้บริโภคอ้วนขึ้นด้วย
    มีสารอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท

    (2.) ฮอทด็อก

    เป็นอีก "เมนูอันตราย" เพราะมีกระบวนการผลิตคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ และ "ฮอทด็อก" ทั้ง หมดยังใส่ "สารไนไตรท์" เพื่อช่วยทำให้เนื้อยึดตัวและช่วยเติมไส้กรอกให้เต็ม โดย "สารไนไตรท์" เป็นสารที่ทำให้เกิด "โรคมะเร็ง" ในกระเพาะอาหาร มะเร็งในเม็ดเลือด เนื้องอกในสมองและมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ "ถุงหลอด" ที่ใช้บรรจุฮอทด็อก ก็ทำจาก "คอลลาเจนสังเคราะห์" ที่เป็นสารก่อให้เกิด "โรคมะเร็ง" ได้สูง มีไขมันที่เป็นสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ 40% เมื่อนำ ไปปิ้งย่าง มันจะทำให้มี "สารพิษร้ายแรง" ที่เรียกว่า "อะคริลิไมด์" (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และ "ทำลายประสาท" นอกจากนี้
    ไส้กรอก และ หมูแฮม ยังทำให้คนที่บริโภค เข้าไป เกิดโรคอ้วน อีกด้วย

    (3.) เฟร้นช์ฟราย- มันฝรั่งทอด เป็นอาหารที่มี "ความเป็นพิษสูง" โดยการทอด "เฟร้นช์ฟราย" ใช้อุณหภูมิสูงทำให้มี "สารอะคริลิไมด์" ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
    ออกมา นอกจากนี้ "น้ำมัน" ที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งแต่ละครั้งจะเกิดการ "ออกซิไดซ์" ในมันฝรั่งยังมี "ดรรชนีกลีซิมิค"(Glycemic) อยู่สูงมาก.....นั่นหมายถึงมันเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำตาลภายในร่างกายได้เร็ว มาก

    (4.) พิซซ่า
    "พิซซ่า" ประกอบด้วยอาหารที่มาจากการ "ตัดแต่งพันธุกรรม" 5 ชนิด คือ.....1."เนยแท้"(cheese) เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งไม่ควรเรียกว่าเนยแท้ได้เลย.....2."แป้ง" ที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโม เลกุลที่เคยมีอยู่เข้าไปใหม่.....3."ซอสมะเขือเทศ" ทำด้วยสารคล้ายมะเขือเทศที่สร้าง "ยาฆ่าแมลง" ของมันขึ้นมาได้เองในร่างกายของท่าน.....4."แป้งสาลี" ชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม.....5. มี "น้ำมันฝ้าย" ประกอบอยู่ โดยฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้ในฝ้ายเมล็ดจะเป็นตัวดูดเอาสาร พิษต่างๆเอาไว้ได้มากที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณะสุข ต่างไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันที่จะรับรองว่ามันปลอดภัยต่อการบริโภค ได้หรือไม่ มันไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่มันเป็น "น้ำมันไฮโดรจีเนต" และมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

    นอกจากนี้ "ผิวหน้าแป้งพิซซ่า" ที่อบปิ้งในอุณหภูมิสูง อาจมี "สารอะคริลิไมด์" เกิดขึ้นด้วย ขณะที่การเพิ่มหน้าพิซซ่า "เพ็พเปอโรนิ" หรือเพิ่มหน้าไส้กรอกทำให้มีความเสี่ยงสูงจาก "ไนไตรท์" สารกันบูดและสารเคมีอื่นๆ รวมทั้งไขมันอิ่มตัวที่มีการเติมเข้าไปจากโรงงาน


    (5.) ชิ้นไก่ทอด-เนื้อนุ่มไร้กระดูก
    เป็นเมนู ที่ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว การรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไปจะให้พลัง งาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมัน มีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส "MSG" ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ "นัคเก็ตชิคเก้น" บางอันจะมี "สารอะลูมิเนียม" ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและเป็นอันตรายต่อการเมตะโบลิสซึมของร่างกายด้วย


    (6.) โดนัท
    โดยเฉลี่ยแล้วจะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัท 1 ชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้โดนัทยังทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งน้ำมันประเภทนี้จะทำให้มีกลิ่นหืนและมีสารอนุ มูลอิสระเกิดขึ้น ทำให้เกิดสารพิษและทำให้ร่างกายเมตะโบลิสซึมช้าลง เป็นการคุกคามต่อสุขภาพที่ดี และยังเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น


    (7.) ไอศกรีม
    มีไขมันอยู่สูงมากเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีน้ำตาลอยู่มากทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เต็มไปด้วยไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่แปรเปลี่ยน(Transfat) ไปจากธรรมชาติและยังช่วยเพิ่มพูนโคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน ทำให้มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง


    (8.) น้ำอัดลม
    สารตัวสำคัญที่มีอยู่ใน "น้ำอัดลม" คือ "กรดกำมะถัน"(Phosphoric acid) ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน กรดที่สะสมอยู่ในร่างกายทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ และ "น้ำโซดา" ที่เป็นส่วนประกอบอีกตัวของน้ำอัดลมจะเป็นตัวชะล้างแคลเซียมออกจากกระดูก จนทำให้เกิด "โรคกระดูกพรุน"
    นอกจากนี้ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง จะมี "น้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน" อยู่ 12 ช้อนชา ในน้ำอัดลมที่ช่วยลดน้ำหนักตัว หรือ Diet soda ที่ใช้ "น้ำตาลเทียมสังเคราะห์" (Artificial sweetener) เพิ่มความหวาน จะทำให้ร่างกายกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เพราะน้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลธรรมดามาก ขณะที่ "สี" ที่ใช้เติมในน้ำอัดลม ยังเป็น "สารก่อมะเร็ง" ด้วย

  • ความเห็นที่ 1

    MrIanJa

    ถ้าเป็นเมืองไทย เรื่องแค่นี้ ชิว ๆ

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement