วอชิงตัน - เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นคืนชีพ โต 5.7% ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ได้แรงหนุนการใช้จ่ายสุดแกร่งภาคธุรกิจ ขณะ "โอบามา" เผยมาตรการหนุนจ้างงาน
เบิร์บ - แต่ยังหวั่นการฟื้นตัวไม่เป็นรูปตัววี
วอชิงตัน - เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นคืนชีพ โต 5.7% ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ได้แรงหนุนการใช้จ่ายสุดแกร่งภาคธุรกิจ ขณะ "โอบามา" เผยมาตรการหนุนจ้างงาน
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานวานนี้ (30 ม.ค.) ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นคืนชีพด้วยการขยายตัว 5.7% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ผลจากการใช้จ่ายภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งชดเชยกิจกรรมของผู้บริโภคที่ซบเซา และนับเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 6 ปี โดยภาคธุรกิจพากันเพิ่มการผลิต เพื่อสร้างสมสินค้าคงคลัง
ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากการเติบโต 2.2% เมื่อไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรก หลังจากติดลบมา 4 ไตรมาส จนทำให้เศรษฐกิจถดถอยแบบดิ่งลึกมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
"ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มค่อนข้างดีสำหรับไตรมาสแรกของปีนี้ และบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวกำลังได้แรงหนุน" นายซัล กัวเตียรี นักเศรษฐศาสตร์แห่งบีเอ็มโอ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ระบุ
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจจะดีดตัวขึ้นมาในไตรมาส 3 และ 4 แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของทั้งปีที่แล้วยังหดตัว 2.4% ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่ปี 2489 เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจทรุดตัวเมื่อช่วงต้นปี ขณะที่นายสกอตต์ บราวน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งบริษัทเรย์มอนด์ เจมส์ แอนด์ แอสโซซิเอตส์ กล่าวว่า การฟื้นตัวไม่น่าจะเป็นรูปตัววี เพราะความต้องการในประเทศยังค่อนข้างอ่อนตัว
ทางด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา กล่าวว่า ตัวเลขจีดีพียืนยันว่ามาตรการที่รวดเร็ว และกร้าวแกร่งของรัฐบาลนั้นได้ผล แต่แม้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น ก็ยังขาดการสร้างงานอย่างรวดเร็ว หมายความว่า ยังขาดแนวคิดริเริ่มอย่างการจูงใจในการสร้างงาน ดังนั้น โอบามาจึงเผยมาตรการลดภาษีมูลค่า 33,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กให้จ้างคนงานใหม่ๆ
ข้อเสนอซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากสภานี้ จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กขอเครดิตภาษี 5,000 ดอลลาร์ สำหรับพนักงานใหม่ทุกๆ 1 คนที่จ้าง และนำไปขอคืนเงินภาษีเกษียณอายุของประกันสังคม โดยบริษัทต่างๆ จะได้รับอนุญาตให้ขอเครดิตได้ทุกไตรมาส เพื่อจะได้ไม่ต้องรอถึงสิ้นปี
ขณะเดียวกัน หุ้นดาวโจนส์ในตลาดนิวยอร์กปิดตลาดวันศุกร์ (29 ม.ค.) ลดลง 0.52% หรือ 53.13 จุดที่ระดับ 10,067.33 เพราะยังวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สำหรับราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กลดลง 75 เซนต์ เหลือ 72.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในส่วนของการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรัม ที่เมืองดาวอสนั้น ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความเห็นว่าวิกฤติการเงินโลกเร่งให้มีการเปลี่ยนดุลอำนาจในโลกจากตะวันตกไปตะวันออก โดยนายฮิโรตากะ ทาเคอูชิ จากมหาวิทยาลัยฮิโตทซูบาชิ กล่าวว่า เป็นที่แน่นอนว่าวิกฤติในโลกกระตุ้นให้แนวโน้มหันมาทางตะวันออก พร้อมยกตัวอย่างปริมาณการค้าญี่ปุ่นกับจีนที่ขึ้นถึง 48.5%
Tags : เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา