กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : เศรษฐกิจต่างประเทศ

วันที่ 31 มีนาคม 2552 00:00

ไกธ์เนอร์รับหลายแบงก์จ่อคิวขอทุนเพิ่มสภาพคล่อง

ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ

ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ

"ไกธ์เนอร์" ยอมรับมีสถาบันการเงินอีกหลายแห่ง ร้องขอความช่วยเหลือ ขณะที่กองทุนสร้างเสถียรภาพระบบการเงินมีทุนเหลือเพียง 1.35 แสนล้านดอลลาร์

นายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ ให้ความเห็นผ่านรายการสถานีโทรทัศน์เอบีซีกับเอ็นบีซี และเป็นการพูดก่อนการประชุมสุดยอดชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 20 ชาติ หรือ จี 20 ซึ่งสำนักข่าวบลูมเบิร์ก, เอพีและเอเอฟพีนำมารายงานวานนี้ (30 มี.ค.) ระบุว่าสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์อีกส่วนหนึ่ง จำเป็นต้องได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกมาก พร้อมกล่าวเตือนปิดทางความพยายามใดๆ ที่จะกล่าววิจารณ์แง่ลบกลุ่มนักลงทุน ที่สนใจเข้าร่วมโครงการรัฐซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคาร

"แบงก์บางส่วนอีหลายแห่งยังจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินก้อนใหญ่ และเงื่อนไขในโครงการดึงเอกชนร่วมลงทุนกับรัฐซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของแบงก์มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์มาบริหาร สำหรับนักลงทุนแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มิเช่นนั้นนักลงทุนจะสูญเสียความเชื่อมั่นที่มีต่อแผน" นายไกธ์เนอร์ให้ข้อมูลกับเอบีซีและเอ็นบีซีในรายการพบสื่อมวลชน 

บลูมเบิร์กให้ข้อมูลว่า รัฐบาลของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังดำเนินการใช้ต้นทุนช่วยระบบการเงินในประเทศซึ่งเป็นการจ่ายแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความกังวลของประชาชนผู้เสียภาษีที่ว่า การให้เงินช่วยบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐทำให้เกิดความเสี่ยงมากเกินไป หลังจัดสรรเม็ดเงินประมาณ 80% จากทั้งหมดที่สภาคองเกรสอนุมัติแล้ว 7 แสนล้านดอลลาร์ไปใช้แล้ว

ทั้งนี้นายไกธ์เนอร์ให้ข้อมูลว่า กระทรวงคลังยังเหลือเงินอีกประมาณ 1.35 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับกองทุนสร้างเสถียรภาพให้ภาคการเงิน แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามที่ว่าเขาจะดำเนินการเรียกร้องขอเงินทุนเพิ่มเติมอีกหรือไม่

"หากต้องไปถึงจุดต้องขอเงินทุนเพิ่มเติม เราจะเข้าไปหาสภาคองเกรส และยกกรณีเป็นจุดแข็งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และทำให้สมาชิกคองเกรสเข้าใจว่า เหตุใดการเรียกร้องเช่นนี้เป็นการจ่ายที่ถูกกว่าในระยะยาว เพื่อเคลื่อนไหวเชิงรุกในอนาคต ส่วนแผนฟื้นฟูแบงก์ หาพันธมิตรเอกชนร่วมลงทุนกับรัฐ เพื่อซื้อสินทรัพย์อิงอสังหาริมทรัพย์ขาดสภาพคล่อง แผนยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าแบงก์จะหลุดพ้นวิกฤติ สะอาดขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น" นายไกธ์เนอร์กล่าวกับเอบีซี นิวส์

จากการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ นายไกธ์เนอร์ระบุว่าแผนที่กำหนดให้ซื้อหนี้เสียกับตราสารจากธนาคารพาณิชย์มากถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ เปิดทางให้สถาบันต่างโยกสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ดึงเงินทุนจากภาคเอกชนมาช่วย และเริ่มต้นปล่อยกู้ได้ด้วยความคล่องตัว

ทั้งนี้นายไกธ์เนอร์มองว่า ความเสี่ยงอย่างมากอยู่ที่รัฐบาลดำเนินการน้อยเกินไป แทนที่จะมากเกินไป เพื่อฟื้นฟูตลาดสินเชื่อ พร้อมปิดทางคาดการณ์นักเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ความถดถอยที่เกิดกับสหรัฐจะเลวร้ายที่สุดในรอบ 70 ปี โดยยืนกรานให้สถาบันการเงินในประเทศจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะแบกรับความเสี่ยง และฟื้นฟูตลาดสินเชื่อ ช่วยเศรษฐกิจหลุดพ้นความถดถอย

"ลำพังรัฐบาลเองได้ดำเนินการจัดหาทุกอย่างพร้อมแล้ว เพื่อช่วยกอบกู้เศรษฐกิจซึ่งเกิดปัญหาว่างงานและสินเชื่อหดตัว แต่ตลาดจะแก้ปัญหาเหล่านี้เองไม่ได้ ความเสี่ยงอย่างมากสำหรับเราคือทำน้อยเกินไป ไม่ใช่ว่าเราทำมากเกินไป" นายไกธ์เนอร์กล่าวย้ำ

ด้านเอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของนายไกธ์เนอร์ ซึ่งกล่าวก่อนการประชุมสุดยอดจี 20 ซึ่งยกให้วิกฤติเศรษฐกิจโลกเป็นประเด็นสำคัญบนเวที โดยกล่าวสนับสนุนให้สหรัฐฟื้นตัว และปรับตัวสู่ความเฟื่องฟูแบบยั่งยืน แม้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำสุดยิ่งกินเวลานานขึ้นช่วงครึ่งหลังปีนี้ เพื่อประเทศเติบโตได้อีกครั้ง

"เราต้องการการฟื้นตัวแบบยั่งยืนและแข็งแกร่งมากขึ้น ไม่ใช่การฟื้นตัว ที่อยู่บนพื้นฐานที่ไม่ใช่ความเฟื่องฟูที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่ความเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องยาวนาน เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงและยุติรูปแบบความเฟื่องฟูที่มาพร้อมกับฟองสบู่แตกสลาย" นายไกธ์เนอร์กล่าวสรุป

Tags : วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า