เฟดเพิ่มวงเงินช่วยฟื้นฟูตลาดสินเชื่อเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังแบงก์พาณิชย์เจอปัญหาขาดทุนหนักลังเลใจปล่อยกู้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวานนี้ (4 มี.ค.) ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศโครงการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นโครงการที่อาจทำให้วงเงินเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเฟดระบุว่ากำลังพยายามมากขึ้นในการให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจที่ประสบปัญหาในการยื่นขอกู้เงิน
ในเบื้องต้นนั้น เฟดตั้งใจไว้ว่าโครงการปล่อยกู้สำหรับหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสินทรัพย์ หรือ ทีเอแอลเอฟ (TALF) นี้ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่อุตสาหกรรมรถยนต์, บัตรเครดิต, นักศึกษา และธุรกิจขนาดย่อม แต่ปัจจุบันนี้เฟดได้ตัดสินใจแล้วว่าจะขยาย TALF ออกไปเพื่อให้ครอบคลุมสัญญาเช่าซื้ออุปกรณ์และยานพาหนะ
เฟดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยฟื้นฟูกระแสการไหลเวียนของสินเชื่อในช่วงเวลาที่ธนาคารที่ประสบภาวะขาดทุนจำนวนมากลังเลที่จะปล่อยกู้ และเฟดจะเริ่มต้นปล่อยกู้ตามโครงการนี้วันที่ 25 มี.ค. และจะปล่อยกู้แก่ผู้ที่นำหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสินทรัพย์ หรือ เอบีเอส (ABS) ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดมาใช้ในการค้ำประกันการกู้ยืมนี้
ทั้งนี้เฟดระบุในแถลงการณ์ร่วมกับกระทรวงการคลังว่า เฟดอาจจะขยายโครงการนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อให้ครอบคลุมตราสารหนี้และหลักทรัพย์จำนองที่มีความเสี่ยงสูงที่กำลังสร้างปัญหาให้กับภาคธนาคารขณะนี้
กระทรวงการคลังสหรัฐชี้แจงว่า โครงการนี้น่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง และกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ อีกทั้งโครงการนี้เป็นหนึ่งในมาตรการล่าสุด ในการยับยั้งไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐดิ่งลงไปมากกว่า และสกัดวิกฤติตลาดการเงินที่มีต้นเหตุมาจากการผิดนัดชำระหนี้ในสัญญาจำนอง ในช่วงแรกนั้นทีเอแอลเอฟ จะยอมรับหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นเอบีเอส ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้น 'AAA' และเป็นหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสินเชื่อใหม่ สำหรับการซื้อรถยนต์, ธุรกิจบัตรเครดิต, เงินกู้แก่นักศึกษา หรือธุรกิจขนาดย่อมที่ได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาล
โดยนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ปีนี้ เฟดและกระทรวงการคลังจะเพิ่มรายการหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมให้กว้างขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาให้เช่า หรือสินเชื่อสำหรับภาคเกษตร, อุปกรณ์หนัก หรืออุปกรณ์ขนาดเล็ก และรายการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่เครื่องถ่ายเอกสารในธุรกิจขนาดย่อม ไปจนถึงปั้นจั่นก่อสร้างขนาดยักษ์ และเครื่องจักรเก็บเกี่ยวในฟาร์ม
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐกล่าวว่า รายการหลักทรัพย์ค้ำประกันนี้ อาจรวมถึงสินเชื่อขั้นต่ำสุดที่ไม่รวมอุตสาหกรรมรถยนต์ และหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากเงินจ่ายล่วงหน้าของบริษัทผู้ให้บริการรับชำระหนี้จำนอง และในอนาคตนั้นหลักทรัพย์ที่นำมาใช้ค้ำประกันการกู้ยืม อาจรวมถึงหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองเชิงพาณิชย์ หรือซีเอ็มบีเอส (CMBS), หลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองที่อยู่อาศัยบางประเภท และตราสารหนี้มีสินทรัพย์ค้ำประกัน หรือซีดีโอ (collateral debt obligations: CDO)
ก่อนหน้านี้นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด กล่าวต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณประจำวุฒิสภาว่าเฟดรู้ว่ากำลังจะเกิดวิกฤติสินเชื่อในตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เพราะเจ้าของห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, อาคารให้เช่า และอาคารอีกหลายประเภท ไม่สามารถกู้เงินใหม่มาชำระหนี้เก่า และไม่สามารถจ่ายค่าก่อสร้างใหม่ได้ ซึ่งเป็นผลจากตลาดแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ประเภทซีเอ็มบีเอสไม่เคลื่อนไหว
ภายใต้โครงการนี้ กระทรวงการคลังจะจัดสรรเม็ดเงินราว 1 แสนล้านดอลลาร์เพื่อครอบคลุมความเสี่ยงด้านสินเชื่อ ที่เฟดเข้าแบกรับในครั้งนี้ โดยเงินดังกล่าวจะมาจากโครงการฟื้นฟูภาคการเงินของรัฐบาลมูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนเฟดชี้ว่าความสำเร็จของโครงการมีความสำคัญช่วยยับยั้งวงจรเลวร้ายทางสินเชื่อ และสำคัญต่อการกระตุ้นให้มีการปล่อยสินเชื่อได้อีกครั้ง
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่านายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวระหว่างการเยือนทำเนียบขาวของสหรัฐวานนี้ว่า เป็นไปได้ที่อีก 2-3 เดือนข้างหน้าจะมีข้อตกลงใหม่ระดับโลก ที่จะดึงทุกประเทศทั่วโลก ร่วมค้นหากรอบงานกฎระเบียบใหม่สะสางภาคการเงินให้สะอาด ให้เกิดเศรษฐกิจโลกใสสะอาดปราศจากมลพิษใบใหม่ และทุกประเทศจะรวมตัวกัน เห็นพ้องกับการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่น สร้างงานให้ประชาชนช่วยเศรษฐกิจขยายตัวเฟื่องฟูได้ในอนาคต
Tags : ธนาคารกลางสหรัฐ • เฟด

ความคิดเห็นที่ 1
ถึง คาร์ฟูร์รัชดา , 5 มีนาคม 2552 20:35
ห้างคาร์ฟูร์ นี่นอกจากจะเอาเปรียบผู้ค้า และลูกค้า จนไม่น่าคบหาด้วยแล้ว ต่างจาก Tesco Lotus
ที่ดีกับผู้ค้า และ ลูกค้า แล้วผู้บริหารคาร์ฟูร์ยังมีพฤติกรรมที่ไม่มีสมบัติผู้ดีอีก ไม่ทราบว่ารู้จักไหมสมบัติผู้ดี
ถ้าไม่รู้จัก จะได้ส่งหนังสือสมบัติผู้ดีไปให้ต้มกิน ยำกิน เปิดเพลงและโฆษณารบกวนลูกค้าตัวเอง ที่อยู่รอบๆห้างคาร์ฟูร์รัชดา
ทั้งกลางวันกลางคืนถึงห้าทุ่ม ช่วงไหนจัดงานบ้าบอ ยิ่งหนวกหูไปถึงตี 1 เอาเปรียบแม้กระทั่งลูกค้าที่ซื้อของตัวเอง
ไม่คิดว่าใครจะหนวกหูบ้าง รอบๆคาร์ฟูร์รัชดานี่ มีทั้งบ้าน อพาร์ทเมนท์ ชาวบ้านแถวนี่เค้าหนวกหูกันหมด
คนจะหลับจะนอน จะกลางวัน หรือ กลางคืน หนวกหูทุกเวลา ไม่ทราบว่า นายฝรั่งที่เป็นขี้ข้าไม่ได้สั่งสอนหรอ
ว่างๆจะส่งหนังสือสมบัติผู้ดีไปให้ นายฝรั่งของแกอ่านด้วย