กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 6 สิงหาคม 2555 15:07

6บจ.ไทยติดอันดับฟอร์บส์ เอเชีย

ชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย 6 บริษัทจดทะเบียน ติดอันดับ Forbes Asia หลังโชว์ยอดขาย-กำไร โดดเด่น!

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดเผยว่า ในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนไทยที่ผ่านการคัดเลือกโดยนิตยสาร Forbes Asia ให้เข้าไปอยู่ในทำเนียบสุดยอด 200 บริษัทขนาดกลางและเล็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia’s 200 Best Under a Billion จำนวน 6 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) รวมกัน 25,118 ล้านบาท เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) 4 บริษัท ได้แก่ บมจ. ลานนารีซอร์สเซส (LANNA) บมจ. ทรัพย์ศรีไทย (SST) บมจ. สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) และ บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 2 บริษัท ได้แก่ บมจ. มาสเตอร์ แอด (MACO) และ บมจ. ควอลลีเทค (QLT)

ทั้งนี้ SST UPOIC WORK และ MACO เป็นบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเป็นครั้งแรก ส่วน LANNA เคยผ่านการคัดเลือกแล้วเมื่อปี 2549 และ QLT เมื่อปี 2553

"การที่บริษัทจดทะเบียนไทย 6 แห่ง ผ่านการคัดเลือกเข้าไปอยู่ใน Asia’s 200 Best Under a Billion จากบริษัทที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นทั้งหมด 15,000 บริษัท จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นเรื่องที่น่ายินดีและชี้ให้เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและเล็กมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับความผันผวนด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมในการแข่งขัน ทำให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเติบโตโดดเด่น โดยยอดขายและกำไรรวมของทั้ง 6 บริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีสูงถึงเกือบ 50% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นปีล่าสุดอยู่ที่ 33%"

บริษัทที่จะเข้าสู่ Asia’s 200 Best Under a Billion ได้จะต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้ประจำปีระหว่าง 5–1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิ และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยมีอัตราการเติบโตของยอดขาย และกำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วง 12 เดือนและ 3 ปีล่าสุดโดดเด่น ทั้งนี้ไม่รวมบริษัทที่มีสภาพคล่องการซื้อขายหุ้นต่ำ มีประเด็นความผิดทางบัญชีหรือข้อพิพาททางกฎหมายที่สำคัญซึ่งถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์คัดเลือก

Tags : ชนิตร ชาญชัยณรงค์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ Forbes Asia

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position SYNERGY-E

advertisement