กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
ad a1

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 22:27

'กิตติรัตน์'ถกเก็บค่าต๋งแบงก์ล้างหนี้กองทุนฟื้นฟูฯพรุ่งนี้

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ปลัดคลัง เผย"กิตติรัตน์" เรียกคลัง-แบงก์ชาติ หารือเก็บค่าธรรมเนียมแบงก์ล้างหนี้กองทุนพรุ่งนี้ มั่นใจพรก.แก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูไม่ขัดรธน.

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (13ก.พ.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน เกี่ยวกับการชำระเงินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ทั้งเวลาการชำระหนี้ และอัตราค่าธรรมเนียม ที่เรียกเก็บจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ สามารถคำนวณต้นทุนในการดำเนินงานหลังจากนี้ได้

คาดว่า อัตราค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์จะต้องนำส่งนั้น อาจมากกว่า 0.4% ขณะที่เงินการนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก คงจะลดลงเหลือเพียง 0.01% ทั้งนี้ ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นภาระต้นทุนกับธนาคารพาณิชย์น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ทางธนาคารพาณิชย์มีผลกระทบมากขึ้น

 ปลัดกระทรวงการคลังยัง มั่นใจว่า พระราชกำหนดการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟู และพระราชกำหนดกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนและพัฒนาประเทศในระยะยาว จะไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งพ.ร.ก.ดังกล่าว ถือว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการ แต่หากเกิดกฎหมายทั้ง 2 ฉบับขัดต่อกฎหมายจริง ก็จะมีการเสนออกเป็นพระราชบัญญัติแทน

อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดคงต้องรอให้ศาลมีคำตัดสิน ซึ่ง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะมีการชี้แจงต่อศาลในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้

ส่วนการจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติจะมีการหารือเพิ่มเติม ในวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ และจะมีการขายกรมธรรม์ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยภาคประชาชนจะมีการคุ้มครองไม่เกิน 100,000 บาท และค่าเบี้ยประกัน จะจัดเก็บในอัตราต่ำ แต่หากประชาชนรายใด ต้องการคุ้มครองมากกว่า 100,000 บาทนั้น จะต้องมีการซื้อกรมธรรม์เพิ่มเอง ซึ่งเบี้ยประกันก็จะสูงขึ้น แต่ในส่วนสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี จะคุ้มครองอยู่ที่ 120 ของทุนประกัน แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท ขณะธุรกิจรายใหญ่ จะมีการคุ้มครอง 120 ของทุนประกัน แต่ไม่เกินวงเงิน 200,000,000ล้านบาท

Tags : ปลัดคลัง

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement