แอดวานซ์ปี 54 กำไร 2.2 หมื่นล้านบาทโต 8.3% ส่วนปีนี้คาดรายได้ 5-6% ระบุบริการสมาร์ทโฟนยังคึกคัก หันเน้นขายอุปกรณ์ใหม่รองรับระบบ 3G
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) รายงานว่าภาพรวมผลประกอบการงวดปี 2554 มีกำไรสุทธิ 22,217 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 8.3% ที่มีกำไรสุทธิ 20,513 ล้านบาท โดยรายได้รวมอยู่ที่ 126,473 ล้าบาท เติบโต 14% จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโต 14% และยอดขายอุปกรณ์ที่เติบโตถึง 41% จากกระแสความนิยมของสมาร์ทโฟน
ขณะที่รายได้จากการให้บริการระบบเติมเงินต่อเลขหมาย (ARPU) อยู่ที่ 203 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 4.1% ส่วนรายได้จากการให้บริการระบบเหมาจ่ายรายเดือนต่อเลขหมายอยู่ที่ 691 บาทต่อเดือนเพิ่มขึ้น 5% อีบิทด้าในปี 2554 อยู่ที่ 56,622 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 9.5% แม้บริษัทจะมีการลงทุนขยายความจุการใช้งานอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่บนเทคโนโลยี 2G และ 3G มากขึ้น
ทั้งนี้ผู้บริหารระบุว่า ประมาณการรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) จะเติบโตในระดับ 5-6% โดยมาจากความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ของผู้บริโภคยังคงมีอยู่สูงและการแข่งขันในตลาดการให้บริการเสียงที่ยังทรงตัว ทั้งนี้ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่นั้นยังคงมาจากการโตของจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน กระแสความนิยมสังคมออนไลน์และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงการโทรศัพท์พื้นฐาน ซึ่งเอไอเอสเชื่อว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างๆ จะพยายามรักษาระดับการเติบโตของตลาดบริการข้อมูลไว้ โดยขยายการให้บริการ 3G มากขึ้น และเน้นการขายอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ที่รองรับการใช้งานเทคโนโลยี 3G ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สมาร์โฟน แทบเล็ต และแอร์การ์ด
เอไอเอสมุ่งเน้นการขายอุปกรณ์สมาร์ทโฟน ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 10% และประมาณว่า 50% อุปกรณ์ขายใหม่ในปีนี้จะเป็นอุปกรณ์รองรับ 3G ขณะที่ 30% ของอุปกรณ์จะเป็นอุปกรณ์ที่รองรับ 3G แต่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน
สำหรับรายได้จากการบริการข้อมูลคาดว่าจะโต 25% จากการเติบโตของการใช้งานอุปกรณ์มาสมาร์ทดีไวซ์ และบริการ 3G และจากการที่เอไอเอสจะมุ่งเน้นตลาดอุปกรณ์ดังกล่าวมากขึ้น จึงทำให้เป้าหมายอีบิทด้า มาร์จินปีนี้น่าจะอยู่ที่ 44% ซึ่งลดลงจากระดับ 44.8% ในปี 2554 การลดลงของอีบิทด้านั้นเกิดจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอุปกรณ์ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่วนอัตรากำไรในธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะทรงตัว
ทั้งนี้ เอไอเอสคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 8 พันล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของบริการ 3G และขยายความจุในการให้บริการด้านข้อมูล โดยภายหลังจากเปิดให้บริการ 3G-900 เมกะเฮิรตซ์ในเดือน ก.ค. 2554 รวมทั้งประเทศโครงข่าย EDGE+ ทั่วไทย ทำให้ผู้บริโภคเห็นประโยชน์ทำให้มีการใช้เพิ่มขึ้น เตรียมเสริมโครงข่ายข้อมูลที่ใช้งานได้ต่อเนื่องและจะทำการติดตั้งสถานีให้บริการเพิ่มอีก 2 พันสถานีในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล
บริษัทแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการมีมติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2554 ให้แก่ผู้ถือหุ้นละ 8.43 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.17 บาทเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2554 คงเหลือเงินปันผลจ่ายงวดนี้อีก 4.26 บาท กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 23 เม.ย. 2555
Tags : เอไอเอส
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น