เปิดพ.ร.ก.แก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟู (ฉบับเต็ม) ร่ายยาวฉุกเฉินเร่งด่วน!
หมายเหตุ-พระราชกําหนด ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๒๖ มกราคม ๒๕๕๕
ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้เกิดวิกฤตการณ์อุทกภัยอย่างร้ายแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทยซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง รัฐบาลมีความจําเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องบูรณะและฟื้นฟูประเทศ เยียวยาความเสียหายให้แก่ประชาชน รวมทั้งดําเนินการวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ โดยการจัดให้มีการลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จําเป็น
นอกจากนี้ ผลจากการเกิดความเสียหายนั้นยังทําให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมเริ่มถดถอยและอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะ จึงจําเป็นต้องมีมาตรการฟื้นฟูประเทศทั้งการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย การป้องกันภัยพิบัติที่ใกล้จะถึง และการสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพของประชาชนและผู้ลงทุน ซึ่งการดําเนินการตามมาตรการดังกล่าวจะต้องใช้จ่ายเงินเป็นจํานวนมากและต้องดําเนินการอย่างเร่งด่วนหลายแนวทาง และแนวทางหนึ่งคือการต้องลดภาระงบประมาณเพื่อชําระดอกเบี้ยเงินกู้ที่กู้มาเพื่อช่วยเหลือการดําเนินการของกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่เกิดจากการแก้ไขปัญหาวิกฤตของระบบสถาบันการเงินเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐
โดยจําเป็นต้องปรับปรุงและจัดการระบบการชําระหนี้เงินกู้ดังกล่าวเสียใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและไม่เป็นภาระต่องบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลอีกต่อไป สมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยกําหนดให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมีหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการชําระคืนต้นเงินกู้และการชําระดอกเบี้ยเงินกู้ ในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือการจัดการและฟื้นฟูสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาวิกฤตทางการเงินเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กํากับดูแลการดําเนินงานของกองทุนดังกล่าว ตลอดจนปรับปรุงการจัดหาแหล่งเงินในการนําไปชําระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยเงินกู้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงหลักเกณฑ์และแหล่งเงินในการชําระคืนต้นเงินกู้ที่กําหนดไว้แต่เดิม พร้อมกับเพิ่มเติมการเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินเพื่อนําไปใช้ในการดําเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ภายใต้หลักการในการรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ดังกล่าวจะทําให้รัฐบาลมีงบประมาณรายจ่ายไปสมทบกับเงินอื่นที่จะนําไปใช้ในการบูรณะ ฟื้นฟู และพัฒนาประเทศได้อย่างเพียงพออีกทั้งยังเป็นการสร้างเสถียรภาพต่อระบบการเงินการคลังของประเทศโดยรวม และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศจึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนด
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลัง กู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พระราชกําหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกําหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกําหนดนี้เรียกว่า “พระราชกําหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕”
มาตรา ๒ พระราชกําหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกําหนดนี้
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกําหนดนี้
มาตรา ๔ ให้กองทุนมีหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการชําระคืนต้นเงินกู้และการชําระดอกเบี้ยเงินกู้ ในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้เงินกู้ดังต่อไปนี้
(๑) หนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน และจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่ยังคงมีอยู่
(๒) หนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน และจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่ยังคงมีอยู่
การจัดลําดับการชําระหนี้ต้นเงินกู้หรือดอกเบี้ยเงินกู้ และการกําหนดจํานวนเงินที่จะต้องชําระตามพระราชกําหนดนี้ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้ โดยให้คํานึงถึงจํานวนเงินหรือสินทรัพย์ในบัญชีตามมาตรา ๕ ที่อาจนํามาชําระหนี้ได้ หนี้เงินกู้ตามมาตรานี้ ให้หมายความรวมถึงหนี้ที่เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ด้วย
มาตรา ๕ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามมาตรา ๔ ให้บัญชีสะสมเพื่อการชําระคืน ต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งจัดตั้งโดย พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ ตามมาตรา ๔ และการชําระดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดจากหนี้เงินกู้ดังกล่าว
เงินหรือสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ ให้นําส่งเข้าหรือรับขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง
(๑) เงินหรือสินทรัพย์ที่นําส่งหรือโอนตามมาตรา ๗
(๒) เงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยนําส่งตามมาตรา ๑๐
(๓) เงินหรือสินทรัพย์ที่กระทรวงการคลังโอนตามมาตรา ๑๑
(๔) ดอกผลของเงินหรือสินทรัพย์ตาม (๑) (๒) และ (๓)
มาตรา ๖ รายได้ของธนาคารแห่งประเทศไทยอันเป็นเงินหรือสินทรัพย์ในบัญชีตามมาตรา ๕ มิให้นําไปจัดสรรเป็นเงินสํารองหรือเป็นเงินนําส่งรัฐตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกฎหมายอื่นใด และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ดูแลรักษา ตลอดจนจัดการเงิน หรือสินทรัพย์ดังกล่าวและแปลงเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาท เพื่อให้สอดคล้องกับต้นเงินกู้ และดอกเบี้ยเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ รวมทั้งให้มีอํานาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าวให้แก่กองทุน เพื่อการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) ชําระดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดจากหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๔
(๒) ชําระคืนต้นเงินกู้ตามมาตรา ๔
(๓) จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการเกี่ยวกับการดําเนินการตาม (๑) และ (๒) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกําหนด
มาตรา ๗ ในระหว่างการชําระคืนต้นเงินกู้ตามมาตรา ๔ ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ในแต่ละปี ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนําส่งเงินกําไรสุทธิที่ต้องนําส่งรัฐตามกฎหมาย ว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบ เข้าบัญชีตามมาตรา ๕
(๒) ให้โอนสินทรัพย์คงเหลือในบัญชีผลประโยชน์ประจําปีตามกฎหมายว่าด้วยเงินตราหลังจากการจ่ายเมื่อสิ้นปีเข้าบัญชีตามมาตรา ๕ เฉพาะเพื่อชําระคืนต้นเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยไม่ต้องโอนเข้าบัญชีสํารองพิเศษ
(๓) ให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ของกองทุนเข้าบัญชีตามมาตรา ๕ ตามจํานวนที่คณะรัฐมนตรีกําหนด
มาตรา ๘ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจเรียกให้สถาบันการเงินนําส่งเงิน เป็นอัตราร้อยละต่อปีของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองเงินฝากตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด แต่เมื่อรวมอัตราดังกล่าวกับอัตราที่กําหนดให้สถาบันการเงินนําส่งเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละหนึ่งต่อปีของยอดเงินฝาก ถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก
เพื่อประโยชน์ในการชําระคืนต้นเงินกู้หรือดอกเบี้ยเงินกู้ให้พอเพียง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเรียกให้สถาบันการเงินนําส่งเงินเพิ่มขึ้นจากที่กําหนดในวรรคหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด แต่เมื่อรวมกับเงินที่นําส่งตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องไม่เกินอัตราร้อยละหนึ่งของยอดเงินที่สถาบันการเงินได้รับจากประชาชน
สถาบันการเงินตามมาตรานี้ หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
มาตรา ๙ สถาบันการเงินใดไม่นําส่งเงินตามมาตรา ๘ หรือนําส่งไม่ครบภายในระยะเวลา ที่กําหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสองต่อเดือนของจํานวนเงินที่ไม่นําส่งหรือนําส่งไม่ครบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
ในกรณีที่สถาบันการเงินใดไม่นําส่งเงินตามมาตรา ๘ หรือนําส่งไม่ครบ และไม่เสียเงินเพิ่ม ตามวรรคหนึ่ง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจออกคําสั่งเรียกให้สถาบันการเงินนั้นชําระเงินดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กําหนด
มาตรา ๑๐ เงินที่สถาบันการเงินนําส่งตามมาตรา ๘ และเงินเพิ่มตามมาตรา ๙ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนําส่งเข้าบัญชีตามมาตรา ๕ ต่อไป
เงินที่สถาบันการเงินจะต้องนําส่งตามมาตรา ๘ และเงินเพิ่มตามมาตรา ๙ ให้ถือว่าเป็นหนี้อันมีบุริมสิทธิลําดับต่อจากหนี้ภาษีอากรของสถาบันการเงินนั้น
มาตรา ๑๑ ให้กระทรวงการคลังโอนเงินของกองทุนเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งจัดตั้งโดยพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๑ เข้าบัญชีตามมาตรา ๕
เมื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยุบเลิกกองทุนเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งจัดตั้งโดยพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ทั้งนี้ นับแต่วันที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด
มาตรา ๑๒ ให้บทบัญญัติมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๑ และบทบัญญัติมาตรา ๘ วรรคสอง มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นอันสิ้นผลใช้บังคับนับแต่วันที่พระราชกําหนดนี้ใช้บังคับ
มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกําหนดนี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ที่มา : www.prasong.com
Tags : พ.ร.ก.กองทุนฟื้นฟู • ฉบับบเต็ม • เร่งด่วน
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น