กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
ad a1

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 27 มกราคม 2555 13:53

เปิดพ.ร.ก.แก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟู (ฉบับเต็ม) ฉุกเฉินเร่งด่วน!

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เปิดพ.ร.ก.แก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟู (ฉบับเต็ม) ร่ายยาวฉุกเฉินเร่งด่วน!

หมายเหตุ-พระราชกําหนด ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.  ๒๕๕๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา    ๒๖   มกราคม   ๒๕๕๕

ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้  คือ  เนื่องจากในปี  พ.ศ.  ๒๕๕๔  ได้เกิดวิกฤตการณ์อุทกภัยอย่างร้ายแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทยซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง  รัฐบาลมีความจําเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องบูรณะและฟื้นฟูประเทศ  เยียวยาความเสียหายให้แก่ประชาชน  รวมทั้งดําเนินการวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ  โดยการจัดให้มีการลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จําเป็น

นอกจากนี้  ผลจากการเกิดความเสียหายนั้นยังทําให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมเริ่มถดถอยและอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะ   จึงจําเป็นต้องมีมาตรการฟื้นฟูประเทศทั้งการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย  การป้องกันภัยพิบัติที่ใกล้จะถึง   และการสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพของประชาชนและผู้ลงทุน  ซึ่งการดําเนินการตามมาตรการดังกล่าวจะต้องใช้จ่ายเงินเป็นจํานวนมากและต้องดําเนินการอย่างเร่งด่วนหลายแนวทาง  และแนวทางหนึ่งคือการต้องลดภาระงบประมาณเพื่อชําระดอกเบี้ยเงินกู้ที่กู้มาเพื่อช่วยเหลือการดําเนินการของกองทุน  เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่เกิดจากการแก้ไขปัญหาวิกฤตของระบบสถาบันการเงินเมื่อปี พ.ศ.  ๒๕๔๐

โดยจําเป็นต้องปรับปรุงและจัดการระบบการชําระหนี้เงินกู้ดังกล่าวเสียใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและไม่เป็นภาระต่องบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลอีกต่อไป  สมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  โดยกําหนดให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมีหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการชําระคืนต้นเงินกู้และการชําระดอกเบี้ยเงินกู้  ในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือการจัดการและฟื้นฟูสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาวิกฤตทางการเงินเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๔๐  และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กํากับดูแลการดําเนินงานของกองทุนดังกล่าว  ตลอดจนปรับปรุงการจัดหาแหล่งเงินในการนําไปชําระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยเงินกู้ได้อย่างต่อเนื่อง  โดยยังคงหลักเกณฑ์และแหล่งเงินในการชําระคืนต้นเงินกู้ที่กําหนดไว้แต่เดิม  พร้อมกับเพิ่มเติมการเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินเพื่อนําไปใช้ในการดําเนินการดังกล่าวด้วย 

ทั้งนี้  ภายใต้หลักการในการรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ดังกล่าวจะทําให้รัฐบาลมีงบประมาณรายจ่ายไปสมทบกับเงินอื่นที่จะนําไปใช้ในการบูรณะ  ฟื้นฟู  และพัฒนาประเทศได้อย่างเพียงพออีกทั้งยังเป็นการสร้างเสถียรภาพต่อระบบการเงินการคลังของประเทศโดยรวม  และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้  เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศจึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนด


โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลัง กู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พระราชกําหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล   ซึ่งมาตรา  ๒๙  ประกอบกับมาตรา  ๔๑  และมาตรา  ๔๓  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อาศัยอํานาจตามความในมาตรา  ๑๘๔  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ  ให้ตราพระราชกําหนดขึ้นไว้  ดังต่อไปนี้

มาตรา  ๑ พระราชกําหนดนี้เรียกว่า  “พระราชกําหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  พ.ศ.  ๒๕๕๕”

มาตรา  ๒ พระราชกําหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา  ๓ ในพระราชกําหนดนี้

“กองทุน”  หมายความว่า  กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย

“รัฐมนตรี”  หมายความว่า  รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกําหนดนี้

มาตรา  ๔ ให้กองทุนมีหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการชําระคืนต้นเงินกู้และการชําระดอกเบี้ยเงินกู้ ในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้เงินกู้ดังต่อไปนี้

(๑)  หนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน และจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  พ.ศ.  ๒๕๔๑   ที่ยังคงมีอยู่

(๒)  หนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน และจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ระยะที่สอง  พ.ศ.  ๒๕๔๕  ที่ยังคงมีอยู่

การจัดลําดับการชําระหนี้ต้นเงินกู้หรือดอกเบี้ยเงินกู้  และการกําหนดจํานวนเงินที่จะต้องชําระตามพระราชกําหนดนี้  ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังแจ้งให้ทราบ  ทั้งนี้  โดยให้คํานึงถึงจํานวนเงินหรือสินทรัพย์ในบัญชีตามมาตรา  ๕  ที่อาจนํามาชําระหนี้ได้ หนี้เงินกู้ตามมาตรานี้  ให้หมายความรวมถึงหนี้ที่เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ด้วย

มาตรา  ๕ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามมาตรา  ๔  ให้บัญชีสะสมเพื่อการชําระคืน ต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ซึ่งจัดตั้งโดย พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ระยะที่สอง  พ.ศ.  ๒๕๔๕  มีวัตถุประสงค์เพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ ตามมาตรา  ๔  และการชําระดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดจากหนี้เงินกู้ดังกล่าว

เงินหรือสินทรัพย์ดังต่อไปนี้  ให้นําส่งเข้าหรือรับขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง

(๑)  เงินหรือสินทรัพย์ที่นําส่งหรือโอนตามมาตรา  ๗

(๒)  เงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยนําส่งตามมาตรา  ๑๐

(๓)  เงินหรือสินทรัพย์ที่กระทรวงการคลังโอนตามมาตรา  ๑๑

(๔)  ดอกผลของเงินหรือสินทรัพย์ตาม  (๑)  (๒)  และ  (๓)

มาตรา  ๖ รายได้ของธนาคารแห่งประเทศไทยอันเป็นเงินหรือสินทรัพย์ในบัญชีตามมาตรา  ๕  มิให้นําไปจัดสรรเป็นเงินสํารองหรือเป็นเงินนําส่งรัฐตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกฎหมายอื่นใด  และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ดูแลรักษา  ตลอดจนจัดการเงิน หรือสินทรัพย์ดังกล่าวและแปลงเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาท  เพื่อให้สอดคล้องกับต้นเงินกู้ และดอกเบี้ยเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้  รวมทั้งให้มีอํานาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าวให้แก่กองทุน เพื่อการอย่างหนึ่งอย่างใด  ดังต่อไปนี้

(๑)  ชําระดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดจากหนี้เงินกู้ตามมาตรา  ๔

(๒)  ชําระคืนต้นเงินกู้ตามมาตรา  ๔

(๓)  จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการเกี่ยวกับการดําเนินการตาม  (๑)  และ  (๒)  ทั้งนี้  ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกําหนด

มาตรา  ๗ ในระหว่างการชําระคืนต้นเงินกู้ตามมาตรา  ๔  ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑)  ในแต่ละปี  ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนําส่งเงินกําไรสุทธิที่ต้องนําส่งรัฐตามกฎหมาย ว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย  เป็นจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบ  เข้าบัญชีตามมาตรา  ๕

(๒)  ให้โอนสินทรัพย์คงเหลือในบัญชีผลประโยชน์ประจําปีตามกฎหมายว่าด้วยเงินตราหลังจากการจ่ายเมื่อสิ้นปีเข้าบัญชีตามมาตรา  ๕  เฉพาะเพื่อชําระคืนต้นเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ระยะที่สอง  พ.ศ.  ๒๕๔๕  โดยไม่ต้องโอนเข้าบัญชีสํารองพิเศษ

(๓)  ให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ของกองทุนเข้าบัญชีตามมาตรา  ๕  ตามจํานวนที่คณะรัฐมนตรีกําหนด

มาตรา  ๘ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจเรียกให้สถาบันการเงินนําส่งเงิน  เป็นอัตราร้อยละต่อปีของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองเงินฝากตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด  แต่เมื่อรวมอัตราดังกล่าวกับอัตราที่กําหนดให้สถาบันการเงินนําส่งเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้ว  ต้องไม่เกินร้อยละหนึ่งต่อปีของยอดเงินฝาก ถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก

เพื่อประโยชน์ในการชําระคืนต้นเงินกู้หรือดอกเบี้ยเงินกู้ให้พอเพียง  ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเรียกให้สถาบันการเงินนําส่งเงินเพิ่มขึ้นจากที่กําหนดในวรรคหนึ่งก็ได้  ทั้งนี้  ตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด  แต่เมื่อรวมกับเงินที่นําส่งตามวรรคหนึ่งแล้ว  ต้องไม่เกินอัตราร้อยละหนึ่งของยอดเงินที่สถาบันการเงินได้รับจากประชาชน

สถาบันการเงินตามมาตรานี้  หมายความว่า  สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

มาตรา  ๙ สถาบันการเงินใดไม่นําส่งเงินตามมาตรา  ๘  หรือนําส่งไม่ครบภายในระยะเวลา ที่กําหนด  ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสองต่อเดือนของจํานวนเงินที่ไม่นําส่งหรือนําส่งไม่ครบ ทั้งนี้  ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

ในกรณีที่สถาบันการเงินใดไม่นําส่งเงินตามมาตรา  ๘  หรือนําส่งไม่ครบ  และไม่เสียเงินเพิ่ม ตามวรรคหนึ่ง  ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจออกคําสั่งเรียกให้สถาบันการเงินนั้นชําระเงินดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กําหนด

มาตรา  ๑๐ เงินที่สถาบันการเงินนําส่งตามมาตรา  ๘  และเงินเพิ่มตามมาตรา  ๙  ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนําส่งเข้าบัญชีตามมาตรา  ๕  ต่อไป

เงินที่สถาบันการเงินจะต้องนําส่งตามมาตรา  ๘  และเงินเพิ่มตามมาตรา  ๙  ให้ถือว่าเป็นหนี้อันมีบุริมสิทธิลําดับต่อจากหนี้ภาษีอากรของสถาบันการเงินนั้น

มาตรา  ๑๑ ให้กระทรวงการคลังโอนเงินของกองทุนเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ซึ่งจัดตั้งโดยพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  พ.ศ.  ๒๕๔๑  เข้าบัญชีตามมาตรา  ๕

เมื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว  ให้ยุบเลิกกองทุนเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ซึ่งจัดตั้งโดยพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  พ.ศ.  ๒๕๔๑  ทั้งนี้  นับแต่วันที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด

มาตรา  ๑๒ ให้บทบัญญัติมาตรา  ๙  วรรคหนึ่ง  แห่งพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  พ.ศ.  ๒๕๔๑  และบทบัญญัติมาตรา  ๘  วรรคสอง  มาตรา  ๙  และมาตรา  ๑๐  แห่งพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ระยะที่สอง  พ.ศ.  ๒๕๔๕  เป็นอันสิ้นผลใช้บังคับนับแต่วันที่พระราชกําหนดนี้ใช้บังคับ

มาตรา  ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกําหนดนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 

ที่มา : www.prasong.com

Tags : พ.ร.ก.กองทุนฟื้นฟู ฉบับบเต็ม เร่งด่วน

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    newpoliticsparty

    เครือ นช ทักษิณ ยังคิดว่า ปชช ยังโง่ ไร้เดียงสาเหมือนเคย ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า เครือ นช ทักษิณ โดยเฉพาะตัวเอ้ เป็นผู้โหยหาเงิน กินไม่รู้จักอิ่ม แถมกินมูมมามเสียด้วย แถมกินตะกระตะกรามอีกต่างหาก แถมกินไม่เลือกที่อีกต่างหาก ที่ไหนมีเงิน ตัวเหลือบพันธุ์นี้พร้อมงาบงับอย่างตะบี้ตะบัน ก็เท่านั้นเอง

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement