กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
ad a1

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 6 มกราคม 2555 17:05

'กฤษฎีกา'รื้อพ.ร.ก.หนี้ยังอยู่คลัง-'ธปท.'จ่ายต้น-ดบ.เช่นเดิม

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กฤษฎีกา แจงรัฐถอนโอนหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.14 ล้านล้านบาท แต่ให้แบงก์ชาติรับจ่ายดอกเบี้ย-เงินต้น เสนอเก็บคุ้มครองเงินฝากเต็มเพดาน

นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า กฤษฎีกาฯอยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียดร่างพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ...ให้มีความชัดเจน และจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในสัปดาห์หน้า

นายอัชพร ระบุว่า ร่างพ.ร.ก.ที่อยู่ระหว่างปรับปรุงฉบับนี้ จะแตกต่างจากเนื้อหาที่มีการเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ แต่ยังคงเนื้อหาสาระที่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)มีหน้าที่เพิ่มเติมในการหาแหล่งเงินมาชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟูฯ ส่วนแหล่งรายได้ของธปท.ที่นำมาชำระหนี้นั้น ธปท.และกองทุนฟื้นฟูฯจะไปหารือกันในรายละเอียด

แหล่งรายได้ที่ธปท.จะนำมาชำระหนี้ ได้แก่ กำไรสุทธิและผลประโยชน์ต่างๆของธปท.และการโอนรายได้ค่าธรรมเนียมของสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่กำหนดเพดานไว้ที่ไม่เกิน 1% มาจ่ายหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งหากสถาบันเงินคุ้มครองเงินฝากเก็บเงินเต็มเพดานกฎหมาย คือ ไม่เกิน 1% จะเพียงพอสำหรับชำระหนี้ดอกเบี้ยและเงินต้นแต่ละปี

"กระทรวงการคลังกำลังพูดคุยกันแบงก์ชาติว่าแหล่งรายได้ที่นำมาชำระหนี้ คือ เงินจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งการเก็บเงินค่าธรรมเนียมคุ้มครองเงินฝากเต็มเพดาน 1% ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อสถาบันการเงิน เพราะแต่ละปี สถาบันการเงินมีกำไรจำนวนมาก ขณะที่แบงก์ชาติและกองทุนฟื้นฟูฯจะวางแผนชำระหนี้ร่วมกัน"นายอัชพรระบุ

นายอัชพร ยืนยันว่า ร่างพ.ร.ก.ฉบับนี้จะไม่มีการโอนหนี้ไปยังกองทุนฟื้นฟูฯ โดยหนี้สินทั้งหมดของกองทุนฟื้นฟูฯยังคงอยู่ที่กระทรวงการคลัง แต่พ.ร.ก.ได้กำหนดให้กองทุนฟื้นฟูฯมีหน้าที่ชำระหนี้ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ไม่มีการระบุชัดเจนว่าใครต้องชำระหนี้ แต่ครั้งนี้เป็นการเจาะจงลงไปอย่างชัดเจน

"หนี้ยังคงเป็นหนี้ในพันธบัตรเดิมที่กระทรวงการคลังออกไว้อยู่ หรือ กระทรวงการคลังยังเป็นลูกหนี้อยู่ และไม่กระทบอะไรกับเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรที่อยู่ เพียงแต่กฎหมายนี้จะกำหนดวิธีการชำระหนี้เดิมให้เห็นภาพชัดว่า จะชำระหนี้อย่างไร โดยกองทุนฟื้นฟูฯจะรับภาระการชำระหนี้ จากเดิมที่ต้องจ่ายหนี้จากงบประมาณแผ่นดิน"นายอัชพรกล่าว

นายอัชพร ระบุว่า การแก้ปัญหาหนี้สินกองทุนฟื้นฟูฯยืนยันว่า จะมีการเข้าไปแตะต้องทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ไม่มีการพิมพ์แบงก์ใหม่และไม่สร้างหนี้สาธารณะใหม่ พร้อมระบุ เมื่อปี 2541 และปี 2545 มีการออกกฎหมายให้ภาระการชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯเป็นของธปท.แต่ไม่มีการกำหนดแหล่งเงินที่จะนำมาชำระอย่างชัดเจน

นายอัชพร กล่าวว่า ร่างพ.ร.ก.ฉบับปรับปรุงไม่มีเนื้อหาส่วนใด ที่ขัดแย้งกับพ.ร.บ.เงินตราและพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้งแนวทางการดำเนินการตามร่างพ.ร.ก.จะไม่ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญแน่นอน

"จะมีคนที่ชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯแน่นอน โดยที่รัฐบาลไม่ควักเงินงบประมาณออกมาใช้"นายอัชพร ย้ำ

นายอัชพร กล่าวว่า การประชุมครม.สัปดาห์หน้า นอกจากจะมีการเสนอร่างพ.ร.ก.แก้ปัญหาหนี้สินกองทุนฟื้นฟูฯแล้ว จะมีการเสนอให้ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.ก.อีก 3 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.ก.กู้เงินสร้างอนาคตฯ 3.5 แสนล้านบาท ร่างพ.ร.ก.ให้ธปท.ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟโลนต์) และร่างพ.ร.ก.จัดตั้งกองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้านบาท

"ร่างพ.ร.ก.ที่ให้ธปท.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และร่างพ.ร.ก.จัดตั้งกองทุนประกันภัย ไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร เพราะกระทรวงการคลัง และธปท.เห็นด้วยกับแนวทางนี้ และตอนนี้ก็เห็นว่ามีความจำเป็นอยู่ ส่วนร่างพ.ร.ก. กู้เงินสร้างอนาคตฯ ต้องรอความชัดเจนเรื่องแผนโครงการลงทุนจากคณะกรรมการ กยน. และกยอ.ก่อน"นายอัชพร กล่าว

Tags : หนี้กองทุนฟื้นฟู

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement