ธปท.เรียกแบงก์ถกปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่วันนี้ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามเขต ให้เวลาตอบกลับ 10 วัน ก่อนสรุปปลายเดือนก.ย.
นายฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในวันนี้( 9 ก.ย.) เป็นเพียงการชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์เพื่อรับทราบถึงแนวนโยบายของ ธปท. ในการปรับโครงสร้างการคิดค่าธรรมเนียมใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขต ซึ่งการหารือในวันนี้จะยังไม่มีข้อสรุปใดๆ
อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมในวันนี้ ธปท. จะทำหนังสือเพื่อขอรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการไปยังธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งอีกครั้ง เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ได้แสดงความเห็นถึงแนวทางการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดย ธปท. จะให้เวลาธนาคารพาณิชย์เหล่านี้ตอบหนังสือกลับมายัง ธปท. ภายใน 10 วัน หลังจากนั้น ธปท.ก็จะนำข้อคิดเห็นเหล่านี้มาพิจารณาและหาข้อสรุป ก่อนจะมีการเชิญธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปผลอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปลายเดือนกันยายนนี้
“วันนี้เป็นการคุย เป็นการชี้แจงเบื้องต้นว่าเราอยากเห็นอะไร หลังจากนั้นประมาณ 2-3 วัน ทางเราจะจัดทำหนังสือขอรับฟังความเห็นอย่างเป็นทางการไปยังแบงก์ทุกแห่งอีกครั้ง โดยให้เวลา 10 วัน เพื่อที่เขาจะมีเวลาตอบความคิดเห็นกลับมา จากนั้นเราก็จะนำมาดู โดยดูว่าความเห็นใดบ้างที่มีเหตุมีผลซึ่งควรต้องนำไปพิจารณา แต่ถ้าเรามองว่าความเห็นยังไม่มีน้ำหนักพอก็จะชี้แจงกลับไป ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราคงจะเรียกประชุมแบงก์เพื่อสรุปผลเป็นทางการอีกครั้งในปลายเดือนกันยายน”นายฉิมกล่าว
นอกจากนี้ เขากล่าวยืนยันว่า กระบวนการทำงานของ ธปท. ถือว่าเป็นไปตามขั้นตอน และมีความโปร่งใส ซึ่งกระบวนการต่างๆ จะมีการนำขึ้นบนเว็บไซต์ของ ธปท. ด้วย
ก่อนหน้านี้ นายฉิม กล่าวว่า วันที่ 9 กันยายนนี้ ธปท. จะเชิญผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมาหารือถึงแนวทางการปรับโครงสร้างการคิดค่าธรรมเนียม ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบใหม่ โดยเน้นไปที่ค่าธรรมเนียมการโอนหรือเบิกถอนเงินสดข้ามเขต ซึ่ง ธปท. อยากให้ธนาคารพาณิชย์ยกเลิกการคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ไป ถ้าธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบเห็นด้วยกับ ธปท. ก็คาดว่าจะเริ่มใช้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีหน้าเป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ธปท.ยอมรับว่าการขอให้ธนาคารพาณิชย์ยกเลิกการคิดค่าธรรมเนียมข้ามเขตนั้น เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันอย่างมาก เพราะเรื่องนี้มีผลต่อรายได้ของธนาคารพาณิชย์เช่นกัน ซึ่งจากการประเมินของ ธปท. พบว่าอาจทำให้รายได้ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบลดลงประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ธปท. ก็อาจพิจารณาให้ ธนาคารพาณิชย์ คิดค่าธรรมเนียมในส่วนอื่นเพิ่มเติมได้เพื่อเป็นการชดเชย เช่น ค่าธรรมเนียมการใช้เช็ก เป็นต้น
สาเหตุที่ ธปท. ต้องพิจารณาปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ใหม่ เพื่อต้องการให้ค่าธรรมเนียมสะท้อนกับสภาวะแวดล้อมและต้นทุนในปัจจุบัน โดยเฉพาะในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนและการเบิกถอนเงินสดข้ามเขต ซึ่งเรื่องนี้ในอดีตอาจเข้าใจว่า ธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ต้นทุนเหล่านี้ก็ปรับลดลงตามไปด้วย ดังนั้นค่าธรรมเนียมก็ควรสอดคล้องกับข้อเท็จจริง
“สมัยก่อนเข้าใจได้ว่าการขนถ่ายเงิน การโทรศัพท์ถึงสำนักงานสาขาในต่างจังหวัดมีราคาที่แพง ไม่สะดวกสบาย แต่ปัจจุบันค่าโทรศัพท์เหล่านี้ถูกลงมาก อีกทั้งการขนเงินระยะไกลแบงก์ชาติเองก็ทำหน้าที่รับภาระในส่วนนี้ให้ จึงจะเห็นว่าต้นทุนในส่วนนี้แทบจะไม่มีแล้ว”นายฉิมกล่าว
เบื้องต้น ธปท. จะใช้วิธีขอความร่วมมือกับ ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งก็เชื่อว่าน่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามหาก ธนาคารพาณิชย์ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ธปท. คงจำเป็นต้องใช้วิธีการบังคับโดยอาศัยอำนาจตาม พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน มาตรา 46 ( 3 ) ซึ่งระบุว่า ในกรณีที่มีเหตุอันควร ธปท. อาจกำหนดให้สถาบันการเงินปฎิบัติในเรื่องค่าบริการที่อาจเรียกได้
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น