ครม.ไฟเขียวโครงการสินเชื่อจัดซื้อรถตัดอ้อยของธกส. หวังแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้-ขาดแรงงาน รัฐพร้อมชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ย 288.75 ล้านบาท
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบในหลักการตามโครงการสินเชื่อสำหรับการจัดซื้อรถตัดอ้อยเพื่อแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้และการขาดแคลนแรงงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ พร้อมกับอนุมัติเงินงบประมาณ เพื่อชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่างให้ ธ.ก.ส.ในการดำเนินการตามโครงการฯ วงเงินประมาณ 288.75 ล้านบาท โดยให้มีการชดเชยแก่ ธ.ก.ส.เป็นปีๆ ไป ตามข้อเท็จจริงและเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแล้ว ธ.ก.ส.จะได้ประสานกับสำนักงบประมาณ (สงป.) เพื่อขอจัดสรรงบประมาณชดเชยให้ ธ.ก.ส.ตามที่เกิดขึ้นจริงต่อไป
กระทรวงการคลัง (กค.) รายงานว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (20 ตุลาคม 2552) ให้ กค. รับไปประสาน ธ.ก.ส. เพื่อพิจารณาสนับสนุนสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่จะมาขอกู้ และดำเนินการให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรต่อไป ซึ่ง กค.ได้ประสาน ธ.ก.ส.แล้ว และในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.ครั้งที่ 5/2553 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2553 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อตามโครงการฯ ดังนี้
ให้การสนับสนุนสินเชื่อโครงการฯ ปีละ 1,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท, ให้เงินกู้ตามโครงการฯ แก่ชาวไร่อ้อย กลุ่มชาวไร่อ้อย สหกรณ์ชาวไร่อ้อยหรือโรงงานน้ำตาล และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) เพื่อจัดซื้อรถตัดอ้อยต่อรายหรือต่อกลุ่ม ภายในวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท กำหนดชำระหนี้เสร็จสิ้นภายใน 6 ปี นับแต่วันกู้
กำหนดอัตราดอกเบี้ยโครงการฯ เท่ากับโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ระยะที่ 2 คือ MRR-2.00 ต่อปี โดยเรียกเก็บจากผู้กู้ในอัตรา 2.00% ต่อปี รัฐบาลเป็นผู้รับภาระชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่าง 2.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยตามโครงการที่ MRR-2.00 ต่อปี ซึ่งปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.75 ต่อปี หักด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากผู้กู้ 2.00% ต่อปี เท่ากับ 2.75 ต่อปี) รวมเป็นเงินชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่างตลอดระยะเวลาดำเนินงานตามโครงการฯ ทั้งสิ้นประมาณ 288.75 ล้านบาท
ผ่อนผันหลักเกณฑ์การดำเนินงานสินเชื่อตามโครงการฯ โดยแยกวงเงินกู้ตามโครงการฯ ออกจากวงเงินกู้ปกติของผู้กู้แต่ละรายให้โรงงานน้ำตาลเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ตามโครงการฯ ของผู้กู้ทุกราย กรณีที่โรงงานน้ำตาลเป็นผู้กู้เงินตามโครงการฯ ต้องจัดให้มีกรรมการของโรงงานน้ำตาลและหรือบุคคลที่ ธ.ก.ส.พิจารณาเห็นสมควรเป็นผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 2 คน
Tags : วัชระ กรรณิการ์ • ปล่อยกู้ซื้อรถตัดอ้อย • ธกส.

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น