บล.เอเซียพลัสคาดภายในเดือนก.ย.เงินจ่อไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอีก 2-3 หมื่นล้านบาท ดันดัชนีพุ่งกระฉูดจ่อ 1,000 จุด
บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) (ASP)ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ช่วงเวลาที่เหลือก่อนสิ้นเดือนก.ย.2553 นี้คาดว่าจะมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยได้อีกประมาณ 2 -3 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลจากเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย ช่วงเดือนก.ย.น่าจะขึ้นไปอยู่ที่ 999 จุดได้
ทั้งนี้ เงินทุนที่ไหลเข้าจะยังเป็นปัจจัยบวกประการสำคัญที่ขับเคลื่อนดัชนีหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของเดือน ก.ย. นี้ โดยจากการสำรวจยอดซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเซียช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามียอดซื้อสุทธิ 269 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการกลับมาซื้ออีกครั้งในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเป็นการซื้อมากสุดในหุ้นอินเดีย ที่ซื้อสุทธิ 317 ล้านดอลลาร์
รองลงมาคือ ตลาดหุ้นไทย ที่ซื้อเข้ามาราว 298 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการซื้อตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าสูงสุดในรอบ 6 เดือน ตามมาด้วยตลาดหุ้นเกาหลี ที่พลิกกลับมาเป็นซื้อ 272 ล้านดอลลาร์ หลังจากถูกขายมาตลอดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และสุดท้ายเป็นการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นเวียดนาม แต่เพียงเล็กน้อยราว 10.18 ล้านดอลลาร์สวนทางกับตลาดหุ้นไต้หวันที่ยังคงถูกขายต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 โดยขายสุทธิอีก 388 ล้านดอลลาร์
เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่ถูกขายเป็นสัปดาห์แรกราว 217 ล้านดอลลาร์ และ 22 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
โดยบล.เอเซียพลัส เชื่อว่า เหตุผลของการขายใน 2 ประเทศหลัง น่าจะเกิดจากความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากตลอดปี 2553 ยังไม่เคยขึ้นดอกเบี้ยเลย ประกอบกับตลาดหุ้นทั้ง 2 แห่งให้ผลตอบแทนสูงสุดติด 1 ใน 3 ของภูมิภาคเอเซีย
ขณะที่ประเทศไทยคาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปคือ 20 ต.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าจะขึ้นไม่เกิน 0.25% เท่ากับ 2 ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นระดับที่เหมาะสม และไม่น่าจะกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยสรุปการขึ้นดอกเบี้ย อาจส่งผลทำให้ตลาดหุ้นปรับฐานบ้าง แต่เป็นเพียง เหตุการณ์ในระยะสั้นๆ 1-2 สัปดาห์ล่วงหน้าก่อนการขึ้นดอกเบี้ยเท่านั้น และจากการขึ้นดอกเบี้ยแล้วเสร็จ ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวรอบใหม่
อย่างก็ตาม โอกาสที่หุ้นไทยจะเข้าสู่ระดับ 999 จุด จะทำให้เป็นโอกาสของนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้วให้ถือต่อไป
ส่วนนักลงทุนที่ขายทำกำไรไปก่อนหน้า หากจะต้องกลับเข้าใหม่ ให้เลือกซื้อหุ้นที่มี โอกาศปรับตัวสูง และ PER ต่ำ ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ได้แก่ ธ.พ. เริ่มจาก BBL, TCAP, KBANK, SAMART และหุ้นสาธารณูปโภค ได้แก่ BTS, BMCL, CK, ITD, ADVANC, DTAC และหุ้นปันผล BCP, PHATRA
Tags : บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส • ดัชนี1 • 000จุด

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น