บลจ.กสิกรไทยมองเงินทุนไหลเข้าจุดพลุตลาดหุ้นไทยทะลุ 1,000 จุด ในช่วงปลายปีนี้ มั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจแกร่ง-ผลประกอบการบจ.น่าพอใจ
นางสาวโศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ภายใต้การจัดการของบริษัท จำนวน 4 กองทุน สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ได้แก่ กองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) ในอัตรา 1.15 บาท ต่อหน่วย กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) ในอัตรา 1.15 บาท ต่อหน่วย กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF) ในอัตรา 1.00 บาท ต่อหน่วย กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ในอัตรา 0.75 บาท ต่อหน่วย และ โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมกันในวันที่ 24 กันยายน 2553 นี้ ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนเวลา 8.00 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2553
สำหรับประวัติการจ่ายปันผลของกองทุน KGLTF และ กองทุน K20SLTF ซึ่งจัดตั้งกองทุนในปี 2550 จ่ายปันผลมาแล้วกองทุนละ 2 ครั้ง รวมมูลค่าเงินปันผล 1.45 บาท และ 1.31 บาท ตามลำดับ กองทุน KDLTF ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2547 จ่ายปันผลมาแล้ว 8 ครั้ง รวมมูลค่าเงินปันผล 3.68 บาท กองทุน K70LTF จัดตั้งกองทุนในปี 2548 จ่ายปันผลมาแล้ว 6 ครั้ง รวมมูลค่าเงินปันผล 2.23 บาท
นางสาวโศภนา กล่าวว่า “มูลค่าของการจ่ายปันผลในครั้งนี้ สูงถึง 1,136 ล้านบาท หรือประมาณ 7% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทั้ง 4 กองทุน และถือว่ามูลค่าเงินปันผลต่อหน่วยของทุกกองทุนที่จ่ายปันผลในครั้งนี้มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยจ่ายมา โดยกองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในการจ่ายปันผลครั้งนี้ คิดเป็น dividend yield ในรอบ 6 เดือน สูงถึงประมาณ 8.3% สะท้อนฝีมือของทีมผู้จัดการกองทุน ในการคัดเลือกหุ้นที่มีกำไรเติบโตสูงมาก (Growth Stock) ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว”
“สำหรับกองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) เป็นกองทุนที่มี Model การลงทุนใน Growth Stock อย่างชัดเจนที่สุด โดยในรอบ 8 เดือนแรกของปีนี้ หุ้นในกลุ่ม Growth Stock ที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอของกองทุนสามารถทำอัตราผลตอบแทนได้สูงถึง 37.39% ชนะตลาด 13.07% และคาดว่าจากนี้ไปจนถึงปีหน้า แนวการลงทุนที่เน้น Growth Stock ยังจะน่าสนใจลงทุนอยู่ ” นางสาวโศภนา กล่าว
นางสาวโศภนา กล่าวว่า บลจ.กสิกรไทย มองว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจลงทุนอยู่ จะเห็นได้ว่าในขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศได้เริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยตั้งแต่ในช่วงตลาดประมาณ 830 จุดเป็นต้นมา และคาดการณ์ว่า จากนี้ไปหากสภาพคล่องเข้ามาในตลาดอย่างเต็มที่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯจะไปถึง 1,000 จุดได้อย่างไม่ยากนัก เนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ออกมาค่อนข้างน่าพอใจ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดรองลงมา ทำให้กองทุนมีทางเลือกลงทุนในหุ้นที่หลากหลายธุรกิจมากขึ้น และคาดว่าในท่ามกลางที่ตลาดปรับตัวขึ้น ตลาดอาจมีความผันผวนเนื่องจากการขายทำกำไรเป็นช่วง ๆ บ้าง ดังนั้นแนวกลยุทธ์การลงทุนที่จะสร้างอัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดยังเป็นการเลือกหุ้นแบบ Selective และใส่น้ำหนักให้ถูกต้องอยู่ต่อไป
“ผู้ลงทุนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรอลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในช่วงปลายปีเมื่อได้รับเงินปันผลงวดนี้แล้ว อาจจะเข้าเริ่มลงทุน LTF ประจำปีนี้ได้เลยโดยไม่ต้องรอไปซื้อพร้อมๆ กันในช่วงเดือนธันวาคม”นางสาวโศภนากล่าวในที่สุด
Tags : โศภนา เจนบวร • บลจ.กสิกรไทย • หุ้นทะลุ1000จุด

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น