(Update) กลุ่มปตท.รับทราบคำพิพากษา ประกาศเดินหน้าโครงการลงทุนมาบตาพุดต่อ บอกมีแค่ 1 โครงการที่เข้าข่ายระงับ บอกอยู่ระหว่างทำ HIA
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนใบอนุญาตของโครงการที่อยู่ใน เอกสารท้ายคำฟ้องที่เข้าข่าย 11 ประเภทโครงการรุนแรง กลุ่ม ปตท. รับทราบคำพิพากษา โดยจะเร่งประสานงานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนออกใบอนุญาตดำเนินโครงการต่อไป
ทั้งนี้ จากทั้งหมด 25 โครงการของกลุ่ม ปตท. ที่อยู่ท้ายคำฟ้อง มีเพียง 1 โครงการที่เข้าข่าย 11 ประเภทโครงการรุนแรงตามประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ คือ โครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอล (ส่วนขยาย) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพหรือ HIA ที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จครบถ้วนตามกระบวนการที่กำหนดโดยเร็วที่สุด
ในส่วนโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 จะประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการออกใบอนุญาตเดินเครื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในไม่ช้า ทั้งนี้หากโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 6 สามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ จะสามารถผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชนิดต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงผลิตวัตถุดิบที่เป็นสารตั้งต้นให้กับโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต่อไป
บริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ตามที่บริษัทได้มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 เรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง 76 โครงการในจังหวัดระยอง และเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2552 เรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ระงับ 65 โครงการในจังหวัดระยองไว้เป็นการชั่วคราวนั้น
เมื่อ วันที่ 2 กันยายน 2553 ศาลปกครองกลางได้ มีคําพิพากษาในคดีที่มีผู้ฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและหน่วยงานรัฐรวมแปดรายเกี่ยวกับโครงการหรือกิจกรรม 76 โครงการดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1.เพิ ก ถอนใบอนุญาตที่ออกให้แก่โครงการหรือกิจการท้ายคําฟ้องที่ถูกกำหนดให้เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ซึ่งดำเนินการไม่ครบถ้วนตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา
2.ให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง ลงวันที่ 29 กันยายน 2552 ซึ่งแก้ไขโดยคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2552 สิ้นสุดนับแต่วันที่มีคำพิพากษา เว้นแต่โครงการหรือกิจกรรมตามข้อ 1. ที่คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวยังมีผลบังคับต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
3.ให้ยกคำขออื่นของผู้ฟ้องคดี เนื่องจากโครงการของบริษัทฯ และบริษัทที่เกี่ยวข้องท้ายคำฟ้อง (ยกเว้นโครงการส่วนขยาย ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ) ไม่ถือเป็นโครงการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 บริษัทฯ และบริษัทที่เกี่ยวข้องจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการโครงการต่อไป สำหรับโครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอล (ส่วนขยาย) ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอล จำกัด ซึ่งตามนิยามของประกาศถือเป็นโครงการที่เข้าข่ายนั้น ก็จะดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองกลางต่อไป
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น