กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 3 กันยายน 2553 10:12

ปตท.รับทราบคำพิพากษา ลุยมาบตาพุดต่อ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

(Update) กลุ่มปตท.รับทราบคำพิพากษา ประกาศเดินหน้าโครงการลงทุนมาบตาพุดต่อ บอกมีแค่ 1 โครงการที่เข้าข่ายระงับ บอกอยู่ระหว่างทำ HIA

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนใบอนุญาตของโครงการที่อยู่ใน เอกสารท้ายคำฟ้องที่เข้าข่าย 11 ประเภทโครงการรุนแรง กลุ่ม ปตท. รับทราบคำพิพากษา โดยจะเร่งประสานงานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนออกใบอนุญาตดำเนินโครงการต่อไป

ทั้งนี้ จากทั้งหมด 25 โครงการของกลุ่ม ปตท. ที่อยู่ท้ายคำฟ้อง มีเพียง 1 โครงการที่เข้าข่าย 11 ประเภทโครงการรุนแรงตามประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ คือ โครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอล (ส่วนขยาย) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพหรือ HIA ที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จครบถ้วนตามกระบวนการที่กำหนดโดยเร็วที่สุด

ในส่วนโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 จะประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการออกใบอนุญาตเดินเครื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในไม่ช้า ทั้งนี้หากโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 6 สามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ จะสามารถผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชนิดต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงผลิตวัตถุดิบที่เป็นสารตั้งต้นให้กับโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต่อไป

บริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ตามที่บริษัทได้มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 เรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง 76 โครงการในจังหวัดระยอง และเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2552 เรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ระงับ 65 โครงการในจังหวัดระยองไว้เป็นการชั่วคราวนั้น

เมื่อ วันที่ 2 กันยายน 2553 ศาลปกครองกลางได้ มีคําพิพากษาในคดีที่มีผู้ฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและหน่วยงานรัฐรวมแปดรายเกี่ยวกับโครงการหรือกิจกรรม 76 โครงการดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1.เพิ ก ถอนใบอนุญาตที่ออกให้แก่โครงการหรือกิจการท้ายคําฟ้องที่ถูกกำหนดให้เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ซึ่งดำเนินการไม่ครบถ้วนตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา

2.ให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง ลงวันที่ 29 กันยายน 2552 ซึ่งแก้ไขโดยคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2552 สิ้นสุดนับแต่วันที่มีคำพิพากษา เว้นแต่โครงการหรือกิจกรรมตามข้อ 1. ที่คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวยังมีผลบังคับต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

3.ให้ยกคำขออื่นของผู้ฟ้องคดี เนื่องจากโครงการของบริษัทฯ และบริษัทที่เกี่ยวข้องท้ายคำฟ้อง (ยกเว้นโครงการส่วนขยาย ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ) ไม่ถือเป็นโครงการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 บริษัทฯ และบริษัทที่เกี่ยวข้องจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการโครงการต่อไป สำหรับโครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอล (ส่วนขยาย) ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอล จำกัด ซึ่งตามนิยามของประกาศถือเป็นโครงการที่เข้าข่ายนั้น ก็จะดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองกลางต่อไป
 
 
 

Tags : ปตท. มาบตาพุด

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement