กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 14:47

ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.กลับมาเร่งตัว

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

(Update) ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.กลับมาเร่งตัว หลังสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย-ส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิถุนายนและไตรมาสที่ 2 ปี 2553 โดยระบุว่า
ภาวะเศรษฐกิจในเดือนมิถุนายนกลับมาเร่งตัวขึ้น หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองคลี่คลาย โดยการ
ท่องเที่ยวมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนขึ้น การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี หลังจากชะลอลงเล็กน้อยในช่วงก่อนหน้า ด้านการลงทุนและการส่งออกยังคงขยายตัว เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและความสามารถในการปรับตัวของภาคเอกชน เสถียรภาพเศรษฐกิจด้านต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนเสถียรภาพในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดเป็นสำคัญ

อัตราเข้าพักโรงแรมในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น

ธปท.ระบุว่า หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองคลี่คลายลง ภาคการท่องเที่ยวในเดือนนี้มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนเล็กน้อยร้อยละ 0.2 และเมื่อปรับฤดูกาลแล้ว เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ14.8 อัตราการเข้าพักโรงแรมอยู่ที่ร้อยละ 37.0 สูงขึ้นจากเดือนก่อนที่ร้อยละ 34.3 จากการเพิ่มขึ้นของการเข้าพักโรงแรมในเขตภาคใต้ และภาคกลาง

ดัชนีการอุปโภค-บริโภคเอกชนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนกลับมาขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI) เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนและเดือนก่อนร้อยละ 8.3 และ 2.7 ตามลำดับ จากการขยายตัวของเครื่องชี้ทุกรายการ โดยเฉพาะปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้ ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์พาณิชย์ รถจักรยานยนต์การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวได้ในเกณฑ์สูง

ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มเป็น21.2%

ด้านการลงทุนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 จากระยะเดียวกันปีก่อน และร้อยละ 0.8 จากเดือนก่อน ตามการขยายตัวของการลงทุนในหมวดเครื่องจักร เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่ยังคงมีต่อเนื่องโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์ นอกจากนี้ การลงทุนในหมวดก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ตามการขยายตัวของการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพมหานคร

ส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนแรงกระตุ้นจากภาครัฐยังมีต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการเบิกจ่ายจากโครงการไทยเข้มแข็งอุปสงค์จากต่างประเทศขยายตัวได้ต่อเนื่อง การส่งออกในเดือนนี้มีมูลค่าถึง 17,878 ล้านดอลลาร์ สรอ. สูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 47.1 เป็นการขยายตัวดีในทุกหมวดสินค้า และทุกตลาด

ด้านการนำเข้าในเดือนนี้มีมูลค่า15,342 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 38.3 ขยายตัวดีทุกหมวด ทำให้ดุลการค้าเกินดุลต่อเนื่องจากเดือนก่อน2,536 ล้านดอลลาร์ สรอ.

ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลจากรายจ่ายผลประโยชน์จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น

เงินไหลเข้า2.1พันล้านดอลลาร์/กลับมาเกินดุล

อย่างไรก็ตาม ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุล 681 ล้านดอลลาร์ สรอ. สำหรับเงินทุนเคลื่อนย้าย เป็นการไหลเข้าสุทธิ 2,168 ล้านดอลลาร์ สรอ. ส่งผลให้ดุลการชำระเงินกลับมาเกินดุล 2,166 ล้านดอลลาร์ สรอ.

ภาคการผลิตขยายตัวในเกณฑ์สูงสอดคล้องกับอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 21.3 และเมื่อปรับฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 5.3 โดยขยายตัวดีทั้งที่ผลิตเพื่อการส่งออก และเพื่อจำหน่ายในประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์ ภาคเกษตรขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่องทั้งทางด้านผลผลิตและราคา

โดยผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 ตามการเพิ่มขึ้นของผลผลิตปาล์มน้ำมัน ยางพารา และข้าวนาปรัง จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ให้ผลผลิต ด้านราคาพืชผลเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.6 ตามการเพิ่มขึ้นของราคาผัก ผลไม้ ยางพารา ข้าวเปลือกเหนียว และมันสำปะหลัง จากอุปสงค์โลกที่ยังขยายตัวดี และอุปทานที่ลดลงจากปัญหาภัยแล้งและเพลี้ยระบาด ส่งผลให้รายได้เกษตรกรขยายตัวถึงร้อยละ 50.1 จากระยะเดียวกันปีก่อน

เงินฝากของสถาบันรับฝากเงิน (รวมตั๋วแลกเงิน) ขยายตัวร้อยละ 6.4 จากระยะเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงจากเดือนก่อน 237พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลเข้าเงินคงคลัง ส่วนสินเชื่อของสถาบันรับฝากเงิน ขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 8.3 เป็นผลจากการเร่งขึ้นของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ให้แก่ภาคครัวเรือน เป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนองที่สิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน สำหรับสินเชื่อที่ให้แก่ภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

เสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงตามราคาน้ำมัน แต่ดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มสูงขึ้นจากราคาผลผลิตหมวดเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่วนเสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี

ภาวะเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ขยายตัวดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรกแม้จะชะลอลงบ้างจากผลกระทบของความไม่สงบทางการเมืองโดยอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศขยายตัวในเกณฑ์ดี สอดคล้องกับภาคการผลิตที่ขยายตัวสูง สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี

สถานการณ์ทางการเมืองที่รุนแรงขึ้นในเดือนนี้ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลงเหลือเพียง 0.82 ล้าน เนื่องจากมีบางอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่การประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด (Curfew) ได้รับผลกระทบจากชั่วโมงทำงานที่น้อยลง ส่วนรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.0 จากระยะเดียวกันปีก่อน

 

Tags : ส่งออก เศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ธปท.เผยตัวเลขเศรษฐกิจ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement