กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 23 กรกฎาคม 2553 11:40

ลุ้นเลิกพรก.-แก้มาบตาพุด ดึงต่างชาติลุยหุ้น

ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"ก้องเกียรติ"ลุ้นรัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-เร่งสางปัญหามาบตาพุด ดึงต่างชาติลงทุนตลาดหุ้นไทย มั่นใจกลับมาแน่ เหตุพื้นฐานแกร่ง

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) (ASP) ให้ความเห็นว่า คาดนักลงทุนต่างประเทศกลับหวนคืนตลาดหุ้นไทยอีกครั้งหลังเห็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/53 และไตรมาส 3/53 พื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับการเมืองสงบจากที่ผ่านเหตุการณ์เมื่อเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังลุ้นยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และปัญหามาบตาพุดได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

"ตอนนี้นักลงทุนต่างประเทศเริ่มหันมามองตลาดหุ้นไทยใหม่ ถึงแม้เงินก้อนใหญ่ยังไม่เข้ามา แต่ถ้าตลาดสามารถยืนได้ในระดับดัชนีแถวนี้ และการประกาศผลประกอบการ บจ.ไตรมาส 2-ไตรมาส 3 ดีต่อเนื่อง บวกกับการเมืองชัดเจนขึ้น จุดนี้จะทำให้นักลงทุนต่างประเทศย้ายเงินเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น"

ส่วนมาบตาพุดก็ยังเป็นปัญหาอยู่ แต่นักลงทุนก็เริ่มคุ้นเคยปัญหานี้มากขึ้น ถ้าได้รับการแก้ไขก็จะเป็นข่าวบวกที่ดีมากเข้ามา รวมถึงการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในบางพื้นที่ก็เป็นสัญญาณที่ดี เพราะแสดงว่าสถานการณ์บ้านเมืองในประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติแล้ว และเป็นผลดีที่จะสร้างบรรยากาศของคนในสังคมให้มีการพูดคุยกันได้ดีขึ้นหลังจากที่รู้สึกไม่ดีต่อกัน

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า เป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ยังประเมินได้ยาก เพราะเมื่อต้นปีคาดดัชนี SET จะปรับขึ้น 15% แต่ตอนนี้ปรับขึ้นมาแล้ว 14% ถือว่าใกล้เป้าหมาย จากนี้ไปก็คงขึ้นอยู่กับหุ้นกลุ่มพลังงานว่าจะปรับตัวมากขึ้นมากน้อยเพียงใด โดยขณะนี้ยังเคลื่อนไหวไม่มาก รวมทั้งเห็นว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะต่ำกว่าปีนี้ โดยคาดว่าจะขยายตัว 4.3% ในปีหน้าจากปีนี้คาดไว้ 4.6% ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจชะลอการเติบโตก็อาจทำให้การใช้พลังงานน้อยลง

"ตราบใดที่หุ้นพลังงานซึ่งเป็นหนึ่งในสามของตลาดหุ้น ไม่เคลื่อนไหวมาก ดัชนีก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นตัวอื่นจะไม่ขึ้น เพราะยังเห็นหุ้นกลุ่มปรับตัวขึ้นได้อยู่"

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า ตอนนี้ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้น มาจากุกลุ่มแบงก์ที่มีผลประอบการในไตรมาส 2/53 ดีกว่าคาด และกลุ่มสื่อสาร ก็มีการเก็งกำไรเรื่องการประมูลใบอนุญาต 3G โดยนักวิเคราะห์ของ ASP ได้ปรับประมาณการราคาของหุ้นสื่อสารทั้ง 3 บริษัท (ADVANC, DTAC, TRUE)  เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%

อีกทั้ง ตลาดหุ้นภูมิภาคก็ปรับขึ้นมาเช่นกัน ตลาดที่ปรับขึ้นดีที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อินโดนีเซีย ปรับขึ้น 18%  ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น 14% และฟิลิปปินส์ ปรับขึ้นมา 13% โดยตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นจากการบริโภคภายในประเทศ และการส่งออกดีขึ้น รวมทั้งธนาคารพาณิชย์ไม่มีปัญหาฐานะการเงิน กลับแข็งแกร่ง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามา และตลาดหุ้นไทยยังถูก

Tags : ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ตลาดหุ้น ยกเลิกพรก. มาบตาพุด

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement