กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 13:18

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งตัวในช่วงแคบ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กสิกรไทยคาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งตัวในช่วงแคบ จับตาตลาดต่างประเทศ คาดแนวรับ 822 และ 813 จุด แนวต้าน 836 และ 846 จุด

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 827.54 จุด ขยับขึ้น 0.85% จาก 820.60 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และพุ่งขึ้น 12.66% จากสิ้นปี 2552 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์ลดลง 0.83% จาก 136,372.92 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 135,236.73 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 27,274.58 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 27,047.35 ล้านบาท

โดยนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 1,550.48 ล้านบาท และ 555.92 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 1,066.04 ล้านบาท และ 1,040.33 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 236.01 จุด ขยับขึ้น 1.65% จาก 232.17 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และพุ่งขึ้น 9.62% จากสิ้นปีก่อน

ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีในช่วงท้ายสัปดาห์ จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/2553 แม้ดัชนีหุ้นไทยปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์และวันอังคาร จากแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้ว ขณะที่นักลงทุนบางส่วนอาจมีความกังวลประเด็นทางการเมืองกรณีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์บ้าง อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ทว่าหุ้นไทยยังปรับขึ้นได้ไม่มาก เนื่องจากยังมีแรงขายทำกำไรที่แนวต้านซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมที่ 826 จุด

จากนั้น ดัชนีปรับตัวขึ้นอีกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางการซื้อขายที่ยังเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นหลัก ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณในรายการประชุมเมื่อวันที่ 22-23 มิ.ย.ว่าพร้อมจะดำเนินการหากเศรษฐกิจชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ดัชนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับปิดสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีในวันศุกร์ ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงซื้อนำหุ้นในกลุ่มธนาคาร จากปัจจัยเรื่องผลประกอบการและการปรับขึ้นดอกเบี้ย ตามมาด้วยหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2553 จะออกมาดี

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์หน้า(19-23 ก.ค. 2553) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยอาจแกว่งตัวผันผวน (Sideway) ตามปัจจัยทั้งในและต่างประเทศเป็นหลัก โดยคาดว่าแรงหนุนอาจมาจากสภาพคล่องในประเทศที่ยังมีอยู่มาก ขณะที่แรงซื้อที่ชะลอลงของนักลงทุนต่างชาติอาจเป็นปัจจัยถ่วง

โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารยุโรปในวันที่ 23 ก.ค. ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ และเศรษฐกิจชั้นนำอื่น

ส่วนปัจจัยในประเทศ ได้แก่ การรายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ และผลประกอบการไตรมาส 2/2553 ของกลุ่มธนาคาร

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 822 และ 813 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 836 และ 846 จุด ตามลำดับ

Tags : ภาวะหุ้น

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement