อินชัวร์โอเคโบรกเกอร์ น้องใหม่ประกาศปีแรกของการดำเนินธุรกิจขอมีเบี้ย 100 ล้านบาท เน้นมอเตอร์เป็นหลัก
นายผดุงสิน แต่รุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์โอเค โบรกเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท มีกลุ่มแต่รุ่งเรืองถือหุ้นทั้งหมด 100% โดยได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าเมื่อ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ ปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว และได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ภายใน 12 เดือนนับจากเปิดให้บริการจะมีเบี้ยประกันรวม 100 ล้านบาท โดย 80-85% มาจากเบี้ยประกันจากมอเตอร์ ที่เหลือมาจากเบี้ยประกันที่ไม่ใช่มอเตอร์ หรือ นอนมอเตอร์
กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจ คือใช้ระบบสมาชิก โดยเปิดให้ลูกค้าได้เข้ามาลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกผ่านเว็บไซด์ของบริษัท ซึ่งบริษัทได้เปิดกว้างในการรับสมาชิก ในเบื้องต้นจากวันนี้ถึงสิ้นปีคาดว่าจะมีสมาชิกจำนวน 2,000 ราย และสมาชิกดังกล่าวก็ถือว่าเป็นลูกค้าของบริษัทด้วย สิทธิประโยชน์ของสมาชิกที่จะได้รับคือ หากมีการแนะนำสมาชิกใหม่เข้ามาก็จะมีรายได้ และสามารถสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกของที่ระลึก หรือ แลกเป็นท่องเที่ยวในและต่างประเทศ หรือ แลกเป็นค่าเบี้ยประกัน วิธีการนี้ถือว่าเป็นการสร้างแบรนด์ไปในตัวและทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความจงรักภักดีกับแบรนด์อีกด้วย เพราะการที่แนะนำสมาชิกใหม่ย่อมมีรายได้
นอกจากนี้ ก็จะมีการประชาสัมพันธ์ แถลงข่าว โฆษณาผ่านสื่ออิเลคทรอนิกส์ ผ่านสังคมออนไลน์ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้และถือเป็นการสร้างเครือข่าย เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างสมาชิกด้วยกัน และต้องทำการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของตลาด รวมถึงต้องหากลยุทธ์ใหม่เข้ามาแข่งขันในตลาด
"หลัก ๆ ต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกก่อนว่าเมื่อเป็นสมาชิกแล้วได้อะไร มีสิทธิพิเศษอย่างไร ซึ่งหลักๆ ของสมาชิกคือ ได้รับส่วนลดในการจ่ายค่าเบี้ยประกัน แนะนำสมาชิกใหม่มีรายได้ จ่ายเบี้ยประกันมีคะแนนสะสมสามารถนำไปแลกสิ่งของต่าง ๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ดูละคร ท่องเที่ยว จุดเด่นของเราคือ มีความทันสมัย ซื้อประกันง่าย เพราะนำระบบสมาชิกมาใช้"
นอกจากนี้ ในไตรมาส4 ก็จะเปิดบูธเล็ก ๆในห้างสรรพสินค้าเพื่อทำการแนะนำบริษัท และนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ ณ ปัจจุบัน ได้เปิดศูนย์ขยายงานแล้ว 4 แห่ง โดยมีบริษัทประกันร่วมเป็นพันธมิตรในการค้าแล้วกว่า 20 บริษัท
"ส่วนเรื่องหุ้นที่ผมถืออยู่ในอีซี่อินชัวร์ 30% เคลมคาร์แคร์ในสัดส่วน 30% เช่นกันนั้น ในอนาคตจะต้องขายออกทั้งหมดให้กับผู้ถือรายเดิม ซึ่งคาดว่าทันที่ที่ขายในแต่ละบริษัทที่ถือครองหุ้นอยู่น่าจะได้รับเม็ดเงินไม่ต่ำกว่าตัวเลข 8 หลัก หรือ มีมูลค่าไม่เกิน30 ล้านบาทต่อบริษัท"
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น