เวิลด์แบงก์หวั่นวิกฤตศรัทธาซ้ำเติมปัญหาหนี้รัฐยุโรป จะฉุดเศรษฐกิจกลุ่มประเทศร่ำรวยในยุโรปตกต่ำซ้ำซ้อนหดตัวในปี"54
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เผยแพร่รายงานการทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดวานนี้(10มิ.ย.) ระบุว่า วิกฤตศรัทธาหมดความเชื่อมั่น อาจดึงเศรษฐกิจหลายประเทศร่ำรวยแถบยุโรปตกต่ำ และทำให้ภูมิภาคอื่นๆที่พึ่งพาสินเชื่อจากธนาคารหลายแห่งในยุโรป ต้องเผชิญกับผลสืบเนื่องเลวร้ายตามมา
นายจัสติน ลิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก กล่าวว่าการคาดการณ์ข้างต้น อยู่ภายใต้สมมุติฐานความน่าจะเป็นไปได้มีน้อย และเป็นสมมุติฐานขั้นเลวร้ายที่สุด แต่เป็นคาดการณ์สร้างความวิตกกังวลให้ธนาคารโลก ให้ต้องติดตามดูผลสืบเนื่องเลวร้ายตามมา จากวิกฤตหนี้สาธารณะหลายประเทศในยุโรป
ทั้งนี้ จากสมมุติฐานขั้นเลวร้ายสุด ธนาคารโลกคาดว่ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าถูกกดดัน จนเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำซ้ำซ้อนในปี2554 หลังจากที่ปี2552เศรษฐกิจภูมิภาคนี้เคยหดตัวมาแล้ว ซึ่งเป็นผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี
ในรายงานระบุว่า เศรษฐกิจกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมในยุโรป จะหดตัวมากขึ้น0.6%ในปี2554 หากว่าภาวะตลาดวุ่นวาย กดดันธนาคารหลายแห่งในยุโรป หยุดปล่อยกู้ให้หลายประเทศภายในภูมิภาคที่มีหนี้สาธารณะอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นกรีซ, โปรตุเกส, ไอร์แลนด์, สเปนและอิตาลี
นายแอนดรู เบิร์นส์ หัวหน้าทีมจัดทำรายงานของธนาคารโลกฉบับล่าสุด กล่าวว่าช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ผลกระทบจากปัญหาหนี้รัฐในยุโรปที่ส่งต่อไปยังภูมิภาคอื่นนั้นมีจำกัด แต่ตลาดเพิ่มความระมัดระวัง เพ่งเล็งไปที่งบการคลังของรัฐบาลประเทศอื่นๆมากขึ้น ทำให้เกิดภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูงสำหรับประเทศอื่นที่มีภาระหนี้รัฐสูงเช่นกัน อย่างอาร์เจนติน่าและเวเนซูเอล่า
หัวหน้าทีมจัดทำรายงานของธนาคารโลก กล่าวด้วยว่ายังคงมีความเสี่ยงที่วิกฤตศรัทธาหมดความเชื่อมั่นอาจกลับคืนมาให้เห็นอีกครั้ง ในกรณีของกรีซและโปรตุเกส เพราะรัฐบาลทั้ง2ประเทศยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่า มีความสามารถปรับหนี้สาธารณะมูลค่ามหาศาลให้ลดลงได้
นายเบิร์นส์ยังกระตุ้นให้กลุ่มประเทศร่ำรวย ปรับลดงบประมาณขาดดุลโป่งพอง ไม่เช่นนั้นประเทศเหล่านี้จะเผชิญปัญหาเลวร้ายในอนาคต แม้ต้องเผชิญความเจ็บปวดในระยะสั้น จากการบริหารการคลังจัดการหนี้รัฐ แต่ถือว่าคุ้มค่าเป็นประโยชน์และเป็นผลดีช่วยเศรษฐกิจเติบโตในระยะยาว
นายลินระบุในรายงานว่า เศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มฟื้นตัวสดใสปีนี้ ขณะที่นายเบิร์นส์มองว่า วิกฤตหนี้รัฐยุโรปยังจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง และลาตินอเมริกา ที่พึ่งพาสินเชื่อจากธนาคารหลายแห่งในยุโรปอย่างมาก
ธนาคารโลกคาดว่า เศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก จะขยายตัว4.4%ในปี2554 ไม่ว่าวิกฤตหนี้ยุโรปครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม และจากสมมุติฐานกรณียุโรปค่อนข้างมีเสถียรภาพ ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว2.9%-3.3% ในปี2553 และปี2554 หลังจากเคยหดตัวมากถึง2.1%ในปี2552
ด้านนายโดมินิก สเตร้าส์-คาห์น ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า แม้ยุโรปเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะ แต่ไอเอ็มเอฟยังมองในแง่ดีว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังแข็งแกร่ง สามารถขยายตัวได้ประมาณ 4.2% ปีนี้ และเขาไม่คิดว่าสถานการณ์วุ่นวายกับปัญหนี้สาธารณะของกรีซ จะไม่ส่งผลกระทบต่อบัลแกเรีย
"ระดับหนี้สาธารณะสูงขึ้น ก่อความเสี่ยงให้กับการเติบโตของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป ซึ่งตอนนี้ให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจังว่าจะแก้ปัญหานี้ และปัญหายังอยู่ในวงจำกัด" นายสเตร้าส์-คาห์นกล่าว และเพิ่มเติมว่า การเติบโตของยุโรปปีนี้ควรอยู่ที่ประมาณ 1%-1.5% และในสหรัฐควรขยายตัวได้3%หรือมากกว่านี้ ขณะที่อัตราการว่างงานควรลดลงในช่วงปลายปีนี้
Tags : ธนาคารโลก • เวิลด์แบงก์
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น