กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 14:38

การเมืองป่วน ทำเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ทรุด

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

(Update) ธปท.เผยตัวเลขเศรษฐกิจในดือนเม.ย.ทรุด ผลพวงการเมืองป่วน! การผลิต-การใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว ความเชื่อมั่นหด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงภาวะเศรษฐกิจเดือน เม.ย.53 ว่า เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ทั้งด้านการผลิตและการใช้จ่าย เป็นผลจากจำนวนวันทำการที่มีน้อยลง และปัจจัยทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และผู้ประกอบการเสถียรภาพเศรษฐกิจด้านต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง และหนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ

สำหรับเสถียรภาพในประเทศ การว่างงานและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับต่ำ

ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ เม.ย.ปรับตัวลดลง

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนเมษายน 2553 อยู่ที่ 46.0 จากระดับ 55.7 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นการปรับลดลงมาที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนีในปี 2542 จากการปรับลดลงของทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะการผลิต ในภาคการค้าและบริการทั้งธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร เป็นผลทั้งจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและปัจจัยด้านฤดูกาลของเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง

สำหรับในอีก 3 เดือนข้างหน้า ธุรกิจแสดงความเชื่อมั่นต่อภาวะธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้น สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 55.3 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 53.5

เดือนเม.ย.ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 423 ล้านดอลล์

โดยในเดือนเมษายน 2553 ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 423 ล้านดอลลาร์ สรอ. เนื่องจากดุลการค้าพลิกมาเป็นขาดดุลในเดือนนี้

อุปสงค์ต่างประเทศชะลอตัวสอดคล้องกับผลผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยการส่งออกมีมูลค่า 13,832 ล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัวจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 34.6 หากปรับฤดูกาลแล้วปริมาณการส่งออกลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 2.0 เป็นผลจากการชะลอตัวของการส่งออกสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูง อาทิ คอมพิวเตอร์ IC และยานยนต์ เป็นสำคัญ เนื่องจากการส่งออกเร่งตัวขึ้นมากในช่วงก่อนหน้าโดยเฉพาะในเดือนมีนาคม

ขณะที่การนำเข้าชะลอตัวเช่นกัน โดยมีมูลค่า 14,022 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัวจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 43.1 แต่หากปรับฤดูกาลแล้วปริมาณการนำเข้าลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 7.9

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าน้ำมันดิบเร่งตัวขึ้นมากในเดือนเมษายน เพื่อชดเชยปริมาณน้ำมันสำรองที่ลดลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และการนำเข้าวัตถุดิบด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้การนำเข้าสูงกว่าการส่งออก ทำให้ดุลการค้าขาดดุล 190 ล้านดอลลาร์ สรอ. เทียบกับเดือนก่อนที่เกินดุล 1,090 ล้านดอลลาร์ สรอ.

ขณะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 2,999 ล้านดอลลาร์ สรอ. ส่งผลให้ดุลการชำระเงินเดือนเมษายน 2553 เกินดุล 3,749 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่เกินดุล 3,137 ล้านดอลลาร์ สรอ.

อัตราการใช้กำลังการผลิต เม.ย.ลดเหลือ 62.3%

ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 62.3% ลดลงจาก 75.0% ในเดือน มี.ค.53

ภาคการผลิตขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.3 จากระยะเดียวกันปีก่อน และเมื่อปรับฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 2.0 เป็นผลจากการเร่งผลิตในเดือนมีนาคม และจำนวนวันทำการที่มีน้อยกว่าเดือนก่อนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การผลิตในหมวดยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ แม้ชะลอลงจากเดือนก่อนแต่ยังขยายตัวในเกณฑ์ดีตามคำสั่งซื้อที่อยู่ระดับสูง

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหลังขจัดฤดูกาลหดตัวจากเดือนก่อนร้อยละ 18.0 ส่งผลให้อัตราเข้าพักโรงแรมลดลงจากร้อยละ 57.0 ในเดือนมีนาคม มาอยู่ที่ร้อยละ 46.6 ในเดือนเมษายน

ส่วนภาคเกษตรยังคงขยายตัวสูงต่อเนื่อง ทั้งด้านผลผลิตและราคา โดยผลผลิตพืชผลขยายตัวร้อยละ 5.4 จากระยะเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ให้ผลผลิตข้าวปาล์มน้ำมัน และยางพารา และราคาพืชผลขยายตัวร้อยละ 15.6 ส่งผลให้รายได้เกษตรกรขยายตัวร้อยละ 21.9 จากระยะเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ อุปสงค์ในประเทศขยายตัวชะลอลง โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI) ในเดือนนี้ยังอยู่ในระดับสูง แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนร้อยละ 0.9 สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับลดลงจากความกังวลของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ขณะที่ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.3 และเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.3 จากการขยายตัวของการลงทุนในเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคตโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

Tags : ธปท. ตัวเลขเศรษฐกิจ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement