นักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิต ปัญหาการเมืองกระทบเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ทรุดหนัก มีโอกาสติดลบ 0.5-2% เฉลี่ยทั้งปีจีดีพีโตแค่ 2.5-3.5%
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 2 ของปี 2553 ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ทางการเมืองอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งไม่ยึดถือแนวทางสมานฉันท์และผลประโยชน์ของชาติและราษฎรส่วนใหญ่อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสสองจะขยายตัวติดลบ 0.5% ถึงติดลบ 2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีนี้ ขณะที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสสองเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันเมื่อปีที่แล้วจะอยู่ที่ระดับ 0.5 – 1 % หลังจากที่ไตรมาสแรกอาจมีอัตราการขยายตัวสูงถึง 8–9%
สำหรับอัตราการขยายตัวทั้งปี 2553 นั้น ทางคณะเศรษฐศาสตร์และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูปยังคงยืนยันการคาดการณ์เดิม โดยมองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ที่ระดับ 2.5-3.5% เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่ ต่ำกว่าศักยภาพ และเป็นระดับที่สะท้อนการเสียโอกาสจากความรุ่งเรืองและการเติบโตอย่างสูงของเศรษฐกิจเอเชียรอบใหม่
"หากสังคมไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมืองได้ และปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในปีหน้า และอาจเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและวิกฤติการณ์การคลังได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หากสถานการณ์วิกฤตการณ์การเมืองยืดเยื้อจะทำให้ประเทศไทยถูกลดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น"
Tags : อนุสรณ์ ธรรมใจ • มหาวิทยาลัยรังสิต • จีดีพี • เสื้อแดงชุมนุม