กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 24 มีนาคม 2553 02:09

เจพีมอร์แกนยกตลาดหุ้นไทยดีสุดในเอเซีย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เจพี มอร์แกน มองตลาดหุ้นไทยมีผลประกอบการดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อ 6 เดือนหน้า ดัชนีทะยานร่วม 10%

เจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค วาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐ ออกรายงานวานนี้ (23 มี.ค.) ว่า ดัชนีหุ้นไทย ซึ่งมีผลประกอบการดีที่สุดของเอเชียในเดือนนี้ จะมีผลประกอบการแซงหน้าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 แนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จะช่วยหนุนรายได้ไตรมาสแรกของบริษัท และการแข็งค่าของเงินบาทจะทำให้ตลาดหุ้นมีมูลค่ามากขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้ ประกอบกับความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศบรรเทาลง ดึงดูดให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น 

ข้อมูลจากทางการ แสดงให้เห็นว่า ในเดือนนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.2% ถือเป็นค่าเงินที่มีผลตอบแทนดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ขณะเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ขยายตัว 5.8% เป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบปี และในปีนี้ อาจขยายตัวมากถึง 4.5% จากการหดตัว 2.3% เมื่อปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์ของเจพี มอร์แกน รวมถึง นายศรียาน พีทเตอร์ส และ นายเอเดรียน โมวัท ชี้ว่า แรงขับเคลื่อนจากปัจจัยพื้นฐานจะช่วยหนุนให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักต่อไป ซึ่งเจพี มอร์แกน แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นไทย

ข้อมูลต่างๆ แสดงให้เห็นว่า ในเดือนก.พ. ตัวเลขส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สี่ ติดต่อกัน จากการที่ประเทศกำลังเริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่ดำเนินมาร่วมปี หลังจากในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว เศรษฐกิจขยายตัวขึ้น ซึ่งนักลงทุนต่างชาติ ซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องมา ตั้งแต่ 22 ก.พ. 2553 จนถึงวันที่ 23 มี.ค. รวมจำนวน 4.2 หมื่นล้านบาท สูงกว่าหุ้นที่เทขายออกไป

หุ้นที่วาณิชธนกิจรายนี้แนะให้ลงทุนในอันดับต้นๆ รวมถึง หุ้นธนาคาร อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทย ท่ามกลางโอกาสถึงการเติบโตด้านการปล่อยกู้ โดยธนาคารทั้ง 2 รายนี้ เป็น 2 ใน 3 ธนาคารขนาดใหญ่สุดของประเทศในแง่สินทรัพย์

ก่อนหน้านี้  นายธนศักดิ์ วัฒนานิกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักวิเคราะห์ทางเทคนิค บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า ดัชนีหุ้นไทยอาจทะยานขึ้นสูงสุดถึง 10% ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า มายืนอยู่ที่ระดับ 850 จุด  

ขณะที่วานนี้ (23 มี.ค.) ตลาดหุ้นยังคงเดินหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยปิดตลาด ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นที่ระดับสูงสุดของวันที่ระดับ 782.48 จุด บวก 10.23 จุด ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 1 ปี 9 เดือน ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 3.07 หมื่นล้านบาท โดยวานนี้ นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1,879 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 328 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,721 ล้านบาท เช่นเดียวกับนักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 486 ล้านบาท

นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นค่อนข้างผันผวนตลอดระยะเวลาซื้อขาย และมีแรงขายทำกำไรจนเกือบทำให้ดัชนีฯ ติดลบหลายครั้ง แต่สุดท้ายดัชนียังปรับเพิ่มขึ้นตามแรงซื้อสำคัญจากนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากก่อนหน้านี้ที่มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารอย่างมาก

"ยังคงมีกระแสเงินทุนต่างชาติเข้ามาหนุนดัชนี ไว้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรระยะสั้นระหว่างวันได้มากขึ้น" นายรักพงศ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่เกิดระเบิดที่กระทรวงสาธารณสุข และอีกหลายจุดทั่วประเทศ แม้จะสร้างความวิตกบ้าง แต่ในระดับสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้รุนแรงถึงขั้นมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ประกอบกับนักลงทุนได้รับรู้และคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจมีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ดังนั้นอาจจะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่มีผลกระทบเลย

สำหรับทิศทางในการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันนี้ (24 มี.ค.) คาดว่าจะยังคงผันผวน โดยเกิดขึ้นจากสองปัจจัย ได้แก่ การปรับเพิ่มขึ้นของดัชนีในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นเกือบ 100 จุด ขณะเดียวกันทิศทางปัจจัยภายนอกค่อนข้างเหวี่ยงตัว ทั้งประเด็นการยื่นมือเข้าช่วยเหลือกรีซและประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจนทางด้านเศรษฐกิจของจีน ส่งผลให้หุ้นในแถบภูมิภาคเอเชียแกว่งตัว และมีความเกี่ยวข้องทางอ้อมกับตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินลงทุนต่างชาติน่าจะยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ทิศทางดัชนีฯ ภาพรวมอยู่ในเชิงขาขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นจึงแนะนำให้ถือหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน และนักลงทุนต้องการซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มสามารถซื้อได้เมื่อดัชนีฯ อ่อนตัว ทั้งนี้ประเมินแนวรับอยู่ที่ 777 จุด และ 769 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 787 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านที่สำคัญ

พ.ร.บ.มั่นคงไม่กระทบหุ้น

ด้าน นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กล่าวว่า นักลงทุนไม่ได้วิตกกังวลกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายเวลาการใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ออกไปอีก 7 วัน จนถึงวันที่ 30 มี.ค. นี้ รวมถึงเหตุการณ์ระเบิดในจุดต่างๆ ก็ไม่ได้มีผลอะไร
 วานนี้ ครม.เห็นชอบให้ขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงฯ ออกไปอีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 24-30 มี.ค. นี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.), 2 อำเภอใน นนทบุรี และ 5 อำเภอในสมุทรปราการ เพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง

นางภัทรียา กล่าวว่า นักลงทุนควรพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากตลาดหุ้นยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีการปรับตัวลดลง ขณะที่ปัจจัยภายใน ไม่ได้มีผลกระทบกับการลงทุนมากนัก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน โดยประเมินว่า เป็นเงินทุนในภูมิภาคที่เข้ามาลงทุน เพื่อหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงและพร้อมจะเคลื่อนย้ายออก ดังนั้นการลงทุนจึงควรพิจารณาพื้นฐานของเศรษฐกิจและบริษัทรวมถึงติดตามการลงทุน ของนักลงทุนต่างชาติว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
 

ส่วนกรณีที่เงินบาทแข็งค่า เป็นผลมาจากพื้นฐานเศรษฐกิจ ที่แข็งแกร่ง และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลกระทบกับผู้ประกอบการในบางอุตสาหกรรมอย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียน  จะต้องพัฒนาศักยภาพให้เข้มแข็งเพื่อรองรับกับปัจจัยที่เข้ามากระทบ และการแข็งค่าของเงินบาทที่เกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค

Tags : เจพีมอร์แกน ภัทรียา เบญจพลชัย ตลาดหุ้นไทย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25

คุณมรรค๘

ผมยอมรับว่าไม่อยากเป็นไพร่เพราะต้องคอยพึ่งพาลมหายใจจากคนอื่น โง่และยากจน ผมชอบให้หุ้นขึ้นเพราะทำให้การลงทุนผมมีกำไร เลี้ยงตัวเองและครอบครัว และอุปการะเด็กยากจนไว้ 3 คน หุ้นทำให้ผมรวย ผมดีใจที่ผมไม่ใช่ไพร่ ความจนจะดีได้ยังงัย

ความคิดเห็นที่ 24

คุณมรรค 8 รู้หรือมั่ยว่า IMF นะเข้ามาสมัยใคร แล้วใครเป็นคนได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่มันอ่อนค่าลง ปล้นเงินไปจากประเทศไทยจากคนไทยทุกคนแล้วเอาเงินมาไล่แจกพวกขี้ครอกโง่ๆๆ

ผมจะตอบให้พวกขี้ครอกหายโง่นะ

1. ไอเอ็มเอฟเข้ามาสมัยชวลิต ยงใจยุทธ (ประธานพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน) ตอนนั้นมี รมต.คลังคนสุดท้ายชื่อ ทนง พิทยะ ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2540

2.ตัวhereที่ปล้นเงินไปจากประเทศไทย รู้ล่วงหน้าว่าจะลอยตัวค่าเงินบาทก็คือ here ตัวพ่อของคุณมรรค8 นะแหละ กำไรอัตราแลกเปลี่ยนซะอิ่มเปรมปรีเลยเป็นไงละ

ประวัติศาสตร์หัดจำ หัดอ่านกันบ้างนะไอพวก * แดง จะได้หายโง่

ความคิดเห็นที่ 23

ชาวบ้านบางคนจะมีกินได้ไงละครับ
งานการไม่ทำ รับจ้างมาใส่เสื้อแดง
ได้ตั้ง 2000 ก็เอา
มาลำบากลำบนในกรุงเทพฯ
แทนที่จะเอาเวลาไปทำมาหากินที่บ้าน

ขอสนับสนุนงดชุมนุมทุกอย่าง
มาช่วยกันทำมาหากินที่บ้านนอกกันเถอะ
อยู่อย่างพอเพียง

อย่าไปรบเพื่อคนรวยเพียงคนเดียวเลย
มาช่วยกันสร้างครอบครัวของตนเอง
ให้มีกินมีใช้กันดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 22

* พวกไม่มีกิน เพราะไม่ยอมไปหางานทำ มัวแต่รอให้รัฐเอาเงินมาแจก เหมือนสมัย ทักษิณ

ความคิดเห็นที่ 21

ไ อ้ พวกฝรั่งนี้มันกำลังจะหลอกให้พวกแมงเม่าเข้าไปซื้อหุ้นต่อจากมันซิ มันจึงทำเป็นออกข่าวอย่างนี้ พวกประชาชนชาวบ้านตอนี้ไม่มีจะกินอยู่แล้ว ข้าวของแพง แต่ข้าวกลับราคาตกต่ำ ไม่มีเงินจะไปใช้หนี้ ยังต้องจะมาพบกับอัตราดอกเบี้ยที่กำลังจะขึ้นอีก มีแต่ไ อ้พรรคพวกบ้างกลุ่มได้รับประโยชน์เท่านั้น ต้องสำรวจให้ทั่วประเทศซิ มีแต่บริษัทใหญ่ๆๆเท่านั้นที่บอกว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่เห็นจะมีกินเลย

ความคิดเห็นที่ 20

มีผู้สื่อข่าวไปถามนักลงทุนชาวต่างชาติว่า ทำไมชอบมาลงทุนในไทย เขาตอบว่าชอบประเทศไทย เพราะมีการปฏิวัต มีการประท้วง รัฐบาลก็ปล่อยข่าวร้ายออกมา ทำให้หุ้นตก พอเวลาผ่านไป รัฐบาลก็มาพูดว่าไม่ร้ายแรงอะไร หุ้นก็ขึ้นเอง เขาจึงมาช้อนซื้อ กองทุนเฮ็จฟันด์ ก็เข้าช้อนซื้อหุ้น ซื้อฟิวเจอร์ ค่าเงินบาทก็แข็งขี้น ได้กำไรสามเด้ง ถ้าธทป.ไม่ทันเกม เขาก็จะเข้าโจมตีค่าเงินบาทต่ออีก จนเจ๊ง ต้อง * ้ไอเอ็มเอฟมาแก้ ประเทศอื่นไม่มีอย่างนี้(คงจะคิดว่าเราโง่) ไม่รู้ว่านักการเมืองฝ่ายรัฐบาลมีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ ก็ไปคิดกันเอาเองครับ

ความคิดเห็นที่ 19

หมายความว่า ทักษิณ ไร้ราคา ในสายตานักลงทุนระดับนำของโลก

ได้ยินมั้ย ทักษิณไร้ค่าไร้ราคา
มีแต่ประเทศที่อ่อนแอ ล้มละลาย และผู้นำไร้ความสามารถเท่านั้น ที่ต้อนรับ"เงินสกปรก"ของทักษิณ

ความคิดเห็นที่ 18

ขอเชิญพ่อ....แม่...พี่...น้อง....ประชาชนวงการต่างๆ.....ทุกสาขาอาชีพ.....ทุกสายเลือด.....ทุกศาสนา....และประชาชนชาวต่างชาติ.....สื่อมวลชนทุกสำนัก.....ไปดูข้อเท็จจริงที่....ตึกรัฐสภา....เพื่อดูให้ชัดเจนว่า......ทหารมาคุ้มครองรักษา.......รัฐบาลนายอภิสิทธิ์....รัฐบาลของข้าอำมาตย์......ใครอย่าแตะ....ถ้าไม่เชื่อ.....อย่าหาว่าอำมาตย์โหด....ก็แล้วกัน........นายอภิสิทธิ์.....ความชอบธรรมของรัฐบาล......หมดสิ้นแล้ว.....ยุบสภาคืนอำนาจแก่ประชาชนเสียบัดนี้

ความคิดเห็นที่ 17

สำนักข่าว... มองไตร สไลเบียง...บอกว่า หุ้นไทยยังอ่อนกว่าเขมร..

ความคิดเห็นที่ 16

ความคิดเห็นต่างๆนั้นแสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนอ่านที่พิจารณาเรื่องราวต่างๆได้ดี มีประโยชน์ครับ
แต่บางคนนี่ไม่ทราบจะอวดฉลาดหรืออย่างไร ใครจะไปปั่นหุ้นขึ้นได้ตั้ง 50-60 จุด นอกเสียจากพวกกองทุนต่างชาติ แสดงว่าไม่ได้อ่านเนื้อหาในข่าวเลย logic นะมีรึเปล่า

แต่ข่าวออกมาอย่างนี้แล้วคงขึ้นได้อีกหน่อยแล้วเป็นไปได้ว่าจะปล่อยของกันแล้วนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 15

เมืองไทยชักเหมือนประเทศตะวันออกกลางแล้วเหลือแค่ยิงกันอย่างเปิดเผย คิดแล้วขนลุกคือพวกเรากลัวมากแต่สงสัยหุ้นขึ้นได้อย่างไรสวนความจริงเห็นๆ สงสัยรัฐบาลเอาเงินกองทุนที่ฝากยังต่างประเทศถอนแล้วมาซื้อผ่าน JP หรือโบรกเกอร์อื่นซึ่งเขาได้ค่านายหน้าเป็นผลตอบแทนครับ ไม่เชื่อคุณโทรหาเพื่อนที่hongkong/korea/singaporeดูว่าเป็นเขาแล้วเหตุการณ์เมืองไทยอย่างนี้เขากล้าซื้อหุ้นไทยไหม

ความคิดเห็นที่ 14

ข่าวนี้ เพื่อยั่วน้ำลาย * เม่าให้เข้าซื้อ อย่าใจอ่อนนะพี่น้อง ทำใจแข็งไว้

ความคิดเห็นที่ 13

หุ้นมีขึ้น ก็ต้องมีลงนะพี่น้อง รายย่อยอย่าใจอ่อนเข้าตอนนี้นะพี่น้อง จะติดดอยนะพี่น้อง

ความคิดเห็นที่ 12

ที่หุ้นพุ่งนั้น ก็เป็นเพราะเขาเห็นแล้วว่าประชาชนชาวกรุงเทพฯ มีสมอง ปล่อยให้พวกเสื้อแดงอาละวาด ไม่ได้สนใจตื่นเต้นอะไร ปล่อยให้พวกนี้เอาเลือดไปเทตามที่ต่าง ๆ แล้วก็รู้ว่าเดี๋ยวเลือดก็หมดไปเอง ส่วนหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องประท้วงก็ทำดี ราบ 11 ทำพวกเสื้อแดงต้องถอยกลับไม่เป็นท่า จนต่างประเทศชมว่าทหารไทยมีกลยุทธ์ควบคุมม็อบที่ดี ใช้สมอง ไม่ต้องใช้อาวุธ พวกนักวิเคราะห์ต่างประเทศก็เลยเห็นว่าพวกเสือแดงคงจะทำอะไรไม่ได้ และจะไม่มีความรุนแรงอะไร ส่วนคนอื่นก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย ทำแต่พูดกันไปวัน ๆ บางคนก็แค่แสดงละคร

ความคิดเห็นที่ 11

เสียวมาก ข่าวออกอย่างนี้ทีำไร อีกไม่นานก็ร่วง

ความคิดเห็นที่ 10

ผมว่าคุณกรณ์ เก่งที่สุดในรัฐบาลชุดนี้เลยละ

ความคิดเห็นที่ 9

ผมว่าไม่ชอบมาพากลมีที่ไหน M79 / RPG ยิงกันแทบทุกวันแต่หุ้นขึ้นทุกวัน 10 กว่าจุด ตาม logic แล้วควรลงมากกว่าขึ้น มองกลับไปอดีตบ้านเมืองไม่เคยมีแบบนี้แต่หุ้นไม่ขึ้นแสดงว่ามีคนตั้งใจปั่นขึ้นไปน่าจะเป็นรัฐบาลเพื่อสร้างกระแสว่าต่างชาติเชื่อมั่นทั้งที่มันเหมือนกำลังจะเกิดสงครามกลางเมืองมากกว่า ระวังโดนเททีเดียว -30% ครับได้ไม่คุ้มเสีย

ความคิดเห็นที่ 8

วัฏจักรเศรษฐกิจก็เป็นแบบนี้ มีขึ้นมีลง. Takki ถึงพยายามทุกอย่างที่จะกลับมาอีกครั้ง กะว่าจะกลับมาใช้โอกาศนี้หลอกสร้างภาพผู้กอบ * ้เศรษฐกิจ ให้กับชาวรากหญ้าอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 7

น้ำผึ่งหยดสุดท้าย ก่อนที่ตลาดหุ้นจะโดนถล่ม แมลงระวังกันให้ดี

ความคิดเห็นที่ 6

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/LC24Ae02.html

ขอบคุณท่านนายกฯอานันท์ นายกฯรัฐมนตรีที่ดีที่สุดของเมืองไทยจวบจนปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 5

เดี๋ยว นช.แม้วก็ด่าเจพี มอร์แกน ให้พวกสมุนไพร่ฟังหรอก

ความคิดเห็นที่ 4

ผมกำลังตามข่าว
นช ทักษิณ ถูกควบคุมต้วในต่างประเทศ จริงหรือเปล่า

หากเป็นความจริง
อาจเป็นครั้งแรกที่ผู้นำ อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศหนึ่ง
กลายเป็นผู้ก่อการร้ายสากล ก็ได้

และแกนนำหรือผู้สนับสนุนในประเทศนั้นๆ
กลายเป็นผู้ร่วมหรือผู้สนับสนุนการก่อการร้ายสากล ก็เป็นได้


ราคาหุ้น จึงขึ้นเอา ๆ

ความคิดเห็นที่ 3

เอาเรื่องนี้ไปบอกคนเสื้อแดงด้วยนะจะได้หาย * ซะที

ความคิดเห็นที่ 2

นี่ขนาดมีปัญหาของไ_อ้ทักษิณ กะ ไ_อ้พวก ค.ว.า.ย เสื้อแดงนะ.......

ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าอ้ายแม้วเป็นนายกฯ อยู่ มันก็จะบอกว่าเป็นผลงานมัน เพราะนโยบายครอบจักรวาล อะไรดีเป็นผลงานกรูหมด อะไรไม่ดี ไม่ใช่ผลงานกรู

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement