เจพี มอร์แกน มองตลาดหุ้นไทยมีผลประกอบการดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อ 6 เดือนหน้า ดัชนีทะยานร่วม 10%
เจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค วาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐ ออกรายงานวานนี้ (23 มี.ค.) ว่า ดัชนีหุ้นไทย ซึ่งมีผลประกอบการดีที่สุดของเอเชียในเดือนนี้ จะมีผลประกอบการแซงหน้าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จะช่วยหนุนรายได้ไตรมาสแรกของบริษัท และการแข็งค่าของเงินบาทจะทำให้ตลาดหุ้นมีมูลค่ามากขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้ ประกอบกับความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศบรรเทาลง ดึงดูดให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น
ข้อมูลจากทางการ แสดงให้เห็นว่า ในเดือนนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.2% ถือเป็นค่าเงินที่มีผลตอบแทนดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ขณะเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ขยายตัว 5.8% เป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบปี และในปีนี้ อาจขยายตัวมากถึง 4.5% จากการหดตัว 2.3% เมื่อปีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ของเจพี มอร์แกน รวมถึง นายศรียาน พีทเตอร์ส และ นายเอเดรียน โมวัท ชี้ว่า แรงขับเคลื่อนจากปัจจัยพื้นฐานจะช่วยหนุนให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักต่อไป ซึ่งเจพี มอร์แกน แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นไทย
ข้อมูลต่างๆ แสดงให้เห็นว่า ในเดือนก.พ. ตัวเลขส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สี่ ติดต่อกัน จากการที่ประเทศกำลังเริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่ดำเนินมาร่วมปี หลังจากในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว เศรษฐกิจขยายตัวขึ้น ซึ่งนักลงทุนต่างชาติ ซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องมา ตั้งแต่ 22 ก.พ. 2553 จนถึงวันที่ 23 มี.ค. รวมจำนวน 4.2 หมื่นล้านบาท สูงกว่าหุ้นที่เทขายออกไป
หุ้นที่วาณิชธนกิจรายนี้แนะให้ลงทุนในอันดับต้นๆ รวมถึง หุ้นธนาคาร อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทย ท่ามกลางโอกาสถึงการเติบโตด้านการปล่อยกู้ โดยธนาคารทั้ง 2 รายนี้ เป็น 2 ใน 3 ธนาคารขนาดใหญ่สุดของประเทศในแง่สินทรัพย์
ก่อนหน้านี้ นายธนศักดิ์ วัฒนานิกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักวิเคราะห์ทางเทคนิค บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า ดัชนีหุ้นไทยอาจทะยานขึ้นสูงสุดถึง 10% ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า มายืนอยู่ที่ระดับ 850 จุด
ขณะที่วานนี้ (23 มี.ค.) ตลาดหุ้นยังคงเดินหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยปิดตลาด ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นที่ระดับสูงสุดของวันที่ระดับ 782.48 จุด บวก 10.23 จุด ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 1 ปี 9 เดือน ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 3.07 หมื่นล้านบาท โดยวานนี้ นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1,879 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 328 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,721 ล้านบาท เช่นเดียวกับนักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 486 ล้านบาท
นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นค่อนข้างผันผวนตลอดระยะเวลาซื้อขาย และมีแรงขายทำกำไรจนเกือบทำให้ดัชนีฯ ติดลบหลายครั้ง แต่สุดท้ายดัชนียังปรับเพิ่มขึ้นตามแรงซื้อสำคัญจากนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากก่อนหน้านี้ที่มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารอย่างมาก
"ยังคงมีกระแสเงินทุนต่างชาติเข้ามาหนุนดัชนี ไว้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรระยะสั้นระหว่างวันได้มากขึ้น" นายรักพงศ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่เกิดระเบิดที่กระทรวงสาธารณสุข และอีกหลายจุดทั่วประเทศ แม้จะสร้างความวิตกบ้าง แต่ในระดับสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้รุนแรงถึงขั้นมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ประกอบกับนักลงทุนได้รับรู้และคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจมีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ดังนั้นอาจจะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่มีผลกระทบเลย
สำหรับทิศทางในการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันนี้ (24 มี.ค.) คาดว่าจะยังคงผันผวน โดยเกิดขึ้นจากสองปัจจัย ได้แก่ การปรับเพิ่มขึ้นของดัชนีในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นเกือบ 100 จุด ขณะเดียวกันทิศทางปัจจัยภายนอกค่อนข้างเหวี่ยงตัว ทั้งประเด็นการยื่นมือเข้าช่วยเหลือกรีซและประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจนทางด้านเศรษฐกิจของจีน ส่งผลให้หุ้นในแถบภูมิภาคเอเชียแกว่งตัว และมีความเกี่ยวข้องทางอ้อมกับตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินลงทุนต่างชาติน่าจะยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ทิศทางดัชนีฯ ภาพรวมอยู่ในเชิงขาขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นจึงแนะนำให้ถือหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน และนักลงทุนต้องการซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มสามารถซื้อได้เมื่อดัชนีฯ อ่อนตัว ทั้งนี้ประเมินแนวรับอยู่ที่ 777 จุด และ 769 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 787 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านที่สำคัญ
พ.ร.บ.มั่นคงไม่กระทบหุ้น
ด้าน นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กล่าวว่า นักลงทุนไม่ได้วิตกกังวลกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายเวลาการใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ออกไปอีก 7 วัน จนถึงวันที่ 30 มี.ค. นี้ รวมถึงเหตุการณ์ระเบิดในจุดต่างๆ ก็ไม่ได้มีผลอะไร
วานนี้ ครม.เห็นชอบให้ขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงฯ ออกไปอีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 24-30 มี.ค. นี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.), 2 อำเภอใน นนทบุรี และ 5 อำเภอในสมุทรปราการ เพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง
นางภัทรียา กล่าวว่า นักลงทุนควรพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากตลาดหุ้นยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีการปรับตัวลดลง ขณะที่ปัจจัยภายใน ไม่ได้มีผลกระทบกับการลงทุนมากนัก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน โดยประเมินว่า เป็นเงินทุนในภูมิภาคที่เข้ามาลงทุน เพื่อหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงและพร้อมจะเคลื่อนย้ายออก ดังนั้นการลงทุนจึงควรพิจารณาพื้นฐานของเศรษฐกิจและบริษัทรวมถึงติดตามการลงทุน ของนักลงทุนต่างชาติว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ส่วนกรณีที่เงินบาทแข็งค่า เป็นผลมาจากพื้นฐานเศรษฐกิจ ที่แข็งแกร่ง และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลกระทบกับผู้ประกอบการในบางอุตสาหกรรมอย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียน จะต้องพัฒนาศักยภาพให้เข้มแข็งเพื่อรองรับกับปัจจัยที่เข้ามากระทบ และการแข็งค่าของเงินบาทที่เกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค
Tags : เจพีมอร์แกน • ภัทรียา เบญจพลชัย • ตลาดหุ้นไทย

ความคิดเห็นที่ 25
investor , 24 มีนาคม 2553 22:22
คุณมรรค๘
ผมยอมรับว่าไม่อยากเป็นไพร่เพราะต้องคอยพึ่งพาลมหายใจจากคนอื่น โง่และยากจน ผมชอบให้หุ้นขึ้นเพราะทำให้การลงทุนผมมีกำไร เลี้ยงตัวเองและครอบครัว และอุปการะเด็กยากจนไว้ 3 คน หุ้นทำให้ผมรวย ผมดีใจที่ผมไม่ใช่ไพร่ ความจนจะดีได้ยังงัย
ความคิดเห็นที่ 24
ควายเหลือง , 24 มีนาคม 2553 19:16
คุณมรรค 8 รู้หรือมั่ยว่า IMF นะเข้ามาสมัยใคร แล้วใครเป็นคนได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่มันอ่อนค่าลง ปล้นเงินไปจากประเทศไทยจากคนไทยทุกคนแล้วเอาเงินมาไล่แจกพวกขี้ครอกโง่ๆๆ
ผมจะตอบให้พวกขี้ครอกหายโง่นะ
1. ไอเอ็มเอฟเข้ามาสมัยชวลิต ยงใจยุทธ (ประธานพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน) ตอนนั้นมี รมต.คลังคนสุดท้ายชื่อ ทนง พิทยะ ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2540
2.ตัวhereที่ปล้นเงินไปจากประเทศไทย รู้ล่วงหน้าว่าจะลอยตัวค่าเงินบาทก็คือ here ตัวพ่อของคุณมรรค8 นะแหละ กำไรอัตราแลกเปลี่ยนซะอิ่มเปรมปรีเลยเป็นไงละ
ประวัติศาสตร์หัดจำ หัดอ่านกันบ้างนะไอพวก * แดง จะได้หายโง่
ความคิดเห็นที่ 23
คนบ้านนอก , 24 มีนาคม 2553 17:15
ชาวบ้านบางคนจะมีกินได้ไงละครับ
งานการไม่ทำ รับจ้างมาใส่เสื้อแดง
ได้ตั้ง 2000 ก็เอา
มาลำบากลำบนในกรุงเทพฯ
แทนที่จะเอาเวลาไปทำมาหากินที่บ้าน
ขอสนับสนุนงดชุมนุมทุกอย่าง
มาช่วยกันทำมาหากินที่บ้านนอกกันเถอะ
อยู่อย่างพอเพียง
อย่าไปรบเพื่อคนรวยเพียงคนเดียวเลย
มาช่วยกันสร้างครอบครัวของตนเอง
ให้มีกินมีใช้กันดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 22
แค่นั้นแหละ , 24 มีนาคม 2553 16:45
* พวกไม่มีกิน เพราะไม่ยอมไปหางานทำ มัวแต่รอให้รัฐเอาเงินมาแจก เหมือนสมัย ทักษิณ
ความคิดเห็นที่ 21
man , 24 มีนาคม 2553 14:51
ไ อ้ พวกฝรั่งนี้มันกำลังจะหลอกให้พวกแมงเม่าเข้าไปซื้อหุ้นต่อจากมันซิ มันจึงทำเป็นออกข่าวอย่างนี้ พวกประชาชนชาวบ้านตอนี้ไม่มีจะกินอยู่แล้ว ข้าวของแพง แต่ข้าวกลับราคาตกต่ำ ไม่มีเงินจะไปใช้หนี้ ยังต้องจะมาพบกับอัตราดอกเบี้ยที่กำลังจะขึ้นอีก มีแต่ไ อ้พรรคพวกบ้างกลุ่มได้รับประโยชน์เท่านั้น ต้องสำรวจให้ทั่วประเทศซิ มีแต่บริษัทใหญ่ๆๆเท่านั้นที่บอกว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่เห็นจะมีกินเลย
ความคิดเห็นที่ 20
มรรค๘ , 24 มีนาคม 2553 14:49
มีผู้สื่อข่าวไปถามนักลงทุนชาวต่างชาติว่า ทำไมชอบมาลงทุนในไทย เขาตอบว่าชอบประเทศไทย เพราะมีการปฏิวัต มีการประท้วง รัฐบาลก็ปล่อยข่าวร้ายออกมา ทำให้หุ้นตก พอเวลาผ่านไป รัฐบาลก็มาพูดว่าไม่ร้ายแรงอะไร หุ้นก็ขึ้นเอง เขาจึงมาช้อนซื้อ กองทุนเฮ็จฟันด์ ก็เข้าช้อนซื้อหุ้น ซื้อฟิวเจอร์ ค่าเงินบาทก็แข็งขี้น ได้กำไรสามเด้ง ถ้าธทป.ไม่ทันเกม เขาก็จะเข้าโจมตีค่าเงินบาทต่ออีก จนเจ๊ง ต้อง * ้ไอเอ็มเอฟมาแก้ ประเทศอื่นไม่มีอย่างนี้(คงจะคิดว่าเราโง่) ไม่รู้ว่านักการเมืองฝ่ายรัฐบาลมีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ ก็ไปคิดกันเอาเองครับ
ความคิดเห็นที่ 19
กิ้วๆ ไม่มีแผ่นดินอยู่ , 24 มีนาคม 2553 12:41
หมายความว่า ทักษิณ ไร้ราคา ในสายตานักลงทุนระดับนำของโลก
ได้ยินมั้ย ทักษิณไร้ค่าไร้ราคา
มีแต่ประเทศที่อ่อนแอ ล้มละลาย และผู้นำไร้ความสามารถเท่านั้น ที่ต้อนรับ"เงินสกปรก"ของทักษิณ
ความคิดเห็นที่ 18
Dr.Kim , 24 มีนาคม 2553 10:23
ขอเชิญพ่อ....แม่...พี่...น้อง....ประชาชนวงการต่างๆ.....ทุกสาขาอาชีพ.....ทุกสายเลือด.....ทุกศาสนา....และประชาชนชาวต่างชาติ.....สื่อมวลชนทุกสำนัก.....ไปดูข้อเท็จจริงที่....ตึกรัฐสภา....เพื่อดูให้ชัดเจนว่า......ทหารมาคุ้มครองรักษา.......รัฐบาลนายอภิสิทธิ์....รัฐบาลของข้าอำมาตย์......ใครอย่าแตะ....ถ้าไม่เชื่อ.....อย่าหาว่าอำมาตย์โหด....ก็แล้วกัน........นายอภิสิทธิ์.....ความชอบธรรมของรัฐบาล......หมดสิ้นแล้ว.....ยุบสภาคืนอำนาจแก่ประชาชนเสียบัดนี้
ความคิดเห็นที่ 17
b , 24 มีนาคม 2553 09:43
สำนักข่าว... มองไตร สไลเบียง...บอกว่า หุ้นไทยยังอ่อนกว่าเขมร..
ความคิดเห็นที่ 16
ปั้น , 24 มีนาคม 2553 09:43
ความคิดเห็นต่างๆนั้นแสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนอ่านที่พิจารณาเรื่องราวต่างๆได้ดี มีประโยชน์ครับ
แต่บางคนนี่ไม่ทราบจะอวดฉลาดหรืออย่างไร ใครจะไปปั่นหุ้นขึ้นได้ตั้ง 50-60 จุด นอกเสียจากพวกกองทุนต่างชาติ แสดงว่าไม่ได้อ่านเนื้อหาในข่าวเลย logic นะมีรึเปล่า
แต่ข่าวออกมาอย่างนี้แล้วคงขึ้นได้อีกหน่อยแล้วเป็นไปได้ว่าจะปล่อยของกันแล้วนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 15
เซียนมาเอง , 24 มีนาคม 2553 09:43
เมืองไทยชักเหมือนประเทศตะวันออกกลางแล้วเหลือแค่ยิงกันอย่างเปิดเผย คิดแล้วขนลุกคือพวกเรากลัวมากแต่สงสัยหุ้นขึ้นได้อย่างไรสวนความจริงเห็นๆ สงสัยรัฐบาลเอาเงินกองทุนที่ฝากยังต่างประเทศถอนแล้วมาซื้อผ่าน JP หรือโบรกเกอร์อื่นซึ่งเขาได้ค่านายหน้าเป็นผลตอบแทนครับ ไม่เชื่อคุณโทรหาเพื่อนที่hongkong/korea/singaporeดูว่าเป็นเขาแล้วเหตุการณ์เมืองไทยอย่างนี้เขากล้าซื้อหุ้นไทยไหม
ความคิดเห็นที่ 14
ฟิม , 24 มีนาคม 2553 09:35
ข่าวนี้ เพื่อยั่วน้ำลาย * เม่าให้เข้าซื้อ อย่าใจอ่อนนะพี่น้อง ทำใจแข็งไว้
ความคิดเห็นที่ 13
ดอก , 24 มีนาคม 2553 09:14
หุ้นมีขึ้น ก็ต้องมีลงนะพี่น้อง รายย่อยอย่าใจอ่อนเข้าตอนนี้นะพี่น้อง จะติดดอยนะพี่น้อง
ความคิดเห็นที่ 12
วาสนา , 24 มีนาคม 2553 09:07
ที่หุ้นพุ่งนั้น ก็เป็นเพราะเขาเห็นแล้วว่าประชาชนชาวกรุงเทพฯ มีสมอง ปล่อยให้พวกเสื้อแดงอาละวาด ไม่ได้สนใจตื่นเต้นอะไร ปล่อยให้พวกนี้เอาเลือดไปเทตามที่ต่าง ๆ แล้วก็รู้ว่าเดี๋ยวเลือดก็หมดไปเอง ส่วนหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องประท้วงก็ทำดี ราบ 11 ทำพวกเสื้อแดงต้องถอยกลับไม่เป็นท่า จนต่างประเทศชมว่าทหารไทยมีกลยุทธ์ควบคุมม็อบที่ดี ใช้สมอง ไม่ต้องใช้อาวุธ พวกนักวิเคราะห์ต่างประเทศก็เลยเห็นว่าพวกเสือแดงคงจะทำอะไรไม่ได้ และจะไม่มีความรุนแรงอะไร ส่วนคนอื่นก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย ทำแต่พูดกันไปวัน ๆ บางคนก็แค่แสดงละคร
ความคิดเห็นที่ 11
ck , 24 มีนาคม 2553 09:05
เสียวมาก ข่าวออกอย่างนี้ทีำไร อีกไม่นานก็ร่วง
ความคิดเห็นที่ 10
arsene , 24 มีนาคม 2553 09:01
ผมว่าคุณกรณ์ เก่งที่สุดในรัฐบาลชุดนี้เลยละ
ความคิดเห็นที่ 9
ของปลอม , 24 มีนาคม 2553 08:55
ผมว่าไม่ชอบมาพากลมีที่ไหน M79 / RPG ยิงกันแทบทุกวันแต่หุ้นขึ้นทุกวัน 10 กว่าจุด ตาม logic แล้วควรลงมากกว่าขึ้น มองกลับไปอดีตบ้านเมืองไม่เคยมีแบบนี้แต่หุ้นไม่ขึ้นแสดงว่ามีคนตั้งใจปั่นขึ้นไปน่าจะเป็นรัฐบาลเพื่อสร้างกระแสว่าต่างชาติเชื่อมั่นทั้งที่มันเหมือนกำลังจะเกิดสงครามกลางเมืองมากกว่า ระวังโดนเททีเดียว -30% ครับได้ไม่คุ้มเสีย
ความคิดเห็นที่ 8
คนไท , 24 มีนาคม 2553 08:24
วัฏจักรเศรษฐกิจก็เป็นแบบนี้ มีขึ้นมีลง. Takki ถึงพยายามทุกอย่างที่จะกลับมาอีกครั้ง กะว่าจะกลับมาใช้โอกาศนี้หลอกสร้างภาพผู้กอบ * ้เศรษฐกิจ ให้กับชาวรากหญ้าอีกครั้ง
ความคิดเห็นที่ 7
กุเอง , 24 มีนาคม 2553 08:25
น้ำผึ่งหยดสุดท้าย ก่อนที่ตลาดหุ้นจะโดนถล่ม แมลงระวังกันให้ดี
ความคิดเห็นที่ 6
นายกฯรัฐมนตรีที่ดีที่สุดของเมืองไทยจวบจนปัจจุบัน , 24 มีนาคม 2553 08:13
http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/LC24Ae02.html
ขอบคุณท่านนายกฯอานันท์ นายกฯรัฐมนตรีที่ดีที่สุดของเมืองไทยจวบจนปัจจุบัน
ความคิดเห็นที่ 5
mrsorn , 24 มีนาคม 2553 08:07
เดี๋ยว นช.แม้วก็ด่าเจพี มอร์แกน ให้พวกสมุนไพร่ฟังหรอก
ความคิดเห็นที่ 4
new yorker , 24 มีนาคม 2553 07:50
ผมกำลังตามข่าว
นช ทักษิณ ถูกควบคุมต้วในต่างประเทศ จริงหรือเปล่า
หากเป็นความจริง
อาจเป็นครั้งแรกที่ผู้นำ อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศหนึ่ง
กลายเป็นผู้ก่อการร้ายสากล ก็ได้
และแกนนำหรือผู้สนับสนุนในประเทศนั้นๆ
กลายเป็นผู้ร่วมหรือผู้สนับสนุนการก่อการร้ายสากล ก็เป็นได้
ราคาหุ้น จึงขึ้นเอา ๆ
ความคิดเห็นที่ 3
เพื่อนแม้ว , 24 มีนาคม 2553 07:50
เอาเรื่องนี้ไปบอกคนเสื้อแดงด้วยนะจะได้หาย * ซะที
ความคิดเห็นที่ 2
lalmai98 , 24 มีนาคม 2553 06:36
นี่ขนาดมีปัญหาของไ_อ้ทักษิณ กะ ไ_อ้พวก ค.ว.า.ย เสื้อแดงนะ.......
ความคิดเห็นที่ 1
น.หนู , 24 มีนาคม 2553 05:40
ถ้าอ้ายแม้วเป็นนายกฯ อยู่ มันก็จะบอกว่าเป็นผลงานมัน เพราะนโยบายครอบจักรวาล อะไรดีเป็นผลงานกรูหมด อะไรไม่ดี ไม่ใช่ผลงานกรู