กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 18 มีนาคม 2553 15:22

'ภัทรียา'ชี้หุ้นไทยทะยาน เหตุพื้นฐานแกร่ง

ภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ม็อบเสื้อแดงราว 50 คน ชุมนุมประท้วงหน้าตลาดหลักทรัพย์ในช่วง 10 โมงเช้าของวันนี้ เรียกร้องสอบสวนกรณีตลาดหุ้นขึ้น ทั้งๆที่มีการชุมนุมทางการเมือง

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"ภัทรียา"แจงหุ้นไทยทะยาน เหตุพื้นฐานแกร่ง เงินทุนต่างชาติไหลเข้าภูมิภาคเอเซีย หลังช่วงเช้าม็อบเสื้อแดงออกมาประท้วง งง!หุ้นขึ้น

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ผู้ชุมนุมได้เดินทางมายังหน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้  โดยผู้ชุมนุมได้แจกเอกสารและขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอชี้แจงว่า ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วย ปัจจัยทั้งภายนอกที่เอื้ออำนวย และปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศและปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นไทยที่แข็งแรงสนับสนุน

ในด้านปัจจัยภายนอก สภาพคล่องในตลาดทุนโลกที่ยังมีอยู่สูง  รวมทั้งการที่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณที่จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายไปอีกระยะหนึ่งเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนจากการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม ทำให้ผู้ลงทุนโดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วต้องการหาแหล่งลงทุนใหม่ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ประกอบกับการที่ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรปที่ยังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจากทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เปราะบางและปัญหาการชำระหนี้สาธารณะของภาครัฐ ทำให้ตลาดหุ้นในเอเชียรวมทั้งตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนต่างประเทศค่อนข้างมาก ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของตลาดหุ้นในภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ในด้านปัจจัยภายในที่เป็นปัจจัยบวก คือปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยและของตลาดหุ้นไทยที่ยังคงมีความแข็งแรง สะท้อนจากเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจทั้งในระดับภาพรวมและระดับภาคธุรกิจที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 ปี 2552 GDP ของไทยขยายตัวถึง 5.8% เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2551 ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2552 ปรับสูงขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับปี 2551

นอกจากนี้ อัตราเงินปันผลตอบแทน (Market Dividend Yield) จากการลงทุนในบริษัทจดทะเบียน ณ 16 มี.ค. 2553 อยู่ที่ 3.51% ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาค

นอกจากนี้ หุ้นไทยยังได้รับปัจจัยบวกจากมุมมองที่ดีขึ้นของนักวิเคราะห์การลงทุน  เช่น ฝ่ายวิจัยของ Morgan Stanley ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของโลก ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย  (จาก equal-weight  มาเป็น overweight) โดยให้เหตุผลสำคัญ 2 ข้อ ได้แก่ (1) ราคาหุ้นไทยยังถูก โดยดูจาก Forward P/E (อัตราส่วนระหว่างราคาหุ้นปัจจุบันต่อกำไรคาดการณ์ต่อหุ้น) ที่ระดับ 11.4 เท่า (ณ วันที่ 16 มีนาคม 2553) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค และ (2) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเหตุการณ์ชุมนุม โดยนับจนถึงวันที่ 17 มี.ค. 2553 มีมูลค่าซื้อสุทธิรวม 32,006 ลบ. และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว

ถึงแม้เศรษฐกิจไทย ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านสถานการณ์ทางการเมือง แต่นักลงทุนต่างชาติได้รับทราบสถานการณ์การเมืองของไทยมาโดยตลอด และอาจมีการประเมินว่าสถานการณ์ทางการเมืองไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ จึงยังคงมีความมั่นใจในการลงทุนในตลาดหุ้นไทย  

อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ มีการปรับตัวตามปัจจัยต่าง ๆ ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้ลงทุนควรต้องมีการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ สำหรับการตัดสินใจลงทุน

สำหรับมาตรการเพิ่มการดูแลความปลอดภัยของอาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประสานงานกับสถานีตำรวจลุมพินี ที่พร้อมจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยของอาคาร และพร้อมจะปฏิบัติงานได้ทันที โดยมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน และระบบงานสำคัญ

Tags : ภัทรียา เบญจพลชัย หุ้นขึ้น ภาวะหุ้น

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

ได้ยินในวงการหุ้นเขาสันนิฐานกันว่านักโทษหนีคุก (ต่างชาติ หัวดำ) เป็นคนสั่งซื้อหุ้นตอนมันราคาถูกเลยทำให้หุ้นขึ้น และจะเทขายทำกำไรในเวลาอันสมควรเพื่อที่จะได้เอาเงินออกนอกประเทศ และได้กำไรส่วนต่าง และกำไรจากค่าเงินแลกเปลี่ยนด้วย ใครพอมีความรู้ คิดว่าเป็นไปได้ไหม หรือการสันนิฐานนี้มีเหตุน่าเชื่อถือได้ไหม

ความคิดเห็นที่ 4

* ทักษิณ ทวีตมาว่า CIA มาแฮ๊กข้อมูลทำให้หุ้นขึ้น แต่คนเสื้อแดงมาล้อม จะทำให้หุ้นตก ก็เป็นการโกหกทั้งเพของนักโทษหนีคุกน่ะซี แล้วที่คุยว่าจะซื้อเกาะที่มอนเตนีโกรน่ะ ไหงเคยบอกว่าตนถูกยึดทรัพย์แล้วจนไงล่ะ ก็โกหกอีกแล้วซี เสื้อแดงถูกนักโทษหลอกอีกแล้วไง

ความคิดเห็นที่ 3

เพราะปัจจัยพื้นฐานไทยดีนี่แหละ ถึงมีคนโหยหากลับมาเป็นใหญ่หวังกอบโกย

ความคิดเห็นที่ 2

ยังไงก็ได้ครับ ขอแค่ อย่าเอา เงินแบงค์รัฐมาอุ้ม หรือ กองทุนรัฐมาดันราคา ให้ตัวเองก็พอครับ เพราะทำแบบนี้กันทุกรัฐบาล ธ.กรุงไทย , ธ.ออมสิน , กบข. , เงินกองทุนประกันสังคม เงินพวกนี้แหละ พอขาดทุนก็ เรียกหา ภาษีประชาชน

ความคิดเห็นที่ 1

หุ้นขึ้นเพราะเศรฐกิจไทยดีขึ้น แล้ว เสื้อแดงจะมาประท้วงทำไม สภาพบ้านเมืองกำลังดีขึ้น ไม่มีใครให้ราคาเสื้อแดงหรอก ตราบใดที่
เศรฐกิจดี

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement