กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 10 มีนาคม 2553 17:23

กลุ่มชินฯลั่นทำถูกกม.-เทมาเส็กไม่ถอดใจ

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

(Update) กลุ่มชินคอร์ปลั่นไม่เคยทำผิดกฎหมาย ระบุเทมาเส็กไม่ถอดใจขายหุ้น

ในวันนี้ (10 มี.ค.) ผูบริหารกลุ่มบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SHIN) ได้ออกมาแถลงข่าว โดยยืนยันว่ากลุ่มชินคอร์ป ทำธุรกิจตามสิทธิและสัญญาที่มีอยู่กับคู่สัญญา

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และทำธุรกิจเลยสิทธิที่ได้รับ บริษัทในฐานะเป็นคู่สัญญากับภาครัฐนั้น หากมีกรณีความเสียหายเกิดขึ้นก็จะต้องมีขั้นตอนในการเจรจาพูดคุยกันก่อน คงจะไม่สามารถดำเนินการใด ๆ โดยรวบรัด หรือกระทำโดยพลการเพียงฝ่ายเดียวได้

"สิ่งที่บริษัททำอยู่เรามั่นใจว่าเราทำถูกต้องตามกฎหมาย"นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว 

ส่วนคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้มีผลทำให้บริษัทและบริษัทในเครือต้องไปดำเนินการใด ๆ เนื่องจากไม่ใช่คู่กรณีในคดีดังกล่าว

นายสมประสงค์ กล่าวว่า เทมาเส็กที่ถือหุ้นใหญ่ในชินคอร์ป ไม่เคยบอกหรือติดต่อจะขายธุรกิจหรือกิจการในกลุ่ม ชินฯ

ส่วนการเดินทางไปสิงคโปร์เมื่อวันที่ 1-2 มี.ค.ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปพบกับเทมาเส็ก แต่เดินทางไปพบธนาคารเจ้าหนี้จำนวนมากที่ได้นัดล่วงหน้าก่อนศาลจะกำหนดจะมีคำตัดสินคดียึดทรัพย์ พร้อมได้อธิบายและชี้แจงว่าบริษัทไม่ได้รับผลแต่อย่างใด รวมถึงผลประกอบการและแนวทางการดำเนินธุรกิจ

"ผมไปสิงคโปร์ เมื่อวีนที่ 1 มีนาคม ที่ได้นัดกับธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ ซึ่งทำเป็นประจำปีอยู่แล้ว และได้อธิบายผลประกอบการ และผลคำตัดสินของศาล  ผมไม่ได้ไปคุยหรือพบกับผู้ถือหุ้น (เทมาเส็ก) ผู้ถือหุ้นไม่ได้ติดต่ออะไร และเราก็จะทำธุรกิจไปเรื่อยๆ"

และหลังมีคำตัดสินฯเมื่อ 26 ก.พ.ทีผ่านมา ยังไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการ ชินคอร์ป แต่อย่างใด

ทั้งนี้ กองทุนเทมาเส็กได้เข้ามาซื้อหุ้นชินคอร์ป  เมื่อ ม.ค. ปี 2549 โดยใช้เงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.4-1.5 แสนล้านบาท ขณะที่เทมาเส็ก เพิ่งได้รับเงินปันผลจากบริษัทในปี 2550-2552 เฉลี่ยปีละประมาณ 6.2 พันล้านบลาท หรือประมาณ 1.8-2.0 หมื่นล้านบาท

นายสมประสงค์ กล่าวว่า  ชินคอรป์ เป็นบริษัทโฮลดิ้ง และเตรียมขยายธุรกิจใหม่ในกลุ่มโทรคมนาคม และ มีเดีย ซึ่งได้ได้มีการศึกษาอยู่  และคาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ และดำเนิ้นการได้ตามแผน

นายสมประสงค์ ชี้แจงประเด็นการปรับสัญญาจ่ายส่วนแบ่งรายได้แบบพรีเพดระหว่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC) กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นั้นเป็นไปด้วยความยินดีทั้งสองฝ่าย โดยเริ่มจากที่ ADVANC เข้าไปเสนอให้กับทีโอที และเมื่อทีโอทีเห็นด้วยที่จะลดส่วนแบ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการ โดยได้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ ทีโอที แล้ว จึงได้มีการเซ็นสัญญาใหม่ รวมถึงการโรมมิ่ง เป็นข้อตกลงระหว่างสองเครือข่าย

ส่วนการเก็บภาษีสรรพาสามิตแทนการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งนั้น เชื่อว่าภาครัฐก็ไม่ได้เสียหาย เพียงแต่เมื่อมีการเปลี่ยนผู้กำกับดูแลเป็นคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จากเดิมที่เป็น ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม  ครม.สมัยนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่บริษัทก็ยังคงจ่ายส่วนแบ่งรายได้เท่าเดิม

สำหรับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (THCOM) นายสมประสงค์ กล่าวว่า ไทยคมได้ปฏิบัติตามขั้นตอน โดยได้รับอนุมัติจากภาครัฐก่อนดำเนินการ ไม่ได้ทำล่วงหน้า โดยบริษัทได้ยิงดาวเทียวมไทยคม 1 , ไทยคม 2 , ไทยคม 3 และ ไทยคม 4 ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อ ไอพีสตาร์

"ไม่มีอะไรที่ทำผิดขั้นตอน ไทยคม 4  ได้เกิดเทคโนโลยี เราจึงหารือกระทรวงฯ ศึกษาร่วมกันและได้ขออนุมัติจากกระทรวง จึงได้ยิงดาวเทียมไทยคม 4 ไม่ใช่ยิงก่อนอนุมัติ"


สำหรับประเด็นธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ปล่อยกู้ให้กับประเทศพม่า 4 พันล้านบาทนั้น บริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ โดยประเทศพม่า ที่เคยเป็นลูกค้าไทยคมก่อนหน้า ได้ใช้บริการไทยคม 4 จำนวนเพียง  320 ล้านบาทเท่านั้น

แม้ว่าขณะนี้ ทีโอทีจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบความเสียหายจากแก้ไขสัญญาของ ADVANC  บริษัทก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากภาครัฐ และเป็นเรื่องที่ต้องมีการเจรจาระหว่างคู่สัญญาด้วยกัน ซึ่งมีแนวทางทั้งการตั้งอนุญาโตตุลาการ และ การฟ้องศาล และบริษัทยังไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองแต่อย่างใด เพราะวันนี้ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น

Tags : กลุ่มชินฯ}สมประสงค์ บุญยะชัย ชินคอร์ป

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6

เห็นด้วยกับทุกความเห็นที่คัดค้านคนโกงกินแผ่นดินตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 5

พวกชินขายชาติ คนไทยต้องเลิกใช้ เอไอเอส ได้แล้ว ชินคอร์ปขายชาติ ชินคอร์ปขายชาติ ชินคอร์ปขายชาติ ชินคอร์ปขายชาติ

ความคิดเห็นที่ 4

รัฐบาล....พูดถืงความรุนแรง ทุกวัน....ทุกคืน.....ทุกครั้ง.....เมื่อมีโอกาสพูด
อำมาตย์..พูดถึงความรุนแรงทุกวัน....ทุกคืน.....ทุกครั้ง.....เมื่อมีโอกาส พูด
ทั้งรัฐบาล และ อำมาตย์....ไม่เคยคิดจะแก้ไขก่อนความรุนแรงจะมา....ตามที่พวกเขา.....พูด พร่ำทุกวัน....ทุกคืน.....ทุกครั้ง......เมือมีโอกาสพูด.......รัฐบาลและ อำมาตย์.......ประกาศยุบสภา......คืนอำนาจ.....ให้ประชาชน....วันที่ 12 มีนาคม 2553.....ทุกสิ่งทุกอย่าง....ก็จะคืน....สู่....สันติ.....ปองดอง....... สมานฉันท์.......ความเป็นพี่น้อง.....ที่สำคัญคือ......สันติสุข...... รัฐบาลและอำมาตย์......พวกคุณกำลังทำอะไร.....ทำเพื่อใคร.....พวกคุณไม่ได้ ทำ......เพื่อ......ประชาชน.....หรอกหรือ......โปรดถามใจตนเองโดยด่วน

ความคิดเห็นที่ 3

ขอให้บริษัทชินสังวรณ์ไว้ว่า ทักษิณก็บอกว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ก็ยังโดนศาลสั่งยึดทรัพย์ แล้วชินเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์เชิงนโยบายของทักษิณจะปฎิเสธความรับผิดชอบร่วมไ่ม่ได้เลย เสมือนหนึ่งรับของโจร จะเจตนาไม่เจตนาอีกเรื่้องแต่อย่างน้อยก็ต้องยึดของโจรคืน รู้อยู่อย่างหนึ่งที่บริษัทชินรวยไม่ใช่ฝีมือล้วนๆ แต่เพราะมีโจรหนุนหลังนี่เอง

ความคิดเห็นที่ 2

อีกวิธีการหนึ่งก็คือช่วยกันเผยแพร่คำพิพากษาคดียึดทรัพย์ทักษิณออกไปให้มากที่สุด คนที่ยังตาบอดจะได้เห็นธาตุแท้ของหัวหน้าโจรปล้นแผ่นดิน

http://www.supremecourt.or.th/webportal/maincode/content.php?content=component/announcements/list.php&base=24

ความคิดเห็นที่ 1

http://www.supremecourt.or.th/webportal/maincode/content.php?content=component/announcements/list.php&base=24

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement