กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 10 มีนาคม 2553 00:09

แบงก์ชาติรับ พิษพ.ร.บ.มั่นคงฉุดบาทอ่อน

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แบงก์ชาติ ยอมรับค่าเงินบาทอ่อนจากความกังวลทางการเมือง โดยเฉพาะข่าวการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เผยยังเร็วไปที่จะบอกว่าเงินไหลออกหรือไม่

นางสาววงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยการเมือง โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งเรื่องนี้ทาง ธปท. ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ยังเร็วไปที่จะบอกว่าเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นผลจากเงินทุนที่ไหลออก เพราะก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเพียงการปรับสถานะเงินตราต่างประเทศ (พอร์ซิชั่น) ของธนาคารพาณิชย์ก็เป็นได้ และถ้าดูในส่วนของผู้ลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเอง ช่วงนี้ก็ยังมียอดซื้อสุทธิอยู่

"ดูแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่ดูใหญ่โต ซึ่งก็ต้องดูสถานการณ์กันต่อไป ส่วนค่าเงินก็ไม่ได้ผันผวนอะไรมากนัก แค่อ่อนตัวลงเล็กน้อยเท่านั้น และปกติก็อยากให้ตลาดปรับตัวเป็นไปตามสถานการณ์ ทำให้มีโอกาสเกิดทูเวย์ คือ มีทั้งคนที่สนใจซื้อและคนที่อยากขาย ในกรณีที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน"


นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ของรัฐบาลนั้น อาจทำให้ ธปท. ต้องทบทวนตัวเลขการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวภายในประเทศใหม่

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางการเมืองนั้น โดยปกติทาง คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะมีการนำมาประกอบการพิจารณาในที่ประชุมอยู่แล้ว และการประเมินดังกล่าวก็จะดูผลระยะยาว ไม่ได้ประเมินแค่สถานการณ์ระยะสั้น

"การเมืองตอนนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้และก็ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ซึ่งก็อยากให้ทุกฝ่ายใช้สติ ส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้น โดยปกติ กนง. ก็นำมาประกอบการพิจาณาการใช้นโยบายการเงินอยู่แล้ว ซึ่งก็จะมีการคุยเรื่องนี้ในการประชุมวันที่ 10 มีนาคมนี้ด้วย"

อย่างไรก็ตาม นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่ดูแล้วน่าจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจมากกว่าคือ ปัญหาในโครงการมาบตาพุด เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ มีมูลค่าการลงทุนที่ชัดเจน และการจะลงทุนได้ โครงการต้องมีความชัดเจน ซึ่งปัจจุบันเองยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้มากนัก

"การเมืองเป็นเรื่องของความรู้สึก มันกระทบต่อความไม่สบายใจของผู้บริโภค ขณะที่ปัญหา มาบตาพุด มันกระทบต่อการลงทุน ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่มีเม็ดเงินลงทุนชัดเจน ตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก"


สำหรับปัญหาภัยแล้งนั้น ยอมรับว่าอาจกระทบต่อการเร่งตัวของเงินเฟ้อทั่วไปได้ เพราะเงินเฟ้อทั่วไปมีการนำผลิตผลราคาสินค้าเกษตรมาร่วมในการคำนวณด้วย เพียงแต่เงินเฟ้อตัวนี้ กนง. ไม่ได้นำมาพิจาณาในการปรับใช้นโยบายการเงิน ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานนั้นยังไม่พบอุปสงค์ใดที่จะเป็นแรงกดดันให้ปรับขึ้นในตอนนี้

ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยนั้น จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่ามีภาพรวมที่ดีขึ้น ซึ่งถ้าดูจากการแถลงตัวเลขในเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่าการส่งออกมีการฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้จะยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยนปีที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขอื่นๆ ก็ปรับตัวดีขึ้น ทั้งในส่วนการบริโภค การจ้างงาน การท่องเที่ยว เป็นต้น


ไทยส่อแววคงดอกเบี้ยต่อไป 

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 20 คน พบว่า ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ที่แตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะความตึงเครียดทางการเมือง ส่งผลคุกคามต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และเพื่อไม่ให้เป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยตามประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย

นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 20 คนเชื่อว่า ในการประชุมวันนี้ (10 มี.ค.) ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 1 วันไว้ที่ 1.25% เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งนางสุตาภา อมรวิวัฒน์ รองประธานบริหาร ธนาคารทหารไทย ระบุว่า ธปท. ไม่น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นางสุตาภา ชี้ว่า ธปท.จำเป็นต้องระมัดระวังในการคุมเข้มนโยบาย เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น โดยอาจจะต้องรอจนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวมีความแข็งแกร่งขึ้น และรอให้สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นด้วย

ขณะที่นายแมทธิว เซอร์คอสตา นักเศรษฐศาสตร์จากมูดี้ส์ อิโคโนมิค ดอท คอม ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย มองว่า ธปท.มีความกังวลว่าการปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้น จะดึงดูดเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เงินบาทแข็งค่ามากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคส่งออก

Tags : ค่าเงินบาท กม.ความมั่นคง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ไม่เห็นมีใครไปสนใจราคาน้ำมันที่ฉกฉวย ขึ้น ณ วันนี้ (10/3/53) เหมือนปล้นประชาชนเลย ....


ทั้ง ๆ ที่ไม่มีวี่แววว่าน้ำมันจะขึ้นราคา

มาประกาศขึ้น ก่อนวันที่ทุกคนจะต้องใช้น้ำมัน

เพราะคนกรุงฯ จะต้องออกนอกเมือง คนนอกกรุงจะแห่งเข้ากรุง แล้วเชื้อเพลิง ก็ขึ้นราคา แกมบังคับ

อยากให้ตรวจสอบว่า มันสมควรขึ้นจริงไหม เพราะ 0.50 บาทที่ปรับขึ้นนั้น 2พันล้านลิตร เป็นเงิน ตั้ง 1 พันล้านบาทเลยนะ

ปล้นกันชัด ๆ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement