นายกฯห่วงปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองทำเศรษฐกิจเดี้ยง วอนคนไทยช่วยประคองสถานการณ์ ยันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว จีดีพีไตรมาส4พลิกเป็นบวก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงกรณีตัวเลขทางเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 ว่า ในขณะนี้ตัวทางเศรษฐของประเทศกำลังมีการฟื้นตัวชัดเจน มีความก้าวหน้าหรือมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจที่รายงานออกมาเป็นทางการของไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ที่ได้มีการยืนยันถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเจริญเติบโตหรือการขยายตัวที่เทียบปีต่อปี หรือไตรมาสต่อไตรมาส จนกระทั่งทำให้ตลอดทั้งปีที่แล้ว เศรษฐกิจนั้นหดตัวเพียงร้อยละ 2.3 ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์อย่างมาก
ทั้งนี้ ในชี่วงก่อนหน้านี้หลายสำนักนั้นจะมีตั้งแต่ติดลบ 3 ไปจนถึงติดลบ 9 แต่ในที่สุดแล้ว ความรวดเร็วของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย ก็ทำให้การติดลบทั้งปีนั้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำให้ขณะนี้การปรับเป้าหมายหรือการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ นั้น
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า ในปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นแต่นอน แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของราคาน้ำมัน ในเรื่องของปัญหาของเศรษฐกิจโลก และที่สำคัญ คือ ยังมีปมปัญหาที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข เช่น กรณีมาบตาพุด ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวดีว่าในโครงการที่มีการค้างคากันในเรื่องของการก่อสร้างนั้น ศาลปกครองนั้นได้มีคำวินิจฉัยอนุญาตให้มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องได้
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบหรือความวุ่นวายทางการเมือง เพราะฉะนั้นอย่างที่ตนได้ย้ำว่าถ้าพวกเราช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อที่จะทำให้ประคับประคองให้สถานการณ์นั้น เข้าสู่ภาวะความเป็นปกติ นั่นคือโอกาสของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในเรื่องของการที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ แล้วก็ขยายตัวได้เป็นไปตามเป้าหมายหรือแม้กระทั่งเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากการที่เศรษฐกิจได้ฟื้นตัวดีขึ้นมาในขณะนี้ รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องปรับนโยบายในบางเรื่อง เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่ใช่มาตรการถาวร รัฐบาลก็จะมีการทยอยยกเลิกไป สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้มีการยกเลิกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่ใช่ยกเลิกเสียทีเดียว เพราะว่ามาตรการนี้จะบังคับใช้จนถึงปลายเดือนมีนาคม วันที่ 28 มีนาคม ซึ่งรัฐบาลได้เคยลดหย่อนในเรื่องของค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ และในเรื่องของภาษีธุรกิจเฉพาะ รัฐบาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องต่ออายุมาตรการเหล่านี้ เพราะฉะนั้น อันนี้ ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของนโยบายซึ่งรัฐบาลกำลังปรับเปลี่ยนเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมา ที่รัฐบาลได้ตัดสินใจล่วงหน้านั้น ก็เพื่อประโยชน์ของภาคธุรกิจ และพี่น้องประชาชน หากประสงค์จะได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้ คงจะต้องไปดำเนินการในเรื่องของธุรกรรมและการโอนอสังหาริมทรัพย์ก่อนวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่มาตรการนี้จะหมดอายุ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงมาตรการการให้ความช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตเศรษฐกิจ ว่า มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ยังเป็นมาตรการที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อไปเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี และเรื่องของค่าไฟ แต่มีหนึ่งมาตรการที่จะยกเลิกหลังรอบของมาตรการสิ้นสุดลงก็คือเรื่องของค่าน้ำฟรี เหตุผลที่ยกเลิกตรงนี้นั้นเพราะว่าในบรรดามาตรการที่ ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยนั้น เป็นมาตรการซึ่งเข้าถึงพี่น้องประชาชนค่อนข้างจำกัด น้ำไม่เหมือนไฟ ในกรณีของค่าไฟนั้นพี่น้องประชาชนนั้นเกือบทั้งหมด จะซื้อไฟจากการไฟฟ้าฯ แต่ว่ามีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะคนยากคนจน คนที่อยู่ห่างไกล จากมาตรการค่าน้ำฟรี เพราะว่าไม่ได้ซื้อน้ำจากการประปานครหลวง หรือการประปาส่วนภูมิภาค
ในขณะที่ไฟฟ้าเรา สามารถที่จะจำกัดการช่วยเหลือคือว่า สำหรับคนที่ใช้ไฟน้อยจริง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนมีรายได้น้อยนั้น กรณีของน้ำ การกำหนดปริมาณที่จะช่วยเหลือนั้นไม่สามารถที่จะแยกแยะได้อย่างแท้จริง ระหว่างคนที่เป็นคนยากคนจนกับพี่น้องประชาชนที่มีฐานะ เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจในการที่จะยกเลิกคือไม่ต่ออายุมาตรการในเรื่องของค่าน้ำ นี่ก็เป็นเรื่องของนโยบายของเศรษฐกิจที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อสอดรับกับเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
ประเทศ ว่า
Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ • จีดีพี • นายกฯห่วงปัญหาการเมืองทำเศรษฐกิจเดี้ยง

ความคิดเห็นที่ 5
ชัดไหม , 28 กุมภาพันธ์ 2553 14:24
* สันขวาน เอาคลิปนี้ไปดูซัก http://www.youtube.com/watch?v=UgcBGQd_CYo
คลิ ป * เคทอง มันประกาศสงครามแล้ว ดูแล้วก็คิดเอาเอง ประชาชนเขาหาเบาะแสมาให้ ถ้าไม่ทำ ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว ส่วนนี้ รูปของ * เคทองกับเสธแดง แล้วก็ตัวกินไก่อยู่ตรงกลาง เอาไปดูด้วยสันขวาน http://www.pixnice.com/upload/files/tuqm22zmdmgnzmtarfjy.jpg
เนี้ยล งให้ด้วย น่ะผจก หาเบาะแสมาให้แล้ว ลงคหให้ผมเถือดครับ ไหว้แล้ว
ลงด่วน
ความคิดเห็นที่ 4
lamai98 , 28 กุมภาพันธ์ 2553 13:26
นายอภิสิทธิ์ อ้างว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวแน่นอน แต่ ยังเสี่ยงอยู่เรื่องราคาน้ำมัน ปัญหาเศรษฐกิจโลก ปั้ญหาสำคัญที่รัฐต้องแก้ไข เรื่องมาบตาพุด พูดแล้ว เอาส่วนที่ต่ำที่สุดของร่างกายตรองดูแล้ว ที่มันเป็นตัวแปรที่อ้างมา อย่างมาบตาพูด รัฐก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ตั้งคนแก่เกินแกงอย่างนายอานันท์ ก็ทำอะไรไม่ได้ ที่ศาลปกครองให้เจ้าของโครงการสร้างต่อได้ก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เลย อย่ามั่วนิ่มเอามาอ้างทำมาหากิน เจ้าของโครงการต่างหากเขาดำเนินการทางศาลปกครองเอง จนได้รับความกรุณาให้ดำเนินการสร้างโรงงานต่อไป เรื่องน้ำมันก็เหมือนกัน รัฐเคยเข้ามาดูบ้างไหม น้ำมันลดลงฮวบๆ แต่พ่อค้าทำเป็นนั้งเฉย อย่างมากก็ลดลง 50 สต. พอน้ำมันดิบขึ้นราคาพวกมันรีบขึ้น 60 สต.คือ ลดราคาน้ำมันดิบ 3 ครั้งพวกมันลดให้ 1 ครั้งแค่ 50 สต.แต่พอน้ำมันดิบขึ้นมา1 ครั้งมันก็รีบขึ้น 60 สต.เป็นอันว่าน้ำมันดิบลด 3 ครั้งลดราคา 1 ครั้ง ขึ้นราคาน้ำมันดิบ 1 ครั้ง พวกมันก็บอกว่า ค่าการตลาดดิดลบ 60 สต.มันเลยขึ้นราคาน้ำมันซะ 60 สต. รัฐบาลไม่รู้เรื่องมัวแต่คอยปกป้องเก้าอี้ตัวเองจนตัวโก่ง เอางี้ดีไหม นายอภิสิทธิ๋ เอาเก้าอี้นายกไปจดทะเบียบลิขสิทธิซะเลยดีไหม เอาเป็นสมบัติตัวเองให้รู้แล้วรู้แรด พอได้ยินว่าเขาปล้นเงินทักษิณ คนเป็นนายกกระดี้กระด้า หาทางว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ห่วย..ดีแต่ใช้ไม่รู้จักหา ผมถึงว่าขี้เกลียดแล้วยังโง่(หาเงิน)ด้วย หมดเงินทักษิณแล้ว ไปกุ้ต่ออีกไช่ไหม แค่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ น้อยลงในไตรมาสสุดท้ายก็เอามาคุย เคยไปดูหนี้สาธารณะบ้างไหม อ้ตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกับ หนี้สาธารณะ มันผกผันหรือไปด้วยกันได้ไหม อย่ามาตบตานึกว่าคนอื่นเขาโง่เขาคิดเป็น
ความคิดเห็นที่ 3
ryuken , 28 กุมภาพันธ์ 2553 12:12
ศก.โลกกำลังจะมีปัญหาหนักครับ
ประเทศที่อ่อนแอในยุโรป น่าจะถูกปรับลดเครดิตต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินยูโร และ ราคาหุ้นในเขตนั้นมีปัญหาแน่....
อเมริกา และ ญี่ปุ่นก็ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก
ประกอบกับ จีน น่าจะฟองสบู่แตกในปีนี้พอดี เพราะ สะสมส่วนเกินมานานหลายปีแล้ว
เวียดนาม ก็เดินซ้ำรอย ต้มยำกุ้งไม่มีผิด...
ดังนั้น สรุปก็คือ รัฐบาลยังต้องหาหนทางแก้ไขแบบแผนสำรองไว้ มาตรการต่างๆ ยังไม่ควรถอนออก ณ ตอนนี้ ยังคงต้องเดินหน้ากด ดบ.ต่อไป อัดเงินรัฐต่อไป
แต่จะให้ดีที่สุดก็ควรไปศึกษา วิธีที่ฟื้นฟู ศก.โดยไม่ต้องใช้เงินภาครัฐ ด้วย เศรษฐศาสตร์ไท้เก๊ก Taiji-Econ จะดีมากๆ ครับ
http://taiji-econ.blogspot.com/
ความคิดเห็นที่ 2
siwat , 28 กุมภาพันธ์ 2553 11:59
ผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่1 นี้ ท่าทางจะใส่เสื้อสีแดง แต่ใจสีดำ(จิตใจมืด บอดจนมองไม่เห็นความยุติธรรม) หายใจลึกๆนะ ใช้วิจารณญาณแยะๆ จะรู้ได้เองว่า เราตกเป็นแนวร่วมใครหรือเปล่า แกนนำเสื้อสีต่างๆ ทำเพื่อกลุ่่มก้อนตัวเองทั้งสิ้น ล่ะครับ อย่างไรก็ตาม ผมก็เคารพในความคิดเห็นคุณนะ อ่านต่อที่นี่นะ .... www.smartthailand.blogspot.com
ความคิดเห็นที่ 1
lamai98 , 28 กุมภาพันธ์ 2553 11:42
เป็นห่วงแล้วทำไม่ไม่ยุบสภาหรือลาออกเล่า ถึงปัญหาการเมืองหมดไป รัฐบาลอภิสิทธิ๋ก็ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้หรอก การเมืองไม่เท่าไหร่หรอก แต่ความเชื่อมันคนเป็นนายกมันไม่มี มาบตาพุดก็แก้ไม่ได้ แม้แต่ของตายอย่างตั้ง ผบ.ตร.และการปรับย้ายยังไม่มีปัญญาตั้งแหล ยังปรับย้ายตำรวจไม่ได้เลย โง่แล้วยังขี้เกลียดอีก ดีแต่แก้ตัวหาอันโน้นอันนี้มาอ้าง คนจัญไรชอบแก้ตัว