เอไอเอ ประเทศไทย ปรับลดเบี้ยประกันภัย ของสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์โรคร้ายแรงต่อเนื่องลง 7-9%
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าปัจจุบันคนไทยจะหันมาสนใจการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และใส่ใจเรื่องอาหารกันมากขึ้น แต่จากปัญหาสภาวะแวดล้อมและปัญหาสังคมที่ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบกับมลพิษและความเครียด จึงเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายเพื่อสุขภาพต่อประชากรไทยก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มจาก 545 บาทต่อคนต่อปีในปี 2523 เป็น 6,994 บาทต่อคนต่อปีในปี 2548 หรือเพิ่มขึ้น 12.8 เท่าภายในระยะเวลา 25 ปี (ข้อมูลจากรายงานการสาธารณสุขไทยปี 2548-2550 กระทรวงสาธารณสุข)
ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยคนไทยให้มีเครื่องมือในการบริหารค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระดับหนึ่ง เอไอเอ ประเทศไทย จึงปรับลดเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์โรคร้ายแรงต่อเนื่อง หรือ ECIR ของผู้เอาประกันภัยที่มีอายุในช่วง 20-49 ปีลงประมาณ 7-9% ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายวัย 35 ปีที่เคยชำระอัตราเบี้ยประกันภัย ECIR ที่ 2.48 ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000 บาท จะปรับลดลงเหลือ 2.26 ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000 บาท หรือลดลง 8.9% ส่วนผู้หญิงวัย 35 ปีที่เคยชำระอัตราเบี้ยประกันภัย ECIR ที่ 3.45 ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000 บาท จะปรับลดเป็น 3.16 ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000 บาท หรือลดลง 8.4% โดยอัตราเบี้ยประกันภัยใหม่นี้ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2553”
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ECIR เป็นหนึ่งใน 5 สัญญาเพิ่มเติมแนบท้ายกรมธรรม์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของบริษัท ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันภัยจากตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 83,000 คนทั่วประเทศ หรือที่ AIA Call Center 1581”
สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์โรคร้ายแรงต่อเนื่อง หรือ ECIR จะให้ความคุ้มครองตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาในโรคร้ายแรง 40 โรค คือ โรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ความบกพร่องทางระบบประสาทอันเนื่องมาจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง (Stroke) ไตวาย ตับวาย อัมพาต โปลิโอ กล้ามเนื้อเสื่อม การปลูกถ่ายอวัยวะ ไวรัสตับอักเสบชนิดรุนแรง โรคโลหิตจางจากไขกระดูกไม่สร้างเม็ดโลหิต ตาบอด เนื้องอกในสมองชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง แผลจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก โรคลำไส้อักเสบเป็นแผล โรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) โรคระบบประสาทพาร์กินสัน โรคเท้าช้าง สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เป็นต้น โดยผู้เอาประกันภัยต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอายุระหว่าง 20-65 ปีและมีสุขภาพที่แข็งแรง ยกเว้นผู้หญิงอายุ 40-41 ปี
Tags : สุทธิ รจิตรังสรรค์ • เอไอเอ
ความคิดเห็นที่ 2
apiwat , 11 กุมภาพันธ์ 2553 23:34
ส่วนใหญ่ ธนาคารจะขายประกันอุบัติเหตุ กับประกันชีวิต ประกันสุขภาพเขาไม่ขาย เวลาเจ็บป่วยไม่สบายก็ไม่ต้องมีต้องใช้ดัวแทนบริการ
ความคิดเห็นที่ 1
bee , 9 กุมภาพันธ์ 2553 21:07
ขอให้บริษัทประกันเอไอเอ เจริญเติบโตยิ่งขึ้นเพราะมีตัวแทนบริการดีซะเป็นส่วนมาก รวมทั้งบริษัทประกันอื่นๆ ด้วย
ขอให้ผู้มีอำนาจดูแลการประกันภัยควบคุมการขายประกันของพนักงานธนาคาร เพราะขายไปแล้วภาระการดูแลก็เป็นของตัวแทนประกัน ตัวแทนมีภาระดูแลเพิ่มมากขึ้นในขณะที่การขายยากขึ้น เพราะการซื้อประกันธนาคารไม่มีการดูแล24 ชมเหมือนระบบตัวแทน อีกทั้งมีธนาคารไทยพานิชย์สาขาพระราม 2 ข่มขู่ลูกค้าว่าถ้าไม่ทำกับตนเวลามาติดต่อธนาคารอาจเกิดปัญหาได้ ลูกค้าไม่อยากมีปัญหาจึงซื้อแบบจำใจ ถ้าไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบ ก็ขอให้เจ้าหน้าธนาคารดังกล่าวตรวจสอบพฤติกรรมที่น่าเกลียดนี้ด้วย การขาดความรู้และเวลาในการบริการของเจ้าหน้าที่ธนาคารก็เอาเปรียบธุรกิจแล้ว ยังจะใช้วิธีสกปรกอีก