"สาระ"บอสใหญ่ เมืองไทยประกันชีวิต มั่นใจสิ้นปี 52 เบี้ยรับรวมถึงเป้า 21,580 ล้านบาทได้แน่นอน ในขณะที่กำไรเฉียด 1,800 ล้านบาท
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า ณ วันที่ 11 ธ.ค. 2552บริษัทมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 20,600 ล้านบาท ดังนั้นจึงคาดว่าสิ้นปี 2552 บริษัทจะมีเบี้ยรับรวมเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ คือ 21,580 ล้านบาท แต่คงไม่สามารถทะลุเป้า เพราะเหลือเพียงอีกไม่กี่วันก็จะถึงสิ้นปีแล้ว ส่วนเรื่องผลกำไร นั้นเมื่อประกอบธุรกิจก็ต้องหวังมีกำไร ดังนั้นในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน บริษัทคาดว่าสิ้นปีกำไรน่าจะอยู่ที่ 1,500-1,800 ล้านบาท กำไรหลัก ๆ นั้นมาจากหลายปัจจัย โดย50% มาจากการรับประกันที่ดี ที่เหลือมาจากการลงทุน ทั้งในรูปของ Fix income พันธบัตร หุ้นกู้ ซึ่งให้ผลตอบแทนคงที่ เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 8-9%
"เราทำธุรกิจก็เพื่อหวังกำไร กันทั้งนั้น หากทำกำไรไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจต่อ ส่วนการดูแลสังคมเพื่อตอบแทนให้กับสังคมนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง แต่เราต้องดูแลบริหารงานของเราให้ดีก่อนจึงจะหันไปดูแลสังคมได้"
สำหรับนโยบายที่บริษัทต้องดำเนินต่อจากนี้ไปคือ ต้องเน้นการเติบโตที่มาจากการมีหลากหลายช่องทาง มีผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ส่วนช่องทางหลักยังเป็นตัวแทนที่ผ่านมาช่องทางนี้มีสัดส่วนการเติบโต 50% ของเบี้ยรวมทั้งหมด และการรีครูตตัวแทนขณะนี้ยังพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่จบใหม่ในระดับปริญญาตรีถึงปริญญาโท
นายสาระ กล่าวถึง การทำตลาดตะกาฟุลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับชาวมุสลิมโดยเฉพาะนั้น ยังคงขายผ่านช่องทางตัวแทนและขณะนี้ยังไม่หยุดทำตลาดซึ่งยอดขายยังมีต่อเนื่อง แต่ยังประสบกับปัญหาเรื่องของความเข้าใจถึงหลักการ และวิธีการตามหลักศาสนาซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มดังกล่าวนั้นมีข้อจำกัดของหลักการศาสนาอิสลามมากพอสมควร
สำหรับผลิตภัณฑ์ควบหน่วยลงทุนหรือยูนิตลิ้งค์ที่เปิดขายไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยอดขายยังมีไม่มาก เพราะเป็นช่วงที่ตัวแทนกำลังปิดยอดขายสิ้นปี ทำให้ตัวแทนจึงเน้นขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเบี้ยขนาดใหญ่มากกว่า แต่ก็ยังมีลูกค้าและนักลงทุนให้ความสนใจกับยูนิตลิ้งค์มาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อเลือกลงทุนในกองทุนตามที่ลูกค้าต้องการได้ เช่น หุ้น ทอง พันธบัตร
ส่วนการสอบซิงเกิลไลเซ่น เพื่อที่จะขายยูนิตลิ้งค์ปัจจุบันมีตัวแทนสอบผ่านแล้ว 50-60 คน จาก 200 คนที่ฝึกอบรม ตัวแทนกลุ่มนี้จะเน้นขายเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน ซึ่งปัจจุบันตัวแทนขายลูกค้าระดับกลางบนมีอยู่ 20% จากตัวแทนทั้งหมดของบริษัทที่มีอยู่กว่า 20,000 คน ซึ่งเป็นตัวแทนใหม่ที่ถูกคัดเลือกเข้ามาโดยไม่ได้ดึงมาจากธนาคาร
