เปิดแผนปี"53 บลจ.กสิกรไทยประกาศรุกธุรกิจกองทุนเต็มสูบ ส่งกองทุนหุ้น-ตราสารหนี้บุกตลาด ขณะที่กองทุนสำรองฯพร้อมนำเสนอ Employees Choice
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2553 ของบริษัทคงนำกลยุทธ์ Customer Centric มาใช้ในการบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยจะศึกษาความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกยิ่งขึ้น เพื่อนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้เป็นที่พึงพอใจสูงสุด ทั้งในธุรกิจกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
นายรพี สุจริตกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2552 เติบโตถึง 36% มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) ทั้งสิ้น 479,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ถึง 129,227 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมกองทุนที่มีการเติบโตเพียง 15%
สำหรับผลการดำเนินงานของธุรกิจกองทุนรวม เติบโตถึง 40% หรือคิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งสิ้น 362,301 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเสนอขายกองทุนใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงการพัฒนาให้มีผลิตภัณฑ์กองทุนรวมครบทุกนโยบายการลงทุน
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ได้มีการปรับปรุงการให้บริการให้เกิดความสะดวกสบายกับผู้ลงทุนมากที่สุด เช่น การเปิดให้ซื้อกองทุน LTF/RMF ด้วยบัตรเครดิต การเปิดบริการสับเปลี่ยนกองทุนภายใต้การจัดการได้โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม รวมไปถึงการปรับช่วงเวลารับคำสั่งซื้อและขายคืนกองทุน K-TREASURY และ K-MONEY ที่รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น
ในส่วนผลการดำเนินงานของธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล นายรพีกล่าวว่า ยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนบุคคลและสถาบันขนาดใหญ่ให้บริหารสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 47,938 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 20% จากปี 2551
สำหรับธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีการเติบโตถึง 31 % ทำให้มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งสิ้น 69,533 ล้านบาท โดยมีองค์กรชั้นนำกว่า 130 แห่ง ที่แต่งตั้งบริษัทให้บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
Tags : พัชร สมะลาภา • บลจ.กสิกรไทย

ความคิดเห็นที่ 1
นักลงทุนกองทุน , 8 ธันวาคม 2552 15:44
ดีเกือบทุกอย่างครับ ยกเว้น
1 ค่าธรรมเนียมซึ่งแพงกว่าที่ บลจ. อื่นมาก
2 การซื้อขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 5000- 10000 บาท ทำให้ที่อื่นแซงหน้าไปเยอะเลยครับ
3 ระบบบัญชีทางอินเตอร์เน็ต ควรจะจัดแจงรายละเอียดกำไร-ขาดทุน ให้เห็นชัดเจนแบบของ SCBAM ได้จะดีมาก
ฝากคิดด้วยครับ