"บางจาก"ยอมรับปีหน้าอีบิทด้าทรุด ตามแนวโน้มค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลงเหลือ 4-5ดอลลาร์ต่อบาเรล จากปีนี้พุ่ง 8ดอลลาร์ต่อบาเรล
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจปี 2553 คาดว่าความสามารถในการทำกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ย(อีบิทด้า)จะปรับตัวลดลงหากเทียบกับปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำได้สูงกว่า 8พันล้านบาท หลังจากที่ 9เดือนอยู่ที่ 6.6 พันลานบาท เนื่องจากแนวโน้มค่าการกลั่นในปีหน้าคาดว่าจะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 4-5 ดอลลาร์ต่อบาเรล จากปีนี้เคยอยู่ที่ 8 ดอลลาร์ต่อบาเรล ซึ่งเป็นระดับที่สูง อย่างไรก็ตามคาดว่าค่าการกลั่นจะอ่อนตัวในครึ่งปีแรก จากนั้นครึ่งปีหลังของปี 2553 ค่าการกลั่นก็น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง
"เราคาดการณ์ว่าแนวโน้มในปี 2553 กำลังการผลิตเฉลี่ยจะอยู่ที่ 9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน โดยครึ่งแรกปี 2553 อาจจะมีการลดกำลังการผลิตลงบ้างตามแนวโน้มค่าการกลั่นที่ลดลง แต่ในช่วงครึ่งปีหลัง จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น ตามแนวโน้มค่าการกลั่นครึ่งปีหลังที่จะเพิ่มสูงขึ้น ส่วนการคาดการณ์ถึงค่าการตลาดในปี 2552 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.50บาทต่อลิตร โดยในปี 2553ค่าการตลาดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ 1.70 บาทต่อลิตร เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น"กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าว
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการปรับเพิ่มค่าการตลาดในปี 2553 จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ที่จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย แต่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นต้องปรับค่าการตลาดขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าการตลาดของบริษัทยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก เนื่องจากมีหลายสถาบันที่ได้ประเมินระดับค่าการตลาดในปีหน้าไว้ที่ระดับ 1.80-2บาทต่อลิตร
สำหรับงบลงทุนปี 2553 บริษัทคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1.5 พันล้านบาท เพื่อใช้ปรับปรุงสถานีบริการ รวมถึงขยายสถานีบริการเพิ่ม และการปรับปรุงโรงกลั่น ขณะเดียวกันแผนระยะยาว ในปี 2553-2554 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 5-6พันล้านบาท เพื่อไปลงทุนในโครงการพลังงานทดแทน เช่น โรงงานไบโอดีเซล โรงงานโซลาร์เซล และการพัฒนายูโร 4 แม้ว่าการพัฒนาพลังงานสะอาดจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR)อยู่ที่ 10%ซึ่งเป็นอัตราที่น้อยกว่าธุรกิจอื่นๆ
ส่วนใหญ่จะมีผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 15% แต่การที่ประชาชนหันมาให้ความสนใจพลังงานทดแทนมากขึ้น ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน โดยเห็นได้จากยอดขายแก๊สโซฮอล E20 ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะสนับสนุน โดยจะมีการเปิดสถานีบริการที่มีหัวจ่าย E20 เพิ่มขึ้น คาดภายในปีนี้จะอยู่ที่ 130สถานี และในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น เป็น 250-260 สถานี
ภาพรวมของผลประกอบการในไตรมาส 4/52 โดยเฉพาะกำไรอาจจะไม่ดีเท่าไตรมาส 3/52 เนื่องจากค่าการกลั่นมีแนวโน้มลดลง และบริษัท ใช้กำลังการผลิตลดลง โดยในไตรมาส 4จะใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 7 หมื่นบาร์เรล/วัน ขณะที่ทั้งปีคาดการณ์กำลังการผลิตเฉลี่ยจะอยู่ที่ 8หมื่นบาร์เรลต่อวัน
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่าบริษัทบางจากรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส3/52 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.15 พันล้านบาท เทียบจากงวดเดียวกันปีก่อนขาดทุน 251.58 ล้านบาท สว่นงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 6.44 พันล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อน มีกำไร 2.44 พันล้านบาท
