ทองคำในตลาดโลกทำนิวไฮรอบใหม่ ดันราคาทองรูปพรรณในประเทศ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 17,200 บาท
สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2552 ทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 16,700 บาท ขายออก 16,800 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 16,463.76 บาท ขายออก 17,200 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 100 บาท เมื่อเทียบกับปิดตลาดวานนี้ (19 ต.ค.)
ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาทองคำในตลาดนิวยอร์ก ในช่วงเช้าทำสถิติสูงสุดรอบใหม่แตะ 1,066.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Tags : สมาคมค้าทองคำ • ราคาทอง

ความคิดเห็นที่ 4
= = , 20 ตุลาคม 2552 13:41
***พอดีเป็นลูกพ่อค้าเลยพอจะเดาได้แต่ไม่รู้จะเป็นแนวนี้หรือเปล่าเพราะที่บ้านเขาไม่ยอมให้ขายหรือทำการตลาดอย่างการเตรียมความพร้อมในอนาคตที่จะเกิดเลยได้แต่ซื้อมาขายไปซึ่งถ้ามีรายได้ด้านความเตรียมพร้อมด้วยก้จะเพิ่มขึ้นมาอีกและก็ยังเป็นผลดีกับผู้บริโภคที่ได้ตรงตามความต้องการการค้าก็เหมือนการบริการอย่าง1อ่ะมั้งครับ จะป่วนวิทยาศาสตร์ลืมไปล่ะแต่การเงินก็หนุกดีป่วนด้านมหภาคอย่างเดียวไม่ต้องคิดมากเพราะมันเป็นภาคใหญ่ๆเดาง่ายกว่าขนาดกลางและเล็กแต่ด้านที่เดาไม่ถูกเลยก็เดาใจขนาดที่บ้านอยู่มาด้วยตั่งกะเกิดยังเดาพ่อแม่ไม่ถูกเลยปวดหัวตึบเซ็ง
ความคิดเห็นที่ 3
= = , 20 ตุลาคม 2552 13:36
***และศูนย์วิจัยพันธ์ข้าวไทยก็อาจะขยายตลาดได้ไปในตัวด้วยอ่ะครับอยู่ที่ว่าจะสร้างเมล็ดพันธ์ที่ดีและตรงตามคุณภาพและรวมไปถึงราคาที่น่าจะเป็นเพระก็รู้กันอยู่ว่าชาวนาส่วนใหญ่มักจะเก็บข้าวไว้ปลูกงวดหน้าซึ่งก็เก็บซ้ำๆกันได้ไม่กี่ช่วงก็จะไปหาซื้อพันธ์ข้าวจากชาวนาด้วยกันเองเพราะการปลูกซ้ำๆมันกลายพันธ์และคุณภาพจะลดลงซึ่งในไทยก็ค่ายพันธ์พืชอย่างข้าวโพดข้าวฟ่างเมล็ดพันธ์ราคาเมล็ดพันธ์ก็สูงแต่ทำไมเขาเลือกใช้ก็เพราะการเก็บไว้เองแล้วปลูกอีกปีหน้ามันกลายและทำให้คุณภาพด้อยลงมาซึ่งถึงได้มีภาคกรมวิชาการเกษตรหรือพันธ์ข้าวออกมาช่วยคนไทยและดูแลในส่วนนี้มั้งครับเพราะปัญหาส่วนใหญ่มันเกิดจากเมล็ดพันธ์กลายพันธ์หากทำคุณภาพและเหมาะสมกับราคาที่ประเทศเพื่อนบ้านเขาสามารถบริโภคได้ก็จะเป็นส่วนดีกับค่ายเม,ดพันธ์อ่ะครับแต่ถ้าไม่ดีเขาก็ไม่ซื้ออ่ะครับรอบริการด้านเมล็ดพันธ์ได้เหมือนกันอ่ะครับเพราะไทยผ่านมาเยอะด้านประสบการ์ณอยู่แล้วนิครับและเหตุผลบางอย่างที่ต้องเปลี่ยนพันธ์พืชเรื่อยๆก็เพราะคุณภาพดินซึ่งในประเทศเพื่อนบ้านก็จะเกิดหากปลูกซ้ำๆซึ่งทำให้ถึงต้นทุนถูกก็ผลิตไม่ได้ตรงตามเป้าที่ตั่งไว้เคยฟังญาติๆที่เขาไปรับจ้างเกี่ยวข้าวจากฝั่งลาวมาว่าเขาไถ่ที่ดินแล้วก็ว่านข้าวโดยไม่ต้องใช้อะไรเลยก็ได้ผลผลิตที่ดีแต่พอมาอีกปีก็ได้น้อยลงกว่าเดิมก็เลยอาจจะเป็นปัญหาในการผลิตในอนาคตหากเร่งผลิตจนเกินไปแต่ก็จะดีกับค่ายเมล็ดพันธ์และปุ๋ยเคมีที่เขาอาจจะบริโภคหากราคาคุ้มกับทุนนะครับไม่ใช่เหมือนอย่างในไทยแต่เดิมที่7พันต้นทุน5พันถึงได้3ครั้งก็เหอะไม่คุ้มเป็นใครก็ไม่ซื้อไม่เอาดีกว่าเช็คตลาดบริโภคด้วยถ้า7พันต้นทุน3พันเขาก็คงจะเอากันเพราะสบายแถมได้เยอะอีกด้วยซึ่งในไทยอดีตไม่เคยมีใครมาดูแลตรงนี้เลยถ้าต้นทุน5พันราคาก็น่าจะ9พันเพื่อจะได้มีกำลังใจในการผลิตเป็นอาหารให้หน่อย
ความคิดเห็นที่ 2
= = , 20 ตุลาคม 2552 13:22
***ช่วงนี้เดายากแฮะทำไมมันถึงขึ้นหว่าถ้าบอกว่าต่างประเทศทะเลาะกันอีกแล้วก็ไม่น่าจะใช่เพราะดูข่าวอยู่ตลอดซึ่งก็รู้อยู่ตามกลไกการตลาดแต่ที่ขึ้นตอนนี้ปัญหาไทยได้ดุลหรือก็ไม่น่าจะใช่อีกนั้นแหละเพราะที่ส่งขายก็เหมือนเดิมแต่ก็รับน้อยลงว่าเดิมเพราะตลาดสินค้าเต็มตลาดแล้วอยู่ที่รัฐบาลแล้วมั้งครับจะกระจายรายได้ในส่วนของภูมิภาคอื่นอย่างไงเพราะส่วนใหญ่งบลงที่ตัวเมืองตอนนี้งบลงที่ตัวเมืองไม่เท่าไรถึงมีก็ทำต่อไม่ไหวเพราะแน่นเต็มพื้นที่และอีกอย่างเม็ดเงินในระบบจะไหลเข้ามามากกว่าเดิมจากภาคการติดต่อและธนาคารคือที่ตัวเมืองจะมีแต่พวกมีตังค์คอยติดต่อและตกลงซื้อขายสินค้าเท่านั้นเองเพราะระบบสินค้าก็รวมอยู่ในฐานข้อมูลและราคารวมทั้งภาคการขนส่งที่คำนวนไว้แล้วรอแค่โทรศัพท์มาหรือขอดูสินค้าตัวอย่างอย่างข้าวไทยซึ่งก็ได้รับการดูแลและวิจัยรวมกับศูนย์วิยพันธ์พืชซึ่งขอหน่วยงานเขาไปประจำที่โกดังที่นั้นเพื่อมาตรฐานซึ่งตัวเมืองที่ติดต่อก็มีแค่ตัวอย่างข้าวก็พอส่วนตัวเลขว่ามีอยู่เท่าไรก็อยู่ที่เจ้พร และหรือยังเป็นการตลาดในอนาคตได้ในส่วนพันธุ์พืชเพราะในหน่วยของการปลูกสายพันธ์ข้าวซึ่งถาพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามปลูกซ้ำซ้อนกันหรือพืชเริ่มปลูกซ้ำๆเพื่อเร่งการผลิตเขาก็จำเป็นต้องหามาตรฐานพันธ์ข้าวที่สามารถทนโรคและปุ๋ยที่ต้องใช้ให้เหมาะกับสภาพดินเพราะอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่แปลกหากหยุดการผลิตสัก1ช่วงให้ธรรมชาติรักษาหน้าดินจากวัชพืชอื่นๆก็จะปลูกได้เหมือนเดิมโดยที่ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเพื่อรักษาคุณภาพแต่ถ้าเป็นการเร่งซ้ำซ้อนปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆในหน่วยพื้นที่ผลิตไม่เพียงพอกับพื้นดินหรือสารอาหารที่หมดไปแน่ๆครับเพราะปุ๋ยอินทรีย์ก็เอาดินมาจากอีก1พื้นที่ซึ่งก็เหมือนเอาหน้าดินอีกที่มาใส่อีกที่ซึ่งทำได้แต่ไม่พอกับการปลูกพืชซ้ำๆแต่ถ้าปลูกหมุนเวียนเป็นก็ไม่จำเป็นต้องใช้แต่จะลำบากนิดหน่อยแต่ได้กำไรสูงอยู่แต่ก็ต้องประจำในเขตพื้นที่เพาะปลูกเลยเพื่อการดูแลซึ่งทำได้แต่เขาจะทำหรือเปล่าเพราะส่วนใหญ่มักรวมกันอยู่เป็นหมู่บ้านเพราะมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันหรือซื้อขายแลกเปลี่ยนกันง่ายดีแต่ส่วนที่แยกออกส่วนนอกได้กำไรจริงแต่ก็ห่างไกลผู้คนนิดหน่อยตามแต่ความต้องการของคนเราอ่ะครับซึ่งต้องใช้การสำรวจและวิจัยเอาเพราะเกษตรที่อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านส่วนใหญ่จะใช้ปุ๋ยเคมีเพราะไม่ต้องไปคอยตามดูแลในอีกพื้นที่ที่ห่างไกลหมู่บ้านแต่ถ้าเป็นหมู่บ้านแบบกระจายห่างๆก็จะใช้น้อยหรือไม่ใช้เลยเพราะผลิตเองใช้เองทำให้ได้ผลผลิตและกำไรเยอะแต่ต้องดูแลมากหน่อยเท่านั้นเอง
ความคิดเห็นที่ 1
= = , 20 ตุลาคม 2552 13:21
***ช่วงนี้เดายากแฮะทำไมมันถึงขึ้นหว่าถ้าบอกว่าต่างประเทศทะเลาะกันอีกแล้วก็ไม่น่าจะใช่เพราะดูข่าวอยู่ตลอดซึ่งก็รู้อยู่ตามกลไกการตลาดแต่ที่ขึ้นตอนนี้ปัญหาไทยได้ดุลหรือก็ไม่น่าจะใช่อีกนั้นแหละเพราะที่ส่งขายก็เหมือนเดิมแต่ก็รับน้อยลงว่าเดิมเพราะตลาดสินค้าเต็มตลาดแล้วอยู่ที่รัฐบาลแล้วมั้งครับจะกระจายรายได้ในส่วนของภูมิภาคอื่นอย่างไงเพราะส่วนใหญ่งบลงที่ตัวเมืองตอนนี้งบลงที่ตัวเมืองไม่เท่าไรถึงมีก็ทำต่อไม่ไหวเพราะแน่นเต็มพื้นที่และอีกอย่างเม็ดเงินในระบบจะไหลเข้ามามากกว่าเดิมจากภาคการติดต่อและธนาคารคือที่ตัวเมืองจะมีแต่พวกมีตังค์คอยติดต่อและตกลงซื้อขายสินค้าเท่านั้นเองเพราะระบบสินค้าก็รวมอยู่ในฐานข้อมูลและราคารวมทั้งภาคการขนส่งที่คำนวนไว้แล้วรอแค่โทรศัพท์มาหรือขอดูสินค้าตัวอย่างอย่างข้าวไทยซึ่งก็ได้รับการดูแลและวิจัยรวมกับศูนย์วิยพันธ์พืชซึ่งขอหน่วยงานเขาไปประจำที่โกดังที่นั้นเพื่อมาตรฐานซึ่งตัวเมืองที่ติดต่อก็มีแค่ตัวอย่างข้าวก็พอส่วนตัวเลขว่ามีอยู่เท่าไรก็อยู่ที่เจ้พร และหรือยังเป็นการตลาดในอนาคตได้ในส่วนพันธุ์พืชเพราะในหน่วยของการปลูกสายพันธ์ข้าวซึ่งถาพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามปลูกซ้ำซ้อนกันหรือพืชเริ่มปลูกซ้ำๆเพื่อเร่งการผลิตเขาก็จำเป็นต้องหามาตรฐานพันธ์ข้าวที่สามารถทนโรคและปุ๋ยที่ต้องใช้ให้เหมาะกับสภาพดินเพราะอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่แปลกหากหยุดการผลิตสัก1ช่วงให้ธรรมชาติรักษาหน้าดินจากวัชพืชอื่นๆก็จะปลูกได้เหมือนเดิมโดยที่ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเพื่อรักษาคุณภาพแต่ถ้าเป็นการเร่งซ้ำซ้อนปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆในหน่วยพื้นที่ผลิตไม่เพียงพอกับพื้นดินหรือสารอาหารที่หมดไปแน่ๆครับเพราะปุ๋ยอินทรีย์ก็เอาดินมาจากอีก1พื้นที่ซึ่งก็เหมือนเอาหน้าดินอีกที่มาใส่อีกที่ซึ่งทำได้แต่ไม่พอกับการปลูกพืชซ้ำๆแต่ถ้าปลูกหมุนเวียนเป็นก็ไม่จำเป็นต้องใช้แต่จะลำบากนิดหน่อยแต่ได้กำไรสูงอยู่แต่ก็ต้องประจำในเขตพื้นที่เพาะปลูกเลยเพื่อการดูแลซึ่งทำได้แต่เขาจะทำหรือเปล่าเพราะส่วนใหญ่มักรวมกันอยู่เป็นหมู่บ้านเพราะมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันหรือซื้อขายแลกเปลี่ยนกันง่ายดีแต่ส่วนที่แยกออกส่วนนอกได้กำไรจริงแต่ก็ห่างไกลผู้คนนิดหน่อยตามแต่ความต้องการของคนเราอ่ะครับซึ่งต้องใช้การสำรวจและวิจัยเอาเพราะเกษตรที่อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านส่วนใหญ่จะใช้ปุ๋ยเคมีเพราะไม่ต้องไปคอยตามดูแลในอีกพื้นที่ที่ห่างไกลหมู่บ้านแต่ถ้าเป็นหมู่บ้านแบบกระจายห่างๆก็จะใช้น้อยหรือไม่ใช้เลยเพราะผลิตเองใช้เองทำให้ได้ผลผลิตและกำไรเยอะแต่ต้องดูแลมากหน่อยเท่านั้นเอง