กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 19 ตุลาคม 2552 14:01

'สาระ'คาดธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบโต15%

สาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย

สาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นายกสมาคมประกันชีวิตไทยคาดธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบในปีนี้ขยายตัว 15% เบี้ยรับรวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท คาดปี"53 โตไม่ต่ำกว่า 15%

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ยังเห็นวา มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง โดยคาดว่า จะโต 17-18% ทำให้เป้าหมายที่สมาคมฯ ประเมินไว้ว่า ธุรกิจประกันชีวิตจะขยายตัว 10% น่าจะเปลี่ยนแปลงโต 15.5% หรือคิดเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 250,000 ล้านบาท

สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไทยเริ่มเห็นความสำคัญในการทำประกันชีวิตรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น แม้ว่าจะเป็นอัตราการเติบโตค่อนข้างดี

อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์ประกันชีวิตของไทยเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ยังถือว่า มีจำนวนน้อย และยังเชื่อว่า ในอนาคตหากคนไทยหันมาทำประกันชีวิตมากขึ้น ก็น่าจะทำให้ภาคธุรกิจประกันชีวิตของไทย มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกปี และปีหน้ามองว่า ธุรกิจประกันชีวิตน่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% เช่นกัน

Tags : สาระ ล่ำซำ ประกันชีวิต

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

***วันนี้นอนล่ะลืมไปเลยนึกอะไรได้เมื่อเช้าพรุ้งนี้ค่อยนึกต่อล่ะกัน

ความคิดเห็นที่ 4

***พอจะดีไหมอ่ะครับสำหรับประกันอนาคตสำหรับนักเรียนนักศึกษาซึ่งฟิวชั้นกับภาครัฐที่เข้านโยบายเรียนฟรีซึ่งขาดทุนก็รู้อยู่แต่จะได้ส่วนเสริมจากภาษีที่พักธุรกิจอสังหาโรงแรมการท่องเที่ยวในการจัดระเบียบและรายได้ส่วน1จากค่าที่พักที่เป็นในส่วนของประสบการ์ณของเด็กๆที่จะไปเล่าสู่พ่อแม่ผู้ปกครองว่าอยากจะไปว่ายพระหรือพักผ่อนบ้างช่วงวันหยุดไหมจะได้ไปเป็นครอบครัวยามว่างเพราะรู้ว่าที่ท่องเที่ยวส่วนไหนบ้างในไทยดีและบริการที่พักอาหารรวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีในท้องถิ่นนั้นๆ ไม่รู้มีส่วนเสียตรงไหนอีกคอยควบคุมวางแนวป้องกันอ่ะดี

ความคิดเห็นที่ 3

***ต่อต่อซึ่งถ้าเรียนไม่จบก็รอสักปี2ปีค่อยมาเบิกได้เพราะเรียนไม่ครบเงินประกันจะจ่ายคืนพร้อมวุติการศึกษาให้ไปทำทุนหาที่เรียนที่พักรอการศึกษาหรือเป็นทุนในการเดินทางไปทำงานจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนผู้ปกครองเมื่อยามเรียนจบเพราะการไปหางานต้องใช้เงินเริ่มต้นที่สูงอยู่หากได้ส่วนสะสมเงินประกันจากการเรียนตรงนี้ผู้ปกครองจะได้เบาแรงอีกเยอะและส่วนโปรโมชั้นนอกจากเสียชีวิตหรืออุบัติเหตุหรือค่าหนังสือหรือกิจกรรมบางอย่างก็จะช่วยได้เยอะเลยและรวมไปถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ดูแปลกๆอยู่นิดหน่อยอ่ะครับคืออสังหาส่วนที่อาจจะเป็นปัญหาตรงนั้นนะจะมีลูกค้าก็คือนักเรียนนักศึกษาเหล่านี้ซึ่งเงินค่าคอมมิตชั้นหรือเบี้ยประกันตรงส่วนนี้จะไปทดกับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่นักเรียนนักศึกษาไม่ต้องจ่ายแค่เปิดเทอมมาก็เก็บเงินไว้รอเขากำหนดให้ว่าจะไปเข้าค่ายหรือพักแรมที่ไหนในประเทศไทยโดยที่ค่ารถหรือค่าอาหารก็จะถูกหักหรือสั่งจ่ายเรียบร้อยตามแต่ กระทรวงท่องเที่ยวที่ได้รับการดูแลและจัดสรรจากองคมนตรียืนมาให้นักเรียนนักศึกษาเหล่านั้นไปในตัวและจะเกี่ยวเนื่องกับภาคการกระตุ้นท่องเที่ยวแบบไหนลองคิดดูนะครับว่าเมื่อเด็กๆเหล่านั้นมีประสบการ์ณการท่องเที่ยววัด โบถย์หรือประเพณีวัฒนธรรมจากที่1มาแล้วและผู้ปกครองเหล่านั้นถ้าเก็บออมมีรายได้อยู่เด็กเหล่านั้นก็อาจจะชักชวนให้ผู้ปกครองส่วนนี้ไปเสียเงินเองโดยความสมัครใจหรืออยากจะเก็บเงินไว้เฉยๆที่ธนาคารก็แล้วแต่เพราะถ้าเก็บกันเยอะมากๆก็รู้ๆกันอยู่ภาคธนาคารเขาไม่อยากเจ็บตัวค่าฝากก็จะลดลงตามการใช้บริการซึ่งใน1อายุเงินฝากถ้ามีบ้านมีรถครบก็ให้ลูกพาไปเที่ยวดีกว่าเพราะเป็นกิจกรรมที่มีกฎอยู่ไม่กี่อย่างคือต้องได้รับการเซ็นยินยอมจากผู้ปกครองอย่างเดี๋ยวและให้ผู้ปกครองมาส่งในการทำกิจกรรมเพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอหากผู้ปกครองไม่อนุญาติที่จะให้ไปร่วมกิจกรรมตรงนี้ก็ถือเป็นสิทธิเด็ดขาดไม่ใช่ตัวเด็กตัดสินใจแต่ให้ผู้ปกครองตัดสินเสมอเพราะขนาดรถไฟยังเกิดอุบัติเหตุยิ่งรถเมล์ยิ่งไปกันใหญ่เพราะต้องใช้ระยะทางในการเดินทางจะเกิดอะไรบ้างกว่าจะถึงที่พักในเครืออสังหาธุรกิจโรงแรมที่จะขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วประเทศตามแต่ว่าเขตพื้นที่นั้นๆมีทรัพยากรธรรมชาติท่องเที่ยวดีแค่ไหนส่วนเงินค่าที่พักหรืออาหารภาคธุรกิจโรงรมที่พักเขาก็จะสั่งเก็บจากภาคประกันในส่วนนี้โดยที่ถ้าคิดดูเด็กนักเรียนนักศึกษาจะได้ประสบการ์ณและหาตัวเองได้ไปในตัวว่าในอนาคตชอบที่ไหนแบบไหนรวมทั้งอยากทำงานอะไรและเมื่อจบมามีงบเริ่มต้นชีวิตถึงจะน้อยนิดก็ยังดีเพราะจะได้ไม่เดือดร้อนผู้ปกครองที่เขาทำงานหามาใปนเงินสะสมไปในตัวมีข้อบังคับที่น่าจะต้องทำเพื่อกันความเสียหายใหญ่ๆก็ไม่กี่อย่างมั้งครับคือเงินสะสมคนไทยยังตัวแดงอยู่จะทำให้เดือดร้อนผู้ปกครองซึ่งไม่ดีต้องใช้เวลากว่าจะทำงานล้างหนี้และมีเงินสะสมและการไปทำกิจกรรมจะไม่เป็นภาคบังคับแต่อาจจะเป็นภาคการพักผ่อนเสริมประสบการ์และหรือรวททั้งบำเพ็ญประโยชน์ตามแต่โรงเรียนเขาจะจัดหลังสอบเสร็จแต่ต้องได้รับการเซ็นรับรองจากผู้ปกครองว่าให้ไปทำและให้ผู้ปกครองมาส่งก่อนการเดินทางเพื่อการยินยอมอย่างที่บอกการเดินทางมันมี%อันตรายเยอะเลยต้องเข้มงวดในส่วนนี้

ความคิดเห็นที่ 2

***เหมือนฟิวชั้นระบบอย่างไงก็ไม่รู้แต่ฝึกคิดดีพอดีชอบคิดหลายๆอย่าง ประกันอนาคตคิดง่ายๆก็เงินค่าเทอมจากเด็กๆทั่วประเทศไทยนั้นแหละครับแต่ผู้ปกครองจะร้องโวยทันทีเพราะยังเป็นหนี้ในระบบอยู่ถึงเคยบอกอ่ะครับต้องใช้เวลานานกว่าจะทำประกันตัวนี้ได้เพราะต้องทำให้คนไทยเริ่มมีบัญชีตัวเขียวหรือเงินเก็บก่อนแต่ถ้ายังเป็นตัวแดงก็รอไว้ก่อนเพราะเขาไม่รู้จะหาเงินมาจากไหนในช่วงเศรษฐกิจแย่ๆแบบนี้ ซึ่งถ้าเป็นระบบประกันแบบนี้ภาครัฐที่ซึ่งใช้โปรโมชั้นเรียนฟรีอยู่แล้วต้องเสียงบประมาณจ้างราชการหรือหน่วยงานมาคอยบริการนักเรียนนักศึกษาและหรือเอาเงินจากด้านภาษีส่วน1มาช่วยก็จะยังแย่กับส่วนอื่นๆอีกเพราะมันเป็นระบบที่ขาดทุนทั้งประเทศแต่ประกันอนาคตซึ่งฝากไว้และเมื่อได้ศึกษาจนครบตามจำนวนเวลา ม.3 ม.6หรือ ป.ตรีหรืออะไรก็แล้วแต่ซึ่งตรงนี้จะไม่ต้องใช้ตัวแทนประกันเลยเพราะก็เหมือนอย่างเดิมคือผู้ปกครองไปทำงานมาหาตังค์มาจ่ายค่าเทอมแต่ไม่ใช่ค่าเทอมแต่เป็นเงินประกันซึ่งจะได้รับคืนก็ต่อเมื่อนักเรียนนักศึกษาท่านเรียนจบตามเวลาหรือถ้าไม่จบก็เดี๋ยวมาแป๊บ

ความคิดเห็นที่ 1

***หายเยอะเกินไปหน่อยแฮะที่คิดๆเมื่อเช้านี้อันไซเมอร์แดกสักพักคงจะนึกออกเหมือนฟิวชั้นอย่างไงก็ไม่รู้ในภาคธุรกิจและการลงทุนอ่ะครับแต่ภาคที่ต้องมั่วคิดเอาเองก็มีภาคการเมืองนี่แหละที่คิดผิดเรื่อยๆเพราะต้องใช้เวลาและอายุในการผ่านโลกหรือประสบการ์ณเรื่องผู้คนและปัญหามานานถึงจะดีมั้งครับเพราะส่วนใหญ่การเมืองมาจากบุคคลกับบุคคลหรือผู้นำซึ่งอันนี้คาดเดายากต้องมานึกผิดบ้างถูกบ้างวิเคราะห์ไม่ค่อยถูกเดี๋ยวลองโยงระบบที่อาจจะเกิดปัญหาและรวมเข้ากับอะไรบางอย่างดูแต่ความคิดก็คือความคิดโลกภายนอกเป็นอย่างไงผมยังไม่รู้เลยไม่ค่อยออกจากบ้านเลยด้อยประสบการ์ณดูแค่ข่าว2-3รายการและต้องมาวิเคราะห์เอาเอง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement