กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 28 กันยายน 2552 11:17

โรงงานยาสูบเล็งยกฐานะเป็นองค์กรนิติบุคคล

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

โรงงานยาสูบเตรียมยกฐานะเป็นองค์กรนิติบุคคล หวังเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น คาดปีนี้มีรายได้กว่า 5.6 หมื่นล้านบาท

นพ.ประเสริฐ  มงคลศิริ  กรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ  เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบมีแผนผลักดันองค์กร จากปัจจุบันเป็นเพียงหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง  เป็นองค์กรนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น  จึงจัดสัมมนาทำความรู้ความเข้าใจกับพนักงานทุกฝ่ายทุกระดับให้เกิดความเข้าใจ  โดยเฉพาะแกนนำพนักงานรัฐวิสาหกิจ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเริ่มต้นการแยกเป็นนิติบุคคล

การยกระดับเป็นนิติบุคคล หากร่างเป็น พ.ร.บ. ต้องใช้เวลานาน เพราะต้องผ่านขั้นตอนรัฐสภา  แต่หากร่างเป็นพระราชกฤษฎีกาก็จะรวดเร็วขึ้นในการยกระดับองค์กร ซึ่งการยกฐานะเป็นนิติบุคคลเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารให้เกิดความคล่องตัวเป็นอิสระ  สามารถขยายธุรกิจกว้างขวางขึ้น  จากเดิมการบริหารงานจะต้องรอสั่งการหรือมอบนโยบายจากกระทรวงการคลัง 

ทั้งนี้ หากยกฐานะเป็นนิติบุคคลเหมือนรัฐวิสาหกิจอื่นก็จะเกิดความคล่องตัวขึ้น  เนื่องจากปัจจุบันยังมีหน่วยงานภาครัฐที่ยังไม่มีฐานะนิติบุคคล  เช่น  โรงงานยาสูบ  โรงงานไพ่  องค์การสุรา  โรงพิมพ์ตำรวจและสำนักงานธนานุเคราะห์  โดยกลุ่มดังกล่าวโรงงานยาสูบมีศักยภาพมากที่สุด  จึงจำเป็นต้องยกฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อดำเนินธุรกิจป้องกันไม่ให้บุหรี่ต่างประเทศเข้ามามีส่วนแบ่งการตลาดมากเกินไป  รวมถึงการพัฒนาเพิ่มคุณภาพใบยาสูบไทยและพัฒนาบุหรี่ให้ได้มาตรฐาน  การร่วมกับเกษตรกรเพาะปลูกใบยาสูบ  โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี

ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือนแรกของปี  2552  โรงงานยาสูบมีส่วนแบ่งการตลาด 77.12%  โดยตั้งเป้าหมายจำหน่ายบุหรี่  28,500  ล้านมวน  เป็นรายได้  56,000  ล้านบาท หรือกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า  5,000  ล้านบาท

Tags : นพ.ประเสริฐ มงคลศิริ โรงงานยาสูบ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ไหนบอกว่าจะย้ายออกไปอยู่ ตจว โดยถวายที่ให้สมเด็จฯ ท่านเพื่อทำเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งใหม่ เห็นแก่ตัวกันจัง ทำลายแต่ปอดคนสูบ เมื่อไรจะทำดีโดยให้ปอดใหม่กับประเทศเสียที

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement