โรงงานยาสูบเตรียมยกฐานะเป็นองค์กรนิติบุคคล หวังเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น คาดปีนี้มีรายได้กว่า 5.6 หมื่นล้านบาท
นพ.ประเสริฐ มงคลศิริ กรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบมีแผนผลักดันองค์กร จากปัจจุบันเป็นเพียงหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง เป็นองค์กรนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น จึงจัดสัมมนาทำความรู้ความเข้าใจกับพนักงานทุกฝ่ายทุกระดับให้เกิดความเข้าใจ โดยเฉพาะแกนนำพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเริ่มต้นการแยกเป็นนิติบุคคล
การยกระดับเป็นนิติบุคคล หากร่างเป็น พ.ร.บ. ต้องใช้เวลานาน เพราะต้องผ่านขั้นตอนรัฐสภา แต่หากร่างเป็นพระราชกฤษฎีกาก็จะรวดเร็วขึ้นในการยกระดับองค์กร ซึ่งการยกฐานะเป็นนิติบุคคลเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารให้เกิดความคล่องตัวเป็นอิสระ สามารถขยายธุรกิจกว้างขวางขึ้น จากเดิมการบริหารงานจะต้องรอสั่งการหรือมอบนโยบายจากกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ หากยกฐานะเป็นนิติบุคคลเหมือนรัฐวิสาหกิจอื่นก็จะเกิดความคล่องตัวขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังมีหน่วยงานภาครัฐที่ยังไม่มีฐานะนิติบุคคล เช่น โรงงานยาสูบ โรงงานไพ่ องค์การสุรา โรงพิมพ์ตำรวจและสำนักงานธนานุเคราะห์ โดยกลุ่มดังกล่าวโรงงานยาสูบมีศักยภาพมากที่สุด จึงจำเป็นต้องยกฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อดำเนินธุรกิจป้องกันไม่ให้บุหรี่ต่างประเทศเข้ามามีส่วนแบ่งการตลาดมากเกินไป รวมถึงการพัฒนาเพิ่มคุณภาพใบยาสูบไทยและพัฒนาบุหรี่ให้ได้มาตรฐาน การร่วมกับเกษตรกรเพาะปลูกใบยาสูบ โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี
ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2552 โรงงานยาสูบมีส่วนแบ่งการตลาด 77.12% โดยตั้งเป้าหมายจำหน่ายบุหรี่ 28,500 ล้านมวน เป็นรายได้ 56,000 ล้านบาท หรือกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
Tags : นพ.ประเสริฐ มงคลศิริ • โรงงานยาสูบ
ความคิดเห็นที่ 1
สัญญาไม่เป็นสัญญา_นี้ขนาดสัญญากับเจ้านะ , 28 กันยายน 2552 15:07
ไหนบอกว่าจะย้ายออกไปอยู่ ตจว โดยถวายที่ให้สมเด็จฯ ท่านเพื่อทำเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งใหม่ เห็นแก่ตัวกันจัง ทำลายแต่ปอดคนสูบ เมื่อไรจะทำดีโดยให้ปอดใหม่กับประเทศเสียที