ทีดีอาร์ไอหนุนรัฐบาลใช้ระบบรัฐสวัสดิการ พร้อมการปฏิรูประบบภาษี แต่ต้องไม่กระทบแรงจูงใจการทำงาน-การลงทุนของภาคเอกชน
นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง "ปฏิรูปสังคมไทยให้เข้มแข็งได้อย่างไร" จัดโดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ว่า การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทย สิ่งจำเป็นที่สุด คือ ต้องปรับสมดุลของระบบเศรษฐกิจไทยด้วยการลดพึ่งพาการส่งออก เพิ่มรายได้ให้คนส่วนใหญ่ของประเทศให้ได้ และต้องจัดทำนโยบายสวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งต้องใช้เงินและสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ เพื่อจัดระบบสวัสดิการ แม้ผู้เสียภาษีจะคัดค้าน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายการเมืองต้องตัดสินใจโดยอาศัยการสำรวจประชามติ พร้อมจัดหาทรัพยากรด้านการคลังมาใช้จ่ายด้วยการปฏิรูประบบภาษี แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้กระทบแรงจูงใจในการทำงาน และการลงทุนของเอกชน
นอกจากนี้ ต้องปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อลดโอกาสที่นักธุรกิจใหญ่จะเข้ามาหาประโยชน์ที่ไม่ชอบร่วมกับนักการเมือง เพราะมีแต่การใช้อำนาจทางการเมือง เพื่อสร้างประโยชน์ให้นักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมูลภายในของตลาดหลักทรัพย์ การใช้ข้อมูลภายในเพื่อกว้านซื้อที่ดินในโครงการที่รัฐบาลจะกว้านซื้อที่โครงการที่รัฐบาลจะไปลงทุน เป็นต้น
ทั้งนี้ ผลสำรวจของมูลนิธิเอเซีย 1,500 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. - 5 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีความหวังเรื่องทิศทางประเทศ มีแค่ 1 ใน 3 ที่เชื่อว่าไทยกำลังไปถูกทิศทาง โดยเหตุผลหลักร้อยละ 41 มองว่าเศรษฐกิจแย่ ขาดการพัฒนา ความยากจนและตกงาน และเหตุผลรอง 11% คือ ความขัดแย้งทางการเมือง แต่ข่าวดีที่สุด คือ คนไทยร้อยละ 95 เชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นการปกครองรูปแบบที่ดีที่สุด
ส่วนปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจไทย มาจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสังคมและความขัดแย้งทางสังคม โดยกลุ่มครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุด ร้อยละ 20 ของประชากร มีรายได้สูงกว่ากลุ่มครัวเรือนที่ยากจนที่สุดถึง 13-16 เท่า ขณะที่ความเหลื่อมล้ำของทรัพย์สินยิ่งกระจุกตัวมากกว่าความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ เนื่องจากกลุ่มรวยที่สุดมีทรัพย์สิน 69 เท่าของกลุ่มคนจนที่สุด
นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (เอสพี 2) มีเงินลงทุนน้อยกว่าเป้าหมายเดิมมาก เพราะได้ลดการลงทุนในงบประมาณปี 2553 ลงไป แล้วหันมาใช้งบไทยเข้มแข็งแทน ขณะที่งบจำนวนมากไม่ได้ใช้เพื่อการลงทุนช่วยเหลือเกษตรกรและด้านท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นส่วนสำคัญ ที่สำคัญรัฐบาลไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุน และในปีงบประมาณ 2553 จะมีโครงการเบี้ยหัวแตก 2,224 โครงการ เพราะแรงกดดันทางการเมือง ทำให้การลงทุนของรัฐไม่สามารถเป็นเครื่องชี้นำและกระตุ้นการลงทุนของเอกชนได้
Tags : นิพนธ์ พัวพงศกร • ทีดีอาร์ไอ • ปฎิรูปโครงสร้างภาษี

ความคิดเห็นที่ 15
pimsen , 27 กันยายน 2552 10:57
...การทุจริต คอร์รัปชั่น...ทุกประเทศในโลกยอมรับร่วมกันแล้วว่า...เป็นความเลวร้ายอย่างที่สุดและนำมาซึ่งความหายนะแห่งสังคมนั้น ประเทศนั้นและมวลมนุษยชาติทั้งหลายในโลกนี้...
...ผมเคยนำเสนอ...วิธีการ"หนึ่ง"ซึ่งอาจควบคุมการทุจริต คอร์รัปชั่น...อยากให้คนไทยทุกคนทุกท่านร่วมพิจารณาและให้ความเห็น...
...คนไทยทุกคนทุกท่าน"ต้อง"ยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้ทุกปี...ไม่ว่าคนไทยคนนั้นจะอายุเท่าใดและหรือในปีนั้นๆมีเงินได้หรือไม่...ที่สำคัญ...คำว่า"เงินได้"ต้องหมายรวมถึงอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทที่ได้รับในปีนั้นๆด้วย...
...ย้ำ...คนไม่ใช่ลิง...อย่าทำตนเป็น...ลิงแก้แห...เพราะยิ่งก่อให้เกิดปัญหา...
...ย้ำ...หากไม่เริ่มต้นเสียแต่บัดนี้...แล้วจะให้เริ่มเมื่อใด...
...อยู่ๆ ใครก็ไม่รู้มี"อสังหาริมทรัพย์และหรือสังหาริมทรัพย์และหรือทรัพย์สิน"มากมาย แต่อธิบายที่มาที่ไปไม่ได้...บ้านเมือง ประเทศชาติ สมาชิกในสังคม จะไม่ลำบาก วุ่นวาย เดือดร้อน หายนะ หรือ...
...เช่น...ได้มรดกมา ก็จะได้รู้ว่า ได้มรดกอะไร มาจากใคร...ได้เงินมาเพราะทำงานหนัก ก็จะได้รู้ว่าทำงานอะไร ได้มาเท่าใด เสียภาษีให้ประเทศถูกต้องครบถ้วนหรือไม่...
...ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย เป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง พ่อ แม่ หรือผู้ที่กฎหมายบัญญัติให้ทำหน้าที่แทน...
...ผู้ที่ไร้ความสามารถก็เป็นหน้าที่ของผู้ที่กฎหมายสั่งให้เป็นผู้ดูแลอนุบาลดำเนินการ"ยื่นแบบ"แทน...
...ไม่ต้องกลัวและหรือเกรงว่า...เอกสารจะเยอะมากมาย ไม่มีที่เก็บ เพราะเดี๋ยวนี้ใช้...คอมพิวเตอร์...จะยื่นแบบวิธีใด...จัดเก็บข้อมูลแบบไหน...ไม่น่าจะเป็นปัญหาแล้ว...
...และที่สำคัญ..."สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ"...เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนทุกท่าน"ต้องมี"...
...กฎหมายการศึกษาภาคบังคับของประเทศไทยและคนไทยที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน...ต้องศึกษาจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม...ไม่ใช่หรือ...อย่าเพิกเฉย...อย่าปฏิเสธ...อย่าแกล้งโง่...บังอาจหลอกตัวเองและหรือผู้อื่นว่า...อ่าน เขียน ฟัง พูด ภาษาไทยไม่เป็นไม่ได้ เพื่อขัดค้านเพื่อปฏิเสธ...กฎหมายให้คนไทยทุกคนทุกท่านยื่นแบบเสียภาษีทุกปี...จะเป็นการประเมินและตรวจสอบ พิสูจน์ทราบเป็นอย่างดีว่า...คนไทยผู้ใดทำผิดกฎหมายและหรือละเมิดกฎหมาย เพราะ"การศึกษา"ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อให้"ตนเอง"พัฒนา เจริญก้าวหน้า ตนเองยังไม่ทำไม่รับผิดชอบ แล้วจะบังอาจบอกว่า คิด พูด ทำเพื่อประเทศชาติได้อย่างไร...อย่าอ้างเหตุ อ้างผลเพื่อตนเองเลย...เพราะ กศน.คืออะไร มีกระจายครอบคลุมทั่วประเทศทั่วทุกพื้นที่แล้ว...มิใช่หรือ...ตัวตนของตัวเอง ยังไม่รัก แล้วจะรักประเทศชาติได้อย่างไร...เพราะสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับตัวเอง(คือการศึกษา) ตัวตนของตนเองยังไม่รู้คุณค่า...
...กำลังเขียนบทความเรื่อง..."ความเลวร้ายที่สุดของการเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา พ.ศ. 2553 ของเด็กนักเรียนไทย"...ใกล้เสร็จแล้ว...รอหน่อย...
ความคิดเห็นที่ 14
สุธน หิญ , 26 กันยายน 2552 09:41
Stiglitz สนับสนุนแนวคิดแก้ความยากจนของเฮนรี จอร์จ
ขณะนี้ Joseph E. Stiglitz (JES เกิดปี 1943 อายุ 66 ปี) กำลังดังในไทย ผมจึงขอเขียนถึงความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินและแนวคิดแก้ความยากจนของเฮนรี จอร์จเล็กน้อย
Stiglitz เป็นนักเศรษฐศาสตร์หนึ่งในสามท่านที่ได้รับรางวัลโนเบลทางเศรษฐศาสตร์ใน ค.ศ.2001 ในปี 1999 เขาถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกหลังจากที่เขาเริ่มพูดเกี่ยวกับข้อกังวลของเขา
Greg Palast นักเขียนของ The Observer ที่ลอนดอนได้ถามเขาในการสัมภาษณ์ปี 2001 ว่าตอนนั้นเขาคิดจะช่วยประเทศกำลังพัฒนาอย่างไร Stiglitz ตอบว่าเขาเสนอให้ปฏิรูปที่ดินอย่างถึงรากฐาน (radical) และโจมตีที่หัวใจของลัทธิเจ้าที่ดิน รวมทั้งการที่กลุ่มคณาธิปไตยที่ดินทั่วโลกคิดค่าเช่าแพงเกินไป เมื่อถูกถามว่าทำไมธนาคารโลกจึงไม่ทำตามที่เขาแนะนำ Stiglitz ตอบว่า ถ้าคุณท้าทายมัน (กรรมสิทธิ์ที่ดิน) จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจของอภิชน (elites) นั่นมิใช่วาระเร่งด่วนของธนาคารโลก
(จาก http://www.earthrights.net/docs/schumacher.html#10 )
และจากบทสัมภาษณ์ชื่อเรื่อง Joseph E. Stiglitz: October 2002 Interview (http://www.wealthandwant.com/docs/Stiglitz_Oct02_interview.htm ) ซึ่งเริ่มต้นเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน เขาตอบว่า
ความคิดหลักที่สำคัญของเฮนรี จอร์จคือการเก็บภาษีที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ สมัยนั้นผู้คนจะคิดว่า ไม่น่ารวมทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ แต่ส่วนสำคัญในความคิดของจอร์จคือค่าเช่าของสิ่งที่ไม่มีความยืดหยุ่นในอุปทาน ซึ่งก็คือ ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และการถือเอาค่าเช่าที่ดินและค่าการนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ เป็นฐานภาษี เป็นประเด็นที่ข้าพเจ้าคิดว่ามีเหตุผลที่ดีมากทีเดียว เพราะมันเป็นแหล่งที่มาของรายได้และเศรษฐทรัพย์ที่ไม่มีผลบิดเบือน
อีกตอนหนึ่ง เขากล่าวว่า ปัญหาคือ "จะดีกว่าไหมถ้าเราเก็บภาษีมากขึ้นจากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และหารายได้มากขึ้นจากการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และข้าพเจ้าจะรวมบรรยากาศและคลื่นความถี่เข้าไว้ด้วย" และเก็บภาษีน้อยลงจากรายได้และการออม และข้าพเจ้าจะกล่าวว่า "เห็นด้วย" และข้าพเจ้าคิดว่านักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากจะเห็นด้วย
และอีกตอนหนึ่งคือ ทุกวันนี้มีความเห็นกันว่าเราควรจะเก็บภาษี environmental bads เช่น ภาวะมลพิษและสิ่งที่คล้ายกัน และเปลี่ยนจากการเก็บภาษีสิ่งดี ๆ เช่น แรงงาน [กาย, สมอง - ผู้แปล] .ดังนั้น ประเด็นโตัแย้งคือ ทำไมจึงเก็บภาษีจากสิ่งที่มีส่วนช่วยสังคม ?
บทความเรื่องข้อคิดจาก Stiglitz โดย อาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ มติชนรายวัน วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552 (http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2009q3/2009august27p4.htm ) บอกว่า Stiglitz จัดอยู่ในกลุ่มความคิดที่เรียกว่าเกือบซ้ายสุดในทางเศรษฐศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา กล่าวคือฝ่ายซ้ายเชื่อในการแทรกแซงของภาครัฐในการทำงานของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม (ขวาสุดก็คือปรมาจารย์รางวัลโนเบิล Milton Friedman ผู้ล่วงลับไปแล้ว)
แล้วลองดูเรื่องที่สองท่าน ขวาสุดกับเกือบซ้ายสุดนี้มีความเห็นสอดคล้องกันบ้าง
Milton Friedman (1912-2006): ตามความคิดเห็นของข้าพเจ้า ภาษีที่เลวน้อยที่สุดคือภาษีทรัพย์สินที่คิดจากมูลค่าที่ดินโดยไม่รวมสิ่งปรับปรุง อันเป็นประเด็นโต้แย้งของเฮนรี จอร์จเมื่อหลาย ๆ ปีมาแล้ว
Joseph Stiglitz (1943- ): มิใช่เพียงเฮนรี จอร์จถูกต้องที่ว่าภาษีจากที่ดินไม่มีผลบิดเบือน แต่ในสังคมเสมอภาคที่เราสามารถเลือกจำนวนประชากรที่เหมาะที่สุด ภาษีจากที่ดินยังจะให้รายได้เพียงพอสำหรับระดับค่าใช้จ่ายของรัฐบาล (ที่เลือกว่าเหมาะที่สุด - optimally chosen) อีกด้วย
(จาก วาทะของนักคิดเรื่องที่ดินและการกระจายรายได้ http://bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=182&c=1 ).
สุธน หิญ http://utopiathai.webs.com
ความคิดเห็นที่ 13
ryuken , 26 กันยายน 2552 08:47
รัฐสวัสดิการ....ใช้เงินทั้งนั้น
เพิ่มภาษีดีหรือ... ศก.ก็ยิ่งแย่ลงสิ
งั้น * ้มาทำ....หนี้สาธารณะก็ท่วม
เหรียญมี 2 ด้านเสมอ มันไม่ง่ายอย่างที่คิดกันหรอกครับ
ความคิดเห็นที่ 12
VJ , 26 กันยายน 2552 08:17
คิดง่ายดีครับอาจารย์
คนรวยจริงเขาเอาเงินไปไว้ที่ไหนในโลกก็ได้ที่เสียภาษีน้อยๆ
คนรวยไม่จริงต้องเสียภาษี โดยเฉพาะพวกมีรายได้ประจำ
ถ้ารัฐเพิ่มภาษีบ่อยๆ อีกหน่อยคนก็หนีไปทำงานชาติอื่น ไปลงทุนประเทศอื่นๆ
แล้วรัฐจะเก็บจากใครละครับทีนี้
มาช่วยกันเปิดโอกาสให้คนที่มีความคิด ขยัน อดทน สู้งาน หารายได้ แล้วค่อยเก็บภาษีไม่ดีกว่าหรือ
ความคิดเห็นที่ 11
คนตรง , 26 กันยายน 2552 05:42
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับรัฐสวัสดิการ ตราบใดที่ทรัพยากรชาติ70%อยู่ในคนเพียง30ตระ * ล 70%ของงบประมาฯแผ่นดินที่เก็บจากภาษีของคนทั้งประเทศเป็นเงินเดือนข้าราชการที่มีประช่ากรเพียง1ล้าน5แสนคน ตราบใดที่รัฐสภาผู้กุมอำนาจรัฐมีเพียงข้าราชการกลุ่มทุนและคนชั้นกลางแบ่งผลประโยชน์จากอำนาจรัฐที่ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ประเทศไทยสมควรเป็นรัฐสว้สดิการนมนานแล้ว
ความคิดเห็นที่ 10
ลองดูข่าว นี้ของไทยรัํฐซิ , 26 กันยายน 2552 01:53
ข่าว ฤดูฝนทำพิษสนามบินสุวรรณภูมิหลังคารั่ว
นี่ลอกมาจาก ข่าว ของ MCOT จากข่าว
ทอท.เร่งแก้ไขหลังคาสุวรรณภูมิรั่ว.....
ลอกเขามา แถมลอกมาไม่ครบอีก ลอกมาถึงแค่
ความสะดวกสบายในการเข้า-ออก การใช้บริการ ความปลอดภัย แล้วเติม
คำว่า เป็นต้นไปตั้ง 1 คำแน่ พวกนี้ถือว่า
เป็นสื่อมวลชน หากินกันแบบง่าย
ให้รัฐลงทุน ตัวเองเอากำไร แล้วยังหน้าด้าน บอกให้เว็บต่างๆต้องรับ
RSS จากพวกมันอีก ไม่มีประเทศไหนใน
โลกนี้ ที่เขาบังคับให้เว็บต่างๆ ต้องรับข่าว
จาก RSS สักประเทศไหม มีแต่ประเทศปัญญาอ่อน
ไดโนเสาร์เต่าล้านปีนี่ ประเทศเดียว ที่นอกจาก คุมทีวี วิทยุ
ได้แล้ว ยังคิดว่าจะมีปํญญาคุม Internet ได้อีก ระวังคนทั้งโลกเขา
หัวเราะเอานะ มีประเทศไหน ในโลกนี้
ที่เขาบังคับให้เว็บต่างๆรับ RSS กันบ้าง
ก็เพราะประเทศไทย มีสื่อปัญญาอ่อน
เห็นแก่ได้ พวกนี้ไง ประเทศไทยถึงได้
ไม่เจริญ อภิสิทธิ์ของสื่อมวลชน ไม่มีใน
อินเตอร์เน็ต ขอบอก พวกเต่าล้านปี และ
ขอย้ำว่า เพราะประเทศไทย มีสื่อมวลชน
ปัญญาอ่อนอย่างพวกคุณ ประเทศนี้ถึงไม่
เจริญ
ความคิดเห็นที่ 9
ลองดูข่าว นี้ของไทยรํฐซิ , 26 กันยายน 2552 01:46
ข่าว ฤดูฝนทำพิษสนามบินสุวรรณภูมิหลังคารั่ว
นี่ลอกมาจาก ข่าว ทอท.เร่งแก้ไขหลังคาสุวรรณภูมิรั่ว.....
ของ MCOT ลอกเขามา แถมลอกมาไม่ครบอีก ลอกมาถึงแค่
ความสะดวกสบายในการเข้า-ออก การใช้บริการ ความปลอดภัย แล้วเติม
คำว่า เป็นต้นไปตั้ง 1 คำแน่ พวกนี้ถือ
เป็นสื่อมวลชน หากินกันแบบง่าย
ให้รัฐลงทุน ตัวเองเอากำไร แล้วยังหน้าด้าน บอกให้เว็บต่างๆต้องรับ
RSS จากพวกมันอีก ไม่มีประเทศไหนใน
โลกนี้ ที่เขาบังคับให้เว็บต่างๆ ต้องรับข่าว
จาก RSS สักประเทศ มีประเทศปัญญาอ่อน ไดโนเสาร์เต่าล้านนี่
ประเทศเดียว ที่นอกจาก คุมทีวี วิทยุ
ได้แล้ว ยังคิดว่าจะมีปํญญาคุม Internet ได้อีก ระวังคนทั้งโลกเขา
หัวเราะเอานะ มีประเทศไหน ในโลกนี้
ที่เขาบังคับให้เว็บต่างๆรับ RSS กันบ้าง
ก็เพราะประเทศไทย มีสื่อปัญญาอ่อน
เห็นแก่ได้ พวกนี้ไง ประเทศไทยถึงได้
ไม่เจริญ อภิสิทธิ์ของสื่อมวลชน ไม่มีใน
อินเตอร์เน็ต ขอบอก พวกเต่าล้านปี และ
ขอย้ำว่า เพราะประเทศไทย มีสื่อมวลชน
ปัญญาอ่อนอย่างพวกคุณ ประเทศนี้ถึงไม่
เจริญ
ความคิดเห็นที่ 8
สุธน หิญ , 26 กันยายน 2552 00:31
ผมพูดจริง ๆ อยากรู้ว่าควรปฏิรูปภาษีอย่างไรดี ลองดูที่ ป้องกันการเกิดวัฏจักรฟองสบู่ขนาดใหญ่และความยากจน http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=arunee&topic=1972 ครับ
สุธน หิญ http://utopiathai.webs.com
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่เอาพรรคโกงกิน 3 พรรค , 26 กันยายน 2552 00:05
ต่อไปนี้ไม่อาแล้วทั้งพรรคปอบผีฟ้า 60 ปี / พรรคเขมรกินรถเมล์สีน้ำเงิน / พรรคโกเต็กซ์ดาราสีเหลือง..ไม่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย หลอกประชาชนไปประชุมเพื่อประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น ไม่ใช่เพื่อประชาชน เป็นทาสรับใช้ของเผด็จการทรราชย์ไดโนเสาร์ โกงกินทุกอย่างตั้งแต่ปลากระป๋องเน่า-รถเมล์ ประชาชนต้องเปลืองภาษีของชาติโดยเปล่าประโยชน์ที่ต้องจ่ายไปให้สุนัขหิวโหยเหล่านี้
ความคิดเห็นที่ 6
เดรัจฉานชินวัตร , 25 กันยายน 2552 22:08
น่าจะบอกด้วยนะว่าปฏิรูประบบภาษียังไง ประเทศไทยมีคนวัยทำงานที่มีรายได้สามสิบกว่าล้านคน ยื่นเเบบภาษีรายได้บุคคลธรรมดาหกล้านกว่าคน เสียภาษีจริงสองล้านกว่าคน
ถ้าอยากได้ประชาธิปไตยที่เข้มเเข็งจะต้องจัดการทำให้คนสามสิบกว่าล้านคนที่ยังไม่เสียภาษีทำหน้าที่เสียภาษีซะก่อน เวลาเลือกตั้งจะได้ไม่เลือกแบบโง่ๆรึว่าขายคะเเนนเสียงเเลกกับเศษเงินของโจรเลือกตั้งไง
ความคิดเห็นที่ 5
เห็นด้วยกับ คห.3 , 25 กันยายน 2552 18:34
เห็นด้วยกับ คห.3 แต่
คห2.พูดผิดแล้ว เหมือนกันเลย 100%
ไม่เชื่อไปอ่านดู http://news.mcot.net/economic/inside.php?value=bmlkPTExNzM4MCZudHlwZT10ZXh0
ลอกมาเหมือนกันทุกตัวอักษร ไม่ได้ดัด
แปลงอะไรเลย
ความคิดเห็นที่ 4
เห็นด้วย , 25 กันยายน 2552 18:14
็เป็นความจริงครับ ลอกเขามา
เจ้าโ้น้นนิด เจ้านี่หน่อย คห.1 พูดผิด
ข่าวกรุงเทพธุรกิจนี่ 80% ลอกข่าวเขา
ทำเองประมาณไม่ถึง 20%
วันก่อนอ่านข่าวการเมืองลอกเขาลงช้าตั้งเกือบ
2-4 ชั่วโมง ไทยรัฐนี่ยิ่งช้าบางทีข่าวเช้า
เอามาลงดึก
ความคิดเห็นที่ 3
pakchong , 25 กันยายน 2552 18:11
จะได้เลิกลงทุนไปเลยถ้ามีความคิดแบบนี้ไม่ต้องออกมาแสดงความคิดเห็นเลยผมเป็นคนต่างจังหวัดพ่อแม่ไม่มีอะไรให้ผมมาดิ้นรนทำมหากินจนมาทำธุรกิจของตัวเองจ่ายภาษีให้รัฐมากกว่าสามล้านบาทต่อปีทุกคนมีโอกาสเหมือนกันหมดแต่จะไขว่คว้าเอาไว้ได้หรือเปล่าถ้ามีนโยบายอย่างนี้รับรอง90% งอมืองอเท้าขอจากรัฐอย่างเดียว
ความคิดเห็นที่ 2
ใช้ rss นานจนเห็นเป็นเรื่องปกติ , 25 กันยายน 2552 18:10
คิดว่าต้นข่าวภาษาไทยที่ซ้ำในหลายๆเว็บ มันมาจากสำนักข่าวไทย ซึ่งปกติ tv, นสพ., วิทยุก็เอามาใช้ต่อเป็นปกติอยู่แล้ว
เหมือนที่ทั่วโลกเขาใช้ข่าวจาก Reuters, AP, AFP ประมาณนั้นอ่ะ
แต่พอเอาข่าวมาลงนสพ. กรุงเทพธุรกิจ โพสต์ทูเดย์ หรือ astv มักจะเอามาเขียนเป็นภาษาตัวเองอีกทีและอาจจะใส่ข้อมูลเพิ่ม
ความคิดเห็นที่ 1
ข่าวนี้ลอกเขามา , 25 กันยายน 2552 17:56
ข่าวนี้ลอกมาจาก MCOT
ลอกข่าวเขามาประจำ
ลอกข่าวมา แล้วยังทำเป็นหวงอีก
วันหลังหัดรับ RSS บ้าง
ไม่ใช่รณรงค์ให้คนอื่นทำ
แต่ตัวเองชอบไปลอกข่าวเขามา
ข่าว กรุงเทพธุรกิจ นี่ 50% ลอกเขามา รวมทั้งไทยรัฐก็ลอกข่าวเศรษฐกิจมาจาก
MCOT ทั้งนั้น สังเกตุดูข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐเก่าๆ
ทั้งนั้น ข่าวสารพัดข่าว ทั้ง กรุงเทพธุรกิจ
และไทยรัฐ ลอกมาจาก MCOT วันหลัง
หัดรับ RSS บ้างล่ะ