รมว.คลังสั่งแก้ระบบอี-อ็อคชั่น ปิดช่อง "ฮั้วประมูล" รองรับโครงการไทยเข้มแข็ง เผยธนาคารโลกแนะตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มแหล่งระดมทุน
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมระหว่างไทยกับธนาคารโลก ระหว่างวันที่ 3-4 ก.ค.นี้ โดยมีหน่วยงานจากภาครัฐที่เสนอโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง มาร่วมฟังการประชุมด้วย ซึ่งได้มุ่งเน้นหารือเกี่ยวกับการระดมทุนสำหรับโครงการสร้างพื้นฐาน (เมกะโปรเจค) ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินลงทุนไปสู่โครงการต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ไม่ล่าช้าเหมือนกับโครงการลงทุนผ่านงบประมาณประจำปี ซึ่งอาจนำรูปแบบการจ่ายงบกลางปีกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การจ่ายเช็คช่วยชาติ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มาปรับใช้กับการลงทุนไทยเข้มแข็ง
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่า ต้องทำการทบทวนระบบประมูลแบบแบบอีเล็กทรอนิกส์ (อี-อ็อคชั่น) ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาการฮั้วประมูลได้ แม้จะใช้ระบบไอทีมาช่วยอำนวยความสะดวก
โดยธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ชี้แจงว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลก ที่มีการประมูลอี-อ็อคชั่น ทั้งหมดทุกโครงการ ควรใช้กับวิธีกาการประมูลจัดซื้อ จัดจ้างครุภัณฑ์เท่านั้น ซึ่งเป็นโครงการลงทุนขนาดเล็ก
ส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ควรมีการปรับรูปแบบ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้การส่งเงินลงทุนไทยเข้มแข็งออกสู่ระบบโดยเร็ว
นอกจากนี้ ยังต้องตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ หากโครงการใดมีความพร้อม จะได้ส่งเงินลงทุนได้ และหาทางแก้ปัญหาด้วยการกำหนดตัวชี้วัดด้วยระบบไอที เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ติดตามขั้นตอนการใช้เงิน การตรวจสอบให้มีความโปร่งใส เพื่อติดตามทุกขั้นตอนว่าโครงการมีความคืบหน้าไปถึงไหน
ธนาคารโลกแนะตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกได้เสนอให้กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนสำคัญอีกด้านหนึ่งด้วยการนำประสบการณ์จากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับไทย ในเรื่องดังกล่าวรัฐบาลกำลังเดินหน้าอยู่ เพราะในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศจีน ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ด้วยการร่วมกับจีนจัดตั้งกองทุนรองรับการก่อสร้างระบบรางรถไฟ จากจีนตอนใต้ผ่านมายังไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ในสัปดาห์หน้า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) จะประชุมสรุปเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
Tags : กรณ์ จาติกวณิช • อี-อ็อกชั่น • กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ความคิดเห็นที่ 1
ประวัติ , 4 กรกฎาคม 2552 18:05
ถึงจะมี "อี-อ๊อกชั่น" ก็ไม่ทำให้โปร่งใสได้ทั้งหมด การ * ้เงินแล้วไม่เอาเข้าคลังถือว่าเป็นการขาดความโปร่งใสแน่นอน แล้วการที่จัดทำโครงการกันเอง 6,000 โครงการ แบบรู้กันเอง ก็ขาดความโปร่งใสตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองบางกลุ่ม ต่อให้มี "อี-อ๊อกชั่น" ก็คงเป็นแค่เครื่องประดับเท่านั้นเอง ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร แล้วคอมพิวเตอร์มันก็ใช้คนทำ จะแก้ไขอย่างไรก็คงจะได้ ก็ตอนจองหุ้นปตท. ใช้คอมพิวเตอร์แท้ ๆ ยังหมดภายในพริบตาเท่านั้นเอง ก็เห็นว่าโกงได้อยู่แล้ว