กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน

วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 12:00

คลังเผยเริ่มใช้เงินไทยเข้มแข็งในเดือนส.ค.

กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

"กรณ์"คาดรัฐบาลเริ่มใช้จ่ายเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้แผนไทยเข้มแข็ง ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ พร้อมจี้หน่วยงานรัฐเร่งเบิกงบกลางปี"52

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี 55 ภายใต้วงเงินรวม 1.5 แสนล้านบาท น่าจะเริ่มกระจายเม็ดเงินได้ตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.52 ซึ่งเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ 2552  โดยรัฐบาลกำลังเตรียมกู้เงินสำรองเพื่อใช้ในการลงทุน 3 หมื่นล้านบาทจากสถาบันการเงินในประเทศในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่การกู้เงิน ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้น เดิมคาดว่าจะกู้เงินเพื่อชดเชยเงินคงคลัง จำนวน 2 แสนล้านบาท อาจจะลดเหลือเพียง 1.2 แสนล้านบาท  ซึ่งจะทำให้มีวงเงินทีสามารถกู้ไปใช้จ่ายลงทุนได้เพิ่มขึ้น

นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณกลางปี 52 วงเงิน 1.167 แสนล้านบาทที่ยังมีความล่าช้า ที่ประชุม ครม.ได้หารือในเรื่องนี้ และจะพยายามเร่งรัดให้เบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมาย โดยยอมรับว่าโครงการที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ และถือเป็นปัญหาท้าทายของรัฐบาลนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการที่ติดขัดเรื่องกฎระเบียบ หรือเป็นปัญหาของฝ่ายการเมืองตามกระทรวงต่างๆ  เช่น โครงการลงทุนระบบราง ระบบชลประทาน ขณะที่การเบิกจ่ายงบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นมาตรการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง  เช่น โครงการเช็คช่วยชาติ  เรียนฟรี 15 ปี

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นยอมรับว่าไม่มีสูตรสำเร็จของการแก้ไขปัญหา ดังนั้น เพื่อให้มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะรัฐบาลมีโครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี 55 กระทรวงการคลังจึงได้มีการตั้งคณะทำงานติดตามการลงทุน เพื่อติดตามการลงทุนต่างๆ อย่างใกล้ชิด ในลักษณะโครงการต่อโครงการ

Tags : กรณ์ จาติกวณิช แผนไทยเข้มแข็ง งบกระตุ้นเศรษฐกิจ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement