แบงก์ไทยพาณิชย์เล็งปรับเป้าสินเชื่อที่ตั้งไว้ 5-7% ลงช่วงกลางปีนี้ หลังเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ แม้สินเชื่อในไตรมาส 2 จะมีขยายตัวเพิ่มขึ้น
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในขณะนี้มีสัญญาณเศรษฐกิจในต่างประเทศที่เริ่มส่อเค้าว่าจะปรับตัวดีขึ้นแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาดูอีกสักประมาณ 3 เดือนว่า เป็นสัญญาณการฟื้นเศรษฐกิจที่แท้จริงหรือไม่ แต่ถ้าพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศจีน เท่าที่ดูก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นแล้ว เนื่องจากสต็อกสินค้าเริ่มลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีว่าจะต้องมีการสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางปีนี้ธนาคารจะมีการทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปีนี้ใหม่ จากเดิมที่ได้มีการตั้งเป้าสินเชื่อไว้ที่โต 5-7% ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้คาดการณ์ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีในปีนี้จะเติบโต 0-2% แต่ในขณะนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะหดตัวลงอย่างชัดเจน จึงมีโอกาสที่จะปรับเป้าหมายสินเชื่อลง
“เหตุผลที่เราต้องทบทวนเป้าสินเชื่อในช่วงกลางปีนี้ เพราะเดิมมองจีดีพีของประเทศไทยจะเติบโต 0-2% จึงตั้งเป้าสินเชื่อที่ตั้งไว้โต 5-7% แต่ขณะนี้เศรษฐกิจไทยทั้งปีติดลบแน่ เป้าสินเชื่อของเรา 5% ก็เป็นไปได้ยาก ยิ่ง 7% ก็ไม่ต้องหวังเลย” นางกรรณิกากล่าว
นางกรรณิกากล่าวว่า ทิศทางการขยายสินเชื่อในไตรมาส 2 ของธนาคารนั้น มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ติดลบประมาณ 2% เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารได้มีการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท ปตท.วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท และยังมีวงเงินที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับรัฐวิสาหกิจอีก 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งในสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ต้องอาศัยภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงจะเห็นได้ว่าในช่วงที่เหลือของปีธนาคารจะยังคงมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าสินเชื่อขนาดใหญ่ เช่น ปตท. รวมถึงปล่อยสินเชื่อให้กับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
นางกรรณิกากล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อภาครัฐของธนาคารจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วนไม่ถึง 5% ส่วนบริษัทในไทยที่เคยกู้ในต่างประเทศจะหันมากู้ในไทยมากขึ้นนั้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความต้องการสินเชื่อดังกล่าวยังไม่มากนัก เนื่องจากบริษัทต่างๆ ต้องการรอดูภาวะเศรษฐกิจต่ออีกระยะหนึ่ง
ส่วนเรื่องสถานการณ์ไข้หวัด 2009 นั้น เท่าที่ติดตามสถานการณ์ในขณะนี้ดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับไข้หวัดนก เนื่องจากทุกประเทศให้ความสำคัญและมีการช่วยกันป้องกัน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีมาตรการตรวจเข้ม เพื่อไม่ให้มีการแพร่กระจายของเชื้อ และข่าวการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เริ่มเข้าสู่สถานการณ์ที่ควบคุมได้ และข่าวการเสียชีวิตของคนที่เป็นเริ่มลดน้อยลง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
สำหรับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารในไตรมาส 2 มีโอกาสเพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่คงต้องใช้เวลา แต่ในไตรมาสแรกปีนี้ NPL ไม่เพิ่มขึ้น
ด้าน ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้นในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นภาวะชั่วคราวหรือไม่ เพราะเป็นข่าวที่สร้างความรู้สึกที่ดี และขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐเองก็คาดการว่าวิกฤติเศรษฐกิจน่าจะมาถึงจุดต่ำสุดแล้ว หากเป็นแนวโน้มดังกล่าวจริงก็น่าจะทำให้การค้าระหว่างประเทศฟื้นตัวขึ้นได้ ในส่วนของธนาคารยังไม่มีการปรับเป้าหมายสินเชื่อที่ตั้งไว้ที่ 5% โดยในไตรมาส 2 แนวโน้มสินเชื่อของธนาคารยังไม่ลดลงแรงเท่าไตรมาสแรก แต่ความต้องการสินเชื่อยังไม่เข้มแข็ง เนื่องจากธุรกรรมทางเศรษฐกิจยังไม่มากเท่าไหร่ประกอบกับการค้าระหว่างประเทศยังชะลอตัว
"ข่าวดีเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนดีใจสร้างกำลังใจขึ้นมาได้ แต่จะสรุปอย่างดีก็ต้องอาศัยข้อมูลและเวลาว่าเป็นแค่สัญญาณชั่วคราวหรือถาวร สัญญาณที่มีมาแต่อ่อนๆ ยังไม่ชัดเจน อย่างตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นก็เป็นการเก็งกำไร ดังนั้นผู้ประกอบการยังไม่ควรไว้วางใจ"
Tags : ไทยพาณิชย์ • กสิกรไทย • สินเชื่อ
