สศค.เผยส่งออกเดือนมี.ค.หดตัวต่อเนื่อง กดดันเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ทรุดหนัก แนะธปท.ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่ง
ในวันนี้ (1 เม.ย.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ออกบทวิเคราะห์เรื่อง ”มองวิกฤตเศรษฐกิจผ่านวิกฤตส่งออกและนำเข้า” โดยมองมูลค่าและปริมาณการส่งออกสินค้าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา น่าจะหดตัวต่อเนื่องตามอุปสงค์หรือความต้องการสินค้าของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักบวกกับฐานส่งออกที่สูงมากในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ การส่งออกที่หดตัวต่อเนื่อง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ สศค.คาดว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปีนี้จะหดตัวมากกว่าไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ดังนั้น ยุทธศาสตร์การส่งออกในด้านมิติคู่ค้าควรเร่งหาตลาดใหม่ เพิ่มปริมาณการค้าภายในภูมิภาค ขณะที่ด้านสินค้า เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวลงอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินค้าเกษตรของไทยยังมีศักยภาพในการแข่งขันถึงแม้จะมีการหดตัว แต่เป็นการหดตัวไม่มากเมื่อเทียบกับสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรในเดือนกุมภาพันธ์มีการขยายตัว 2.2% ถือเป็นโอกาสของไทยที่จะขยายการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรให้เพิ่มขึ้น ซึ่งหากการส่งออกในหมวดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมขยายได้ดี ย่อมส่งผลให้เกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้การบริโภคของประชาชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ขณะเดียวกันจะต้องมีการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่ง และสนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาค ร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างสอดคล้องและต่อเนื่อง จะช่วยให้เกิดการฟื้นตัวเร็วขึ้น และจะส่งผลให้การส่งออก การผลิตและการจ้างงานฟื้นตัวอย่างยั่งยืน โดยสัดส่วนของการส่งออกและนำเข้าสินค้าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2551 มีสัดส่วน 72.1% และ 56.6% ตามลำดับ ซึ่งการขยายตัวและหดตัวของการส่งออกและนำเข้าสินค้า ย่อมมีผลกระทบอย่างมากต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านการบริโภคในประเทศ การลงทุนและการจ้างงาน
