สามารถ คอร์ปงวดปี 2551 กำไรทรุดเหลือ 261 ล้านบาทลดฮวบกว่า 50% ยังมั่นใจยอดขายมือถือปีนี้จะเติบโตก้าวกระโดด คาดรายได้ทั้งกลุ่ม 2.3 หมื่นล้าน
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงผลการดำเนินงานงวดปี 2551 ปรากฏว่ามีกำไรสุทธิ 261.71 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.27 บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 573.63 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.59 บาท หรือลดลง 54.4%
สาเหตุที่กำไรลดลง ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มสามารถ ทั้งธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคม ยังเติบโตน่าพอใจ
แยกเป็นสายธุรกิจการสื่อสารข้อมูลและอุปกรณ์สื่อสารไอที (Mobile Multimedia) โดยบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย (SIM) มีรายได้ปี 2551 รวม 11,407 ล้านบาท ลดลง 26% กำไรสุทธิ 114 ล้านบาท ลดลงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับปี 2550
อย่างไรก็ตาม ยอดขายมือถือของไอ-โมบายไม่ได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยขายได้ทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านเครื่อง คิดเป็นเครื่องยี่ห้อไอ-โมบายถึงกว่า 90% และยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาด 28% และแม้ว่ารายได้จากการขายมือถือจะลดลง แต่ธุรกิจ Content ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มไอ-โมบายเพิ่มขึ้นกว่า 10% ด้วยรายได้ 730 ล้านบาท ในปี 2551
"ปีนี้ กลุ่มไอ-โมบาย จะขยายตลาดใหม่ รวมทั้งรุกตลาดเดิมที่ยังเติบโตสูง เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และ บังกลาเทศ คาดว่าปีนี้ยังมียอดขายที่ดี โดยพร้อมเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่อีกกว่า 30 รุ่น เน้นดูทีวีได้ และใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด รวมทั้งยังมีโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่รองรับ 3จีและ CDMA โดยตั้งเป้าขายทั้งสิ้น 5 ล้านเครื่อง เป็นตลาดภายในประเทศ 2.7 ล้านเครื่อง และต่างประเทศ 2.3 ล้านเครื่อง
ส่วนสายธุรกิจสื่อสารไอทีและโทรคมนาคมครบวงจร (ICT Solutions) โดยบริษัท สามารถเทลคอม (SAMTEL) มีรายได้ปี 2551 รวม 2,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบปี 2550 มีกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท ใกล้เคียงปี 2550 ซึ่งรายได้ธุรกิจนี้ส่วนใหญ่มาจากการติดตั้งระบบและการให้บริการด้านสื่อสารครบวงจรแก่ภาครัฐ ปัจจุบันมีโครงการที่ค้างอยู่และเซ็นสัญญาเพิ่มเติม มูลค่ารวมกว่า 6,500 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 4.7% คิดเป็นรายได้รวม 1,900 ล้านบาท โดยธุรกิจในต่างประเทศประกอบด้วยบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส ในประเทศกัมพูชา และบริษัท กัมปอต พาวเวอร์ แพลนด์ ซึ่งทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าป้อนให้แก่โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นรวมกันถึง 18% เมื่อเทียบกับปี 2550
นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า ถ้าเศรษฐกิจและการเมืองดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ในช่วงครึ่งปีนี้ จะเห็นสามารถ คอร์ป เปิดตัวโปรเจคใหม่ที่สร้างรายได้ประจำ และเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิม ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัท ซึ่งแม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ แต่บริษัทก็สามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างมั่นคง และมั่นใจว่าปีนี้จะบรรลุเป้ารายได้ที่ตั้งไว้ 23,000 ล้านบาท แน่นอน
โดยจะมุ่งเน้นที่สายโทรคมนาคมและการสื่อสารซึ่งสอดคล้องไปกับนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในการติดต่อสื่อสารของประเทศ
