คลังแจงสภาฯ เปิดซื้อขายทองคำล่วงหน้าไม่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ ยันมีมาตรการกำกับดูแลชัดเจน-โปร่งใส
ในวันนี้ (26 ก.พ.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสดของ นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า กรณีที่กระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะให้มีตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า กระทรวงการคลังมีแนวทางในการดูแลตลาดการค้าทองคำอย่างไร และอาศัยราคากลางจากที่ใดในการทำสัญญาซื้อขายในตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่มาของการค้าทองมาจาก พ.ร.บ.ซื้อขายล่วงหน้า เกิดขึ้นในปี 2546 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยมีคำขอให้กระทรวงฯ พิจารณาแก้ไขประกาศว่าด้วยอัตราแลกเงิน เพื่อให้มีการซื้อขายทองคำล่วงหน้าได้ หลังจากผ่านกระบวนการพิจารณาฝ่ายบริหารและฝ่ายราชการ ในเวลานั้นได้พิจารณาถึงข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบ การอนุญาตให้ซื้อขายทองในตลาดล่วงหน้า จากความไม่สะดวกในการเคลื่อนย้ายทอง และส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องสูญเสียเพื่อการนำเข้าทองจึงชะลอโครงการไป
ต่อมาตลาดอนุพันธ์มีแนวคิดว่าหากนักลงทุนเปิดโอกาสซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ได้ จะเป็นการเปิดช่องทางการลงทุนและการกระจายความเสี่ยง การลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่นได้ จึงมีข้อเสนอให้พิจารณาตามคำขอของ ธปท.เพื่อเปิดโอกาสให้เปิดโอกาสซื้อขายทองคำในตลาดล่วงหน้า ทำให้มีการเปิดซื้อขายทองคำในตลาดอนุพันธ์ไปแล้วจำนวนหนึ่ง
ส่วนอัตราอ้างอิงได้ใช้อัตราอ้างอิงราคาทองคำ ที่มีความบริสุทธิ์ 96.5% ถือเป็นอัตราความบริสุทธิ์ที่ต่ำกว่าที่ใช้อ้างอิงในตลาดอื่น ส่งผลให้เป็นแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนในตลาดอนุพันธ์ของไทยมากขึ้น
สำหรับขนาดของสัญญา กำหนดให้มีขนาดของสัญญาที่น้ำหนักทองคำ 50 บาท โดยผู้ที่มีสิทธิเข้ามาเป็นนายหน้า ต้องขอใบรับรองจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จึงเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายทองคำในตลาดอนุพันธ์จะไม่มีผลกระทบกับเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ ในแง่ตรงข้ามจะเป็นช่องทางกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและลดการนำเข้าทองแท่งจากต่างประเทศ ช่วยทำให้การรักษาทองคำของประเทศไว้
นายประเกียรติ ถามว่า รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลนักลงทุนประเภทสถาบันที่เข้าไปลงทุนในตลาดอนุพันธ์ทองคำในระดับสากลอย่างไร และรัฐบาลจะแยกตลาดการค้าทองคำในประเทศและในสากลอย่างไร
นายกรณ์ กล่าวว่า ตลาดซื้อขายล่วงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีมาตรการควบคุมดูแลความโปร่งใสในที่มาของราคา ความมั่นคงของผู้ประกอบการที่เข้ามาเป็นนายหน้า โดยมีกฏกติกาชัดเจนว่าทุนของบริษัทนายหน้าจะต้องมีทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 100 ล้านบาท โดยต้องมีการดำรงเงินทุนสำรองอย่างน้อยร้อยละ 7 จึงเชื่อว่าความเสี่ยงของผู้ประกอบการจะมีการกำกับดูแลที่ดีและไม่สร้างปัญหา
สำหรับการใช้ทองคำที่ความบริสุทธิ์ 96.5% นั้นเป็นการสร้างความแตกต่างกับตลาดต่างประเทศ เหตุที่กำหนดไว้ในระดับนี้เพราะเป็นระดับความบริสุทธิ์ที่คนไทยคุ้นเคย และเคยชินกับการใช้ทองคำในระดับความบริสุทธิ์ในระดับนี้ ซึ่งจะง่ายต่อการใช้หลักทรัพย์อ้างอิงในการประกอบธุรกิจ
ส่วนการแปลงส่วนต่างระหว่างทองคำล่วงหน้าที่ซื้อขายในระดับความบริสุทธิ์ที่ 99.5% กับระดับความบริสุทธิ์ในประเทศจะมีวิธีการคำนวณส่วนต่างหลังจากที่ตลาดปิดการซื้อขายทุกวัน เพื่อให้ระดับราคาซื้อขายในประเทศและต่างประเทศสอดคล้องกัน
นายประเกียรติ ถามอีกว่า รัฐบาลมีมาตรการป้องกันการทุ่มตลาดอนุพันธ์ทองคำอย่างไร รมว.คลัง กล่าวว่า กระบวนการกำกับดูแลความเสี่ยงของลูกค้าที่เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดอนุพันธ์ มีขั้นตอนที่ชัดเจนตามที่ได้อภิปรายไปแล้ว ส่วนนักลงทุนจะต้องเป็นที่รู้จักของบริษัทนายหน้า โดยก่อนที่จะมีบทบาทในการเข้ามาค้าขายในตลาดอนุพันธ์ต้องผ่านการฝึกอบรม และมีการกำหนดอัตราวงเงินมัดจำโดยบริษัทนายหน้า
ส่วนการประเมินมูลค่าของสิ่งที่ซื้อไปจะมีการปรับให้สอดคล้องกับราคาตลาดทุกวัน หากราคาตลาดปรับลดลงเงินมัดจำจะต้องปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
Tags : กรณ์ จาติกวณิช • ซื้อขายทองคำล่วงหน้า • กระทรวงการคลัง
