นักเศรษฐศาสตร์มูดี้ส์ชี้ไทยมองโลกแง่ดีเกินไป ย้ำข่าวร้ายของไทย คือ สถานการณ์จะยังซบเซาต่อไปตลอดปี 2552 หากยังพึ่งส่งออก
นายอลิสแตร์ ชาน นักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ อิโคโนมี ดอทคอม แผนกวิจัยเศรษฐกิจ การเงิน และอุตสาหกรรมของมูดี้ส์ แอนาลิติกส์ ในเครือมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ระบุในจดหมายข่าวที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) ภายใต้หัวข้อ "ยุคมืดของประเทศไทย" โดยชูประเด็นหลัก 4 ประเด็น ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ช่วงไตรมาสสี่ของไทยติดลบอย่างมาก
- แม้รัฐบาลจะบรรเทาความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจไปได้บ้าง แต่การส่งออกที่เสื่อมถอยลงจะส่งผลกระทบอย่างหนัก
- การเมืองที่ดูเหมือนจะกลับมามีเสถียรภาพ อาจช่วยหนุนให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติหวนกลับมา
- รัฐบาลดูเหมือนจะมองโลกแง่ดีเกินไปว่าเศรษฐกิจจะเติบโตเล็กน้อยในปี 2552
นายชาน ระบุในจดหมายข่าวฉบับดังกล่าว ว่า ยุคมืดปรากฏให้เห็นรางๆ สำหรับประเทศไทย โดยตัวเลขจีดีพีช่วงไตรมาส 4 บ่งบอกว่าไทยกำลังจะถูกตราหน้าว่า "ย่ำแย่ที่สุดในเอเชีย" ผลผลิตหดตัวอย่างเหลือเชื่อถึง 22.3% ในช่วงไตรมาส 4 เมื่อเทียบกับปีก่อน หลายปัจจัยทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงในช่วงดังกล่าว ความต้องการจากต่างประเทศลดลงทั้งในด้านผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และผลผลิตอุตสาหกรรมอื่นๆ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง ทำให้รายได้จากการส่งออกของไทยทรุดลงอย่างฮวบฮาบ
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้วยังเกิดสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทย โดยเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลบุกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองในกรุงเทพฯ สร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้มหาศาลอันดับต้นๆ ของไทย เมื่อนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพัก
ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและผู้บริโภคลดลง ประชาชนลดการใช้จ่ายและธุรกิจต่างๆ ลดการลงทุน ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติลังเลไม่กล้าเข้ามาลงทุนในประเทศด้วย
อย่างไรก็ดี นายชานมองว่า การที่ไทยได้รัฐบาลใหม่และสถานการณ์การเมืองที่ดูเหมือนจะเริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้ว อาจเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติบางส่วนกลับเข้ามาในประเทศอีกครั้ง แม้ว่าเรื่องดังกล่าวอาจจะยังดูเป็นเรื่องยากในตอนนี้ เมื่อประเทศพัฒนาแล้วเกือบทุกประเทศกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งรัฐบาลไทยเองก็เล็งเห็นถึงสภาพเศรษฐกิจอันเลวร้ายดังกล่าว และผลักดันแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนการสร้างเสถียรภาพอุตสาหกรรมการเงิน
โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงใช้มาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป แม้ว่าจะมีช่องว่างให้ปรับลดไม่มากนัก เมื่อพิจารณาจากการที่ไทยไม่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากนักเมื่อครั้งที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น มีแนวโน้มว่า ธปท. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.5% จากปัจจุบันที่ระดับ 2% ในการประชุมวันพุธ (25 ก.พ.)
นายชานชี้ว่า ข่าวร้ายของไทย คือ สถานการณ์จะยังซบเซาต่อไปตลอดปี 2552 การที่ไทยต้องพึ่งพาการส่งออก จะเป็นการจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการผลักดันการเติบโต เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวสอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในโลก คำทำนายของ ธปท.ที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 0-2% ในปีนี้ เป็นเรื่องเกินเอื้อม มูดี้ส์ อิโคโนมี ดอทคอม คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 2.4% ในปีนี้
ท้ายจดหมายข่าวระบุว่า ความเห็นข้างต้นเป็นของมูดี้ส์ อิโคโนมี ดอทคอม อิงค์ หน่วยงานในเครือมูดี้ส์ คอร์ปอเรชั่น และเป็นความเห็นอิสระ ไม่เกี่ยวข้องกับมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส โดยนายชานเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ดูแลการวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศไทย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์