กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : Advertorial

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 00:01

GOLD BIG TREND: บวกตามพื้นฐาน

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แนวทางและมุมมองของราคาทองคำ โดย ฝ่ายวิจัย บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

วันนี้เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน จะให้ผมเล่าเรื่องเจาะลึกเรื่องสัพเพเหระสำหรับทอง ผมว่าก็คงไม่มีใครสนใจ เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอเริ่มปูพื้นเสนอแนวทางและมุมมองของราคาทองคำก่อนละกันนะครับ

เรื่องแรกเลยที่ต้องดูในการลงทุนคือภาพใหญ่เป็นยังไงแล้ว เรามองยังไง คนอื่นมองยังไง อันนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากไม่ว่าจะสำหรับนักลงทุน นักเก็งกำไร หรือนักวิเคราะห์ การตัดสินใจหรือการฟันธง เราก็ต้องดูให้ดีว่าภาพใหญ่จะเป็นอย่างไร

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ ดูจากปัจจัยพื้นฐานหลักจากปริมาณอุปสงค์และอุปทานที่ผลักดันทองคำ เราเห็นว่าปริมาณการลงทุนตามการแยกแยะของ World Gold Council เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทองคำได้เป็นอย่างดี โดยเราเห็นว่าการใช้ทองคำในด้านอุตสาหกรรมมีเพียงส่วนน้อยและค่อนข้างคงที่เช่นเดียวกับปริมาณเหมืองทองที่ขุดออกมาได้ก็ค่อนข้างแน่นอนเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เราให้น้ำหนักกับทองคำเก่าที่นำออกมาขายและความต้องการในด้านการทำเครื่องประดับว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการลดความผันผวนของราคาทองคำ ขณะที่เราเห็นด้านประโยชน์ในการลงทุนทั้งในภาครัฐและเอกชนว่าเป็นปัจจัยหลักที่สร้างภาพใหญ่ของทิศทางราคาทองคำในแต่ละปี

ทั้งนี้เราเห็นว่าหากนักเก็งกำไรไม่ก้าวเข้ามา ราคาทองคำก็ไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอย่างรุนแรงได้ ในทางกลับกันถ้านักเก็งกำไรเข้ามามาก ราคาทองคำอาจมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงและก็ได้รับแรงเทขายอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน ในลักษณะเดียวกัน ความต้องการของนักลงทุนจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพยุงราคาทองคำเอาไว้ให้ไม่สามารถปรับตัวลดลงได้มากนัก โดยความต้องการในการลงทุนนี้จะไม่หวือหวาเหมือนนักเก็งกำไรเนื่องจากทองคำเป็นเพียงส่วนหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกเท่านั้น ความต้องการทองคำมาใช้ลงทุนจึงมีขอบบนที่จำกัดอยู่ในสัดส่วนต่ำๆของเงินลงทุนที่มีอยู่ทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งยิ่งราคาทองคำสูงขึ้นเงินลงทุนดังกล่าวก็ซื้อทองคำได้น้อยลงจึงอาจเกิดเป็น Oversupply ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นปริมาณความต้องการลงทุนในทองคำจึงมีจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณการเก็งกำไร

ในวันนี้เรามองภาพสถานะของทองคำในพอร์ตของนักลงทุนทั่วไปว่ายังมีความจำเป็นอยู่ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะในปีนี้ที่ภาพเศรษฐกิจยังไม่มีความชัดเจน ได้เพียงแค่เติบโตอย่างช้าๆ ขณะที่ปัญหาหลักคือเรื่องหนี้สินในยุโรปก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถคลี่คลายได้อย่างแท้จริงเร็วๆนี้ เราจึงเห็นว่าพอร์ตของนักลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะกระจายความเสี่ยง ซึ่งทองคำก็จะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สำคัญของนักลงทุนในพอร์ต

ในอีกมุมหนึ่ง เรื่องการเก็งกำไร ที่ก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยของดอลลาร์สหรัฐในตลาดหรือLIBOR ที่พุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (LIBOR3m 0.56% v.s. Fed Funds Target 0~0.25%) ทำให้นักเก็งกำไรไม่สามารถเข้ามาเก็งกำไรในสินทรัพย์ต่างๆได้อย่างเต็มที่เนื่องจากต้นทุนของเงินที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การเก็งกำไรทำได้ยาก

อย่างไรก็ตามเราให้น้ำหนักอย่างมากกับการปรับมุมมองของเฟดในเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยว่าเป็นชนวนสำคัญที่กดดันอัตราดอกเบี้ย LIBOR ให้เป็นขาลงได้ในที่สุด ในจุดนี้เราจึงเห็นว่าปริมาณการเก็งกำไรจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กล่าวโดยสรุปแล้วเรามองภาพใหญ่ของราคาทองคำที่กำหนดโดยปัจจัยพื้นฐานเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทิศทางเศรษฐกิจหรือมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของธนาคารกลางใหญ่ๆอย่างมีนัยสำคัญนั่นเอง

Tags : ลงทุน ทองคำ

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement