มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เผยสูตรการผลิตพาสต้าข้าวเจ้าที่พัฒนามานานร่วม 7 ปี ลุ้นส่งต่อเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน หวังเพิ่มค่าข้าวไทยในตลาดโลก
ผศ.ดร.มาโนชญ์ สุธีรวัฒนานนท์ สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า ขณะนี้ทีมวิจัยอยู่ระหว่างปรับปรุงกระบวนการผลิตพาสต้าข้าวเจ้าให้ได้มีกากใยสูงให้ได้ในปีนี้ เพื่อจะส่งต่อเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชนที่สนใจเอาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์
“ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยพยายามพัฒนาพาสต้าที่มีเนื้อสัมผัส และรสชาติใกล้เคียงกับพาสต้าที่มาจากข้าวสาลีมากที่สุด เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขันให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวแก่ผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้น” นักวิจัย กล่าว
สิ่งที่ทีมวิจัยม.สุรนารีพัฒนาได้ คือกระบวนการผลิตพาสต้าระดับห้องปฏิบัติการ ที่ไม่ต้องใช้สารเคมีในการผลิตแต่อย่างใด อีกทั้งขั้นตอนการผลิตก็ง่าย เพียงนำปลายข้าวของข้าวเจ้ากลุ่มที่มีปริมาณอะไมโลสสูงซึ่งใช้ได้ดีในการผลิตเส้นพาสต้า มาทำเป็นแป้ง และเข้าเครื่องอัดพอง (Extruder) ซึ่งทำหน้าที่ตั้งแต่ผสม นวด ทำให้สุก พร้อมขึ้นรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พาสต้าพร้อมนำไปประกอบอาหาร
ผลิตภัณฑ์พาสต้าที่ทีมวิจัยพัฒนาได้ช่วงปี 2546 ได้มีการยื่นขอจดสิทธิบัตรในการคุ้มครองกระบวนการผลิต และส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปทดสอบประสิทธิภาพที่ห้องปฏิบัติการประเทศโปแลนด์ พบว่ามีรสชาติเหมือนพาสต้าที่ผลิตจากข้าวสาลีแบบดั้งเดิมและเนื้อสัมผัสไม่ต่างกัน
นอกจากนี้นักวิจัยยังส่งผลิตภัณฑ์พาสต้าไปให้เชฟประเทศอิตาเลียนทดสอบปรุงเป็นอาหารโดยทำซอสราด 3 สูตร และนำเชฟอีก 6 คนจากต่างสถานที่กันมาร่วมในการทดสอบชิมเพื่อให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติ เนื้อสัมผัสของพาสต้าที่ได้ชิม โดยผลที่ได้พบว่าเชฟทั้ง 6 คนต่างชอบในรสชาติและเนื้อสัมผัสของพาสต้าที่ทำจากข้าวเจ้า
นางสาวปิยมาศ มหาบุญญานนท์ ผู้ช่วยในทีมวิจัย กล่าวว่า พาสต้าสูตรข้าวเจ้าที่ทีมวิจัยพัฒนาได้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ปลายข้าวที่ได้จากกระบวนการสีข้าวได้ทางหนึ่ง และเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคโรคแพ้กลูเตนซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ได้เป็นอย่างดี
“ขณะนี้ทีมวิจัยอยู่ระหว่างปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เส้นพาสต้าที่ได้มีกากใยที่สูงที่สุดเพื่อคุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด และศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดทั้งในและต่างประเทศว่ามีกลุ่มผู้บริโภคที่รองรับมากน้อยแค่ไหน และต้องการผลิตภัณฑ์ในลักษณ์ใดบ้าง เป็นต้น ก่อนส่งต่อความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจในอนาคต”ผู้ช่วยวิจัย กล่าว
ผศ.ดร.มาโนชญ์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวต่อว่า หากการปรับสูตรการผลิตพาสต้าให้มีกากใยสูงประสบความสำเร็จในอีก 6 เดือนข้างหน้า ทีมวิจัยจะทำการจดสิทธิบัตร และประกาศหาผู้ประกอบการที่สนใจมารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป
ทั้งนี้ แผนหลังจากที่มีผู้ประกอบการติดต่อขอรับเทคโนโลยีการผลิต ทีมวิจัยจะต้องศึกษาวิจัยต่อในส่วนของการตั้งโรงงานต้นแบบผลิตพาสต้าในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อทดสอบระบบผลิตก่อนผลิตจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต
Tags : พาสต้า • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี • ข้าว
