Deesawat ส่งแบรนด์ Garden Corner ลุยตลาดพรีเมี่ยม
ปัจจัยสำคัญในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้คือ การอบไม้ ซึ่งจะมีผลต่ออายุการใช้งาน คือต้อง ไม่หดตัว บิด งอ หรือหัก ยิ่งเป็นงานส่งออก ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยเสียหาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย ทั้งนี้เพราะปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทยติดอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และเป็นอันดับ 3 ของตลาดญี่ปุ่น ขณะที่จีน และเวียดนาม เริ่มเข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเฟอร์นิเจอร์มากขึ้น ฉะนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และรักษาความได้เปรียบของอุตสาหกรรมนี้ไว้ ไม่ให้คู่แข่งแซงหน้าได้
จิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ส่งออก เล่าว่า เดิมทีบริษัทผลิตปาร์เก้ ประตู วงกบ และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน แต่หลังจากที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์ภายในเริ่มอิ่มตัว จึงเปลี่ยนมาผลิตเฟอร์นิเจอร์สนามแทน โดยลูกค้าของบริษัทกว่า 80% อยู่ในกลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ และญี่ปุ่น
เฟอร์นิเจอร์สนามที่บริษัทผลิตขึ้นภายใต้แบรนด์ “Garden Corner” จะเน้นดีไซน์ที่ทันสมัย และมีการนำวัสดุอื่นๆ เช่น สเตนเลสหรือหวายเทียม มาผสมผสานภายใต้แนวคิด “Outdoor Living Style”
จิรวัฒน์ แนะนำว่า ในยุคนี้ผู้ประกอบการจะต้องเปิดรับข้อมูลข่าวสารด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง มิฉะนั้นจะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิต เพราะหากกระบวนการผลิตไม่ถูกต้องตามหลักวิชา อาจก่อให้เกิดปัญหาการใช้งานของลูกค้าได้
“เตาอบ ถือเป็นอุปกรณ์การผลิตที่สำคัญของเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งน่าเสียดายที่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่จะใช้วิธีจ้างโรงอบไม้ข้างนอกที่ไม่ให้ความสำคัญกับเทคนิคการอบที่ได้มาตรฐาน เพราะเน้นแต่ปริมาณ ทำให้ความชื้นในเนื้อไม้แห้งไม่ได้ตามมาตรฐาน และเกิดปัญหากับการใช้งาน”
สำหรับ Deesawat ถือเป็นความได้เปรียบอย่างมากที่มีเตาอบเป็นของตนเอง ทั้งนี้เพราะได้กำหนดวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจไว้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าต้องผลิตสินค้าที่ได้ทั้งคุณภาพและมาตรฐาน โดยจะอบไล่ความชื้นของไม้ให้เหลืออยู่ที่ 6-8% จากปกติที่ 25-30% จึงไม่เกิดปัญหาในเรื่องการใช้งาน แม้จะอยู่ในสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นก็ตาม ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้ามากขึ้น
แต่หลังจากใช้เตาอบมานานกว่า 30 ปี บริษัทฯ มีแนวคิดที่จะพัฒนาเตาอบให้ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงขอรับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสต์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
“iTAP ได้จัดส่งคณะผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา พร้อมแนะนำวิธีการพัฒนาเทคนิคการอบไม้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและมีประสิทธภาพ ผลจากโครงการช่วยให้บริษัทสามารถลดเวลาการอบไม้จาก 15 วัน เหลือ 12-13 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่บริษัทต้องการ แม้จะสามารถลดระยะเวลาการอบได้มากกว่านั้นก็ตาม แต่เนื่องจากบริษัทฯ มีเตาอบถึง 6 เตา และแต่ละเตาสามารถอบไม้ได้ครั้งละ 60 คิวบิกเมตร/เตา ทำให้สามารถประหยัดเวลาในการอบไม้ได้ถึง 6วัน/เดือน หรือคิดเป็น 72 วัน/เตา/ปี หากคิดรวมทั้ง 6 เตาแล้วพบว่าสามารถประหยัดเวลาเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับมีเตาอบเพิ่มขึ้นอีก 1 เตา โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะช่วยให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 20% และประหยัดพลังงานกว่า 20% หรือปีละกว่า 2 แสนบาท”
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังช่วยพัฒนาเทคนิควิธีทำงานให้ทันสมัยขึ้น ลดของเสียจากการอบไม้ลง มีวัตถุดิบผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทสามารถรับออร์เดอร์สินค้าได้มากขึ้น สอดรับกับแผนงานของบริษัทที่ต้องการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาโรงเลื่อยโดยขอความร่วมมือจาก iTAP ในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป
สำหรับยุทธศาสตร์ของบริษัทในอนาคตจะเน้นสร้างแบรนด์ “Deesawat” และ “Garden Corner” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Outdoor Living Style เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบัน โดยตลาดส่งออกจะเน้นตลาดที่เป็น Niche Market มากขึ้น ส่วนในประเทศจะเป็นลูกค้าระดับพรีเมี่ยมที่เน้นสินค้าคุณภาพและดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย
บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด
71/9 หมู่ 3 ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ บางเขน กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 0-2521-1341
โทรสาร 0-2551-1503
www.deesawat.com
Tags : เฟอร์นิเจอร์ • เฟอร์นิเจอร์ไม้ • outdoor เฟอร์นิเจอร์ • เฟอร์นิเจอร์สนาม • อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์





