กรุงเทพธุรกิจ

Creative Enterprise : Financial Support

วันที่ 4 มีนาคม 2553 03:00

"ทหารไทย-กรุงไทย"ลุยขายกิมจิบอนด์ต่อ

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

บลจ.ทหารไทย เปิดขายกองทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้เพิ่มอีก 1 รุ่น คือรุ่นที่ 55 ส่วนบลจ.กรุงไทย เปิดจำหน่าย 2 กองทุนทั้งในและต่างประเทศ

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย เปิดเผยว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดเพื่อลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้เพิ่มอีก 1 รุ่น คือรุ่นที่ 55 โดยเปิดขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 3-9 มี.ค. มูลค่ากองทุนรวม 1,000 ล้านบาท อายุของกองทุนประมาณ 9 เดือน ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 1.55% ต่อปี ผู้สนใจสามารถลงทุนด้วยมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ 2,000 บาท

กองทุนเปิดทหารไทย พันธบัตรเกาหลีใต้ รุ่น 55 ที่ออกใหม่นี้ มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐประเทศเกาหลีใต้ โดยตราสารที่เข้าไปลงทุนได้รับการจัดอันดับความเชื่อถือระยะสั้นของตราสารหรือผู้ออกตราสารในระดับ A+/F1 จากสถาบัน FitchRatings และมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ผลตอบแทนรวมจากการลงทุนภายหลังการหักค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 1.55% ต่อปี

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่าย อีก 2 กองทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 3 เดือน คุ้มครองเงินต้น 3 (KTFIX3M3) เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 มี.ค.2553 อายุโครงการ 3 เดือน เป็นกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรภาครัฐในประเทศ ในสัดส่วน 75% และเงินฝาก/บัตรเงินฝาก/ตั๋วแลกเงินของธนาคารสินเอเซีย และธนาคารธนชาต ในสัดส่วน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่งผลให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนประมาณการที่ 0.85% ต่อปี

นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทย ฟอเรน ฟิกซ์อินคัม 11M1 (KTF 11M1) อายุโครงการ 11 เดือน มูลค่า 1,500 ล้านบาท เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 9 มี.ค.2553 มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรภาครัฐประเทศเกาหลีใต้ทั้ง 100% ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณการที่ 1.80% ต่อปี
 

 

Tags : บลจ.ทหารไทย บลจ.กรุงไทย

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า