โครงการ iTAP (สวทช.) ดึง ผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าพัฒนาประสิทธิภาพ เตาชุบแข็งเหล็ก และ เตาอบเหล็กแข็งระบบสุญญากาศ
นางปัทมา กฤษณรักษ์ กรรมการผู้จัดการการ บริษัท ไอ.ที.ซี. อินเตอร์คัทส์ จำกัด ผู้ผลิตใบมีดด้วยเหล็กไฮสปีด กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นผู้ชำนาญในการชุบแข็ง ขึ้นรูป ทำคมผลิตภัณฑ์เหล็กคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ISO 9001 เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อปี 2527 ที่ตั้งเดิมอยู่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และได้ย้ายมาตั้งโรงงานที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง เพราะเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อ (นายมาลีราช ปาเต็ล) ผู้ก่อตั้งบริษัทปัจจุบันเป็นประธานกรรมการต้องการกลับมาทำประโยชน์ให้กับท้องถิ่น เพื่อสร้างงานให้บ้านเกิดมาตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบัน ธุรกิจหลักของบริษัท คือ การผลิตใบมีดกบไฟฟ้าสำหรับช่างเฟอร์นิเจอร์ ใบมีดตัดหญ้า ใบมีดตัดดิน ใบเลื่อยลันดา ใบเลื่อยตัดกิ่งไม้ ใบเลื่อยคันธนู และเลื่อยวงเดือนสำหรับงานช่าง หลังย้ายมาตั้งโรงงานที่ลำปาง จึงได้เพิ่มกำลังการผลิต และเริ่มผลิตใบมีดที่มีรูปแบบหลากหลายขึ้น รวมถึงใบมีดที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ เครื่องตัดกระดาษ เครื่องบดรีไซเคิลพลาสติก เครื่องสับไม้ หรือแม้แต่ใบมีดที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก เป็นต้น
ใบมีดอุตสาหกรรมเหล่านี้เดิมทีจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ บจก. ไอ.ที.ซี.อินเตอร์คัทส์ เป็น 1 ใน 10 ของผู้ผลิตใบมีดในประเทศ เน้นผลิตสินค้าคุณภาพสูงเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ เจาะกลุ่มลูกค้า 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มบริษัทค้าส่งเครื่องมือช่าง โดยจะผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า อาทิ ตราตา และ King Eagle และกลุ่มโรงงาน ซึ่งผลิตภัณฑ์จะเป็นใบมีดอุตสาหกรรมที่รับผลิตตามแบบของลูกค้า ภายใต้แบรนด์ของบริษัท คือ “Diamond Eye”
กรรมการผู้จัดการ ยอมรับว่า ธุรกิจนี้แม้ตลาดไม่ใหญ่มากนักแต่มีการแข่งขันสูงทั้งจากผู้ผลิตในประเทศด้วยกัน และจากผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เช่นจีน ไต้หวัน และแถบยุโรป ลูกค้าอาจมีความจะอ่อนไหวกับสินค้าราคาถูกที่มาจากผู้ขายรายอื่น แต่เมื่อได้ชี้แจงถึงคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายเพิ่ม ลูกค้าก็ยอมรับและเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตาม ทางโรงงานก็พยายามที่จะควบคุมต้นทุนให้ดีที่สุดแม้ว่าวัตถุดิบหลักคือ “เหล็ก” ที่ต้องนำเข้าเพราะไม่สามารถผลิตเองได้ในประเทศ จะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม บริษัท จึงต้องหาวิธีในการควบคุมต้นทุนด้านอื่นๆ แทน เพราะการไปปรับขึ้นราคากับลูกค้านั้นเป็นเรื่องยาก “ ภายใต้อุดมการณ์ที่บริษัทยึดมั่นตลอดมา คือ เรื่องของความซื่อสัตย์ และคุณภาพของสินค้า ทั้งในเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบที่เหมาะกับการนำไปใช้งานของลูกค้า , เครื่องจักรอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต และบุคลากร ปัจจุบันบริษัท มีพนักงานกว่า 120 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาย และกว่า 80%เป็นคนในพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งเป็นพนักงานที่ย้ายตามมาจากพระประแดง โรงงานแห่งนี้จึงประสบปัญหาการเข้าออกของพนักงานน้อย จึงสามารถพัฒนาคุณภาพการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ต่างจากโรงงานอื่นๆ ที่มักสะดุดเพราะมีการเข้า-ออกของพนักงานบ่อย จึงถือเป็นจุดแข็งของบริษัท ” นางปัทมา กล่าว
ด้านกระบวนการผลิตส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรเกือบทุกขั้นตอน เครื่องจักรที่ใช้อยู่มีทั้งเครื่องในประเทศและนำเข้า และบางส่วนเกิดจากการวิจัยและพัฒนาของโรงงานเอง อาทิ เตาชุบเหล็กขนาดเล็ก ( 60 - 70 ซม.) จากเยอรมันสำหรับการผลิตชิ้นงานที่มีความยาว 3 - 5 นิ้ว แต่บริษัทได้พัฒนาต่อยอดให้มีขนาดที่ยาวขึ้นเกือบ 2 เมตร เพื่อรองรับการผลิตชิ้นงานที่มีความยาวถึง 1.50 เมตร แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นผลให้อุณหภูมิความร้อนภายในเตาชุบกระจายไม่ทั่วถึง โดยความร้อนบริเวณหัวเตาและท้ายเตามีอุณหภูมิแตกต่างกันถึง 50 องศาเซลเซียส และความไม่สม่ำเสมอของอุณหภูมิดังกล่าว ทำให้ชิ้นงานของเหล็กหรือใบมีดบริเวณปลายทั้งสองข้างมีความแข็งไม่เท่ากัน ส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน จึงเป็นที่มาของการเข้ารับการสนับสนุนจาก iTAP (โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทยไทย ) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เครือข่ายภาคเหนือ ในโครงการ “ปรับปรุงเตาชุบแข็ง” เพื่อปรับปรุงการกระจายอุณหภูมิของเตาชุบเหล็ก และโครงการ “ วิเคราะห์และปรับปรุงการทำงานของเตาอบแข็งเหล็กแบบสุญญากาศ ” ตั้งแต่ปี 2550 – 2552 โดย iTAP ได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาทั้ง 2 โครงการ โดยโครงการปรับปรุงเตาชุบแข็งนั้น ผู้เชี่ยวชาญได้มีการออกแบบการจัดเรียง Heater ภายในเตาใหม่ และให้มีระบบตรวจสอบอุณหภูมิทั้ง 3 จุด ตั้งแต่ส่วนหัว ส่วนกลาง และส่วนท้ายของเตา ปัจจุบันแก้ปัญหาอุณหภูมิที่ไม่สม่ำเสมอให้สามารถกระจายความร้อนได้ดีขึ้น โดยมีอุณหภูมิต่างกันเพียง 5 - 10 องศาเซลเซียสเท่านั้น ทำให้ชิ้นงานที่ออกมามีความแข็งที่สม่ำเสมอเท่าเทียมกันเป็นที่ยอมรับได้ ลดปัญหาการทำงานซ้ำ และลดการสูญเสีย สำหรับโครงการที่ 2 เป็นการปรับปรุงเตาชุบแข็งเหล็กแบบสุญญากาศที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเตาดังกล่าวมีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี จึงยังเป็นการควบคุมแบบ manual และการจัดเก็บข้อมูลการทำงาน ก็ยังเป็นการบันทึกเอกสารด้วยมือ จึงไม่สะดวกต่อการนำข้อมูลมาใช้ให้เป็นประโยชน์สำหรับการผลิตในครั้งต่อๆ ไป
ดังนั้น ทางผู้เชี่ยวชาญจึงได้แนะนำให้มีการปรับปรุงการทำงานของเครื่องอบดังกล่าว สำหรับโครงการปรับปรุงเตาชุบแข็งเหล็กแบบสุญญากาศนี้ได้ผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยผู้เชี่ยวชาญได้ทำการติดตั้งระบบบันทึกข้อมูลอุณหภูมิ ความดัน และกำลังไฟฟ้า เป็นระบบที่สามารถบันทึกข้อมูลลงบนคอมพิวเตอร์ได้เพื่อนำข้อมูลมาเก็บไว้หรือสามารถตรวจสอบการทำงานได้ว่าในการชุบแต่ละครั้งเป็นอย่างไร และมีผลต่อผลิตภัณฑ์อย่างไร จึงช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานได้เข้าใจในการทำงานง่ายขึ้น ไม่ต้องจดข้อมูลด้วยมือซึ่งอาจเกิดการคลาดเคลื่อนของข้อมูล แต่ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญยังได้แนะนำให้บริษัทจะต้องบันทึกและเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้เป็นข้อมูลการผลิต จึงควรมีการตรวจเช็คเครื่องบันทึกอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเมื่อมีการเก็บข้อมูลได้มากพอก็จะสามารถสร้างระบบควบคุมแบบอัตโนมัติได้ กรรมการผู้จัดการ ไอ.ที.ซี. กล่าวว่า จากโครงการทั้ง 2 โครงการที่ทำร่วมกับ iTAP นี้ ทำให้โรงงานสามารถลดความซ้ำซ้อนของงานที่ทำ และเพิ่มประสิทธิภาพในงานทำงานได้เป็นอย่างมาก จึงถือว่า ความสำเร็จครั้งนี้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากโครงการ iTAP เสมือนกันว่าบริษัทได้มีที่ปรึกษา R&D ด้านเทคโนโลยีนำองค์ความรู้เข้ามาพัฒนา SMEs ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2552 ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าลดลงไป 12-15% แต่เนื่องจากเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องจากปลายที่แล้ว ทำให้บริษัท คาดว่า จะสามารถเพิ่มยอดขายกลับขึ้นมาได้ 15%
Tags : ไอ.ที.ซี. อินเตอร์คัทส์ • ปัทมา กฤษณรักษ์ • iTAP • สวทช.




