สวทช.ต่อยอด 20 ปีโครงการสมองไหลกลับ จับมือนักวิชาชีพไทยในต่างแดน เลือกกรณี "มาบตาพุด" เป็นโครงการนำร่องเสาะหาทอดเทคโนโลยีแก้ปัญหา
ดร.นพวรรณ ตันพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการสมองไหลกลับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า โครงการสมองไหลกลับและสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (ATPAC) ได้ลงนามความร่วมมือจัดทำฐานข้อมูลนักวิชาชีพไทยในต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการสรรหาความร่วมมือในอนาคต
"กรีน ไทยแลนด์" เป็นโครงการนำร่องจากความร่วมมือดังกล่าว เนื่องจากนักวิชาชีพไทยในสหรัฐและแคนาดามีความเชี่ยวชาญทางด้านสิ่งแวดล้อม จึงสนใจที่จะร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเลือกกรณีปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นโครงการแรก ซึ่งการทำงานจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักคือ แนวทางการป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม, การทำความสะอาด ในส่วนของการบริหารจัดการและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างความตระหนักสู่สาธารณะ
ศ.วิเชษฐ อึ้งวิเชียร นายกสมาคมนักวิชาชีพไทยฯ กล่าวเสริมว่า ในส่วนของสมาคมจะรับบทหนักในแง่ของการสรรหาเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับปัญหามาบตาพุด ก่อนที่จะนำมาถ่ายทอดให้กับนักวิชาการไทย ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริง เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและป้องกันสิ่งที่จะเกิดในอนาคต
ปัญหาสมองไหลในสมัยก่อนนั้น ทุกคนหวังว่าโครงการสมองไหลกลับจะแก้ปัญหาได้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิดกันไว้ เพราะคนที่กลับมาต้องเผชิญกับปัญหาและความกดดันต่างๆ จนต้องกลับไปต่างประเทศเหมือนเดิม แต่ระยะทางก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับนักวิชาชีพไทยที่จะช่วยประเทศชาติ
"การทำงานในต่างแดน นักวิชาชีพไทยมีโอกาสสัมผัสและทำงานบนเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า หากเรากลับไทย ไม่นานก็จะอยู่หลังเขา เพราะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่หากเรามีคนที่คอยดูอยู่ต่างประเทศ ก็สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน เสาะหาเทคโนโลยีที่เหมาะกับไทย มาช่วยแก้ปัญหาและเสริมศักยภาพด้านที่เราต้องการ โดยเฉพาะในส่วนของอาจารย์ที่จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการสร้างบุคลากร" ศ.วิเชษฐ กล่าว
ทั้งนี้ สวทช.เป็นเจ้าภาพการประชุม Thai Professional Conference 2010 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พร้อมด้วยเครือข่ายนักวิชาชีพไทยในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ATPAC, สมาคมนักวิชาชีพไทยในยุโรป (ATPER), สมาคมนักวิชาชีพไทยในญี่ปุ่น (ATPIJ) และกลุ่มนักวิชาชีพไทยในออสเตรเลีย
ที่ประชุมได้หารือในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การศึกษา อุตสาหกรรม เทคโนโลยีและอื่นๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างนักวิชาการในไทยและนักวิชาชีพไทยในต่างประเทศ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของไทยในอนาคต